Cryptocurrency คืออะไร

31 สิงหาคม 2022
kongpop

Cryptocurrency คืออะไร

Cryptocurrency คืออะไร

Cryptocurrency คืออะไร ปัจจุบันคำว่า คริปโต เริ่มมีบทบาทหรือเป็นที่รู้จักเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ไม่ใช่แค่ในโลกออนไลน์ แต่มีอยู่ทุกๆที่ เราอาจจะเคยเห็นผ่านๆตาในโฆษณาทางทีวีหรือสื่อ social media เกี่ยวกับที่ว่า คริปโตคือก้าวใหญ่ครั้งสำคัญนุ่นนี่นั่นบ้าง หรือแม้กระทั่งนักแสดงหรือนักกีฬาก็โปรโมทเช่นกัน

แต่จริงๆแล้ว มันคืออะไร??

มันแตกต่างยังไงกับสกุลเงินปัจจุบัน? อะไรที่ทำให้คำว่าคริปโตพพิเศษ?

Cryptocurrency คืออะะไร?

Cryptocurrency หรือ crypto สามารถมองได้ว่าเป็น digital money หรือสกุลเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ ที่อาศัยการผสมผสานของเทคโนโลยีที่มีการอนุญาติให้อยู่นอกเหนือการควบคุมของหน่วยงานกลางเช่น รัฐบาลและธนาคาร

Cryptocurrencies are digital?

คริปโตไม่มีรูปแบบทางกายภาพหรือเรียกได้ว่าจับต้องไม่ได้ที่เหมือนกับสกุลเงินในปัจจุบัน อย่างเช่น ธนบัตร เหรียญบาท เหรียญสิบบาท


คริปโตไร้พรมแดน

คริปโตไม่ได้สนใจว่าเราจะอยู่ไหนหรือเราเป็นใคร ซึ่งหมายความว่าเราสามารถโอนเงินไปที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

สิ่งที่ต้องมีในการโอนก็แค่อุปกรณ์ 1 เครื่อง เช่น โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

Cryptocurrencies are permissionless

ทุกๆคนสามารถเป็นผู้ส่งหรือผู้รับ โดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนแอคเค้าท์หรือกรอกรายละเอียด

เราไม่จำเป็นต้องใส่ชื่อของตัวเองด้วยซ้ำ แทนที่จะระบุชื่อและหมายเลขบัญชี สิ่งที่เราต้องมีคือชุดตัวอักษรและตัวเลขที่สร้างโดยคอมพิวเตอร์ซึ่งเรียกว่า “Adress

โดยคำว่า Adress นี้ไม่ได้ผูกติดกับข้อมููลส่วนบุลคลของเรา ซึ่งหมายความว่าเราสามารถส่งคริปโตไปหาคนอื่นได้ โดยไม่จำเป็นต้องรู้จักกัน

เนื่องจากเราสามารถเป็นผู้ส่งหรือผู้รับ cryptocurrencies โดยไม่ต้องให้ข้อมูลระบุตัวบุคคล cryptocurrencies จึงให้ความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่ง

Cryptocurrencies คือการกระจายอำนาจ

ซึ่งไม่เหมือนกับสกุลเงินในปัจจุบัน ที่เราเรียกกันว่า “fiat” อย่างเช่น U.S dollar โดย cryptocurrrencies ไม่ได้เชื่อมต่อกับรัฐบาลกับธนาคารกลางใดๆ
อย่างเช่น U.S. dollar ถูกควบคุมโดย Federal Reserve (Fed) Euro ถูกควบคุมโดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) และ Japanese yen ของญี่ปุ่นโดย Bank of Japan (BOJ)

นั่นหมายความว่า Cryptocurrencies ไม่ได้ถูกควบคุมโดยผู้มีอำนาจใดๆ หรือไม่มีธนาคารหรือรัฐบาลอยู่เบื้องหลัง ซึ่งฟีเจอร์นี้ของตัว cryptocurencies เป็นที่รู้จักกันในคำว่า decentralization หรือการกระจายอำนาจ

แต่ถ้าธนาคารกลางไม่ได้เป็นคนสร้างคริปโต คำถามต่อมาคือแล้วใครเป็นคนสร้าง?

Units ของสกุลเงินดิจิทัลถูกสร้างขึ้นตามกฎที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (predetermined rule) เขียนด้วย Code ซึ่งดำเนินการโดย Software

สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับคริปโตคือ supply หรือ อุปทาน เนื่องจากเป็นตัวกำหนด ประโยชน์ (utility) และ มูลค่า (value) ของคริปโตเป็นอย่างมาก

ตัว code หรือ software ที่เราพูดไปข้างต้น สำคัญมากๆ เนื่องจากเป็นตัวกำหนดเส้นทางคริปโตได้ว่าจะกำลังสร้างหรือได้ทำลาย คริปโตเคอเรนซี่บางประเภทมีอุปทานทั้งหมดที่จำกัด (fixed total supply) หมายความว่าจำนวนเงินหมุนเวียนมีอย่างจำกัดหรือมีจุุดสูงจุดหรือเรียกง่ายๆว่า มีจำนวนเหรียญจำกัดในตลาดนั่นเอง
ส่วนคริปโตเคอเรนซี่บางประเภทก็มีอุปทานที่ไม่มีสิ้นสุดหรือไม่มีขีดจำกัดของเหรียญ (แม้ว่าอาจมีการจำกัดของการสร้างเหรียญขึ้นมาใหม่ โดยกำหนดภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น แบบรายปี)

Cryptocurrencies สามารถป้องกันการปลอมแปลงได้

คริปโตถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการปลอมแปลงได้อีกด้วย โดยจะมีการเข้ารหัส (cryptography = คำว่า crypt หมายถึง ซ่อน และคำลงท้าย graphy หมายถึง เขียน) และวิธีการใช้งานเพื่อบันทึกและจัดเก็บธุรกรรมอย่างปลอดภัย

โดยก่อนที่จะมีคอมพิวเตอร์ cryptography คือการศึกษาเทคนิคในการเก็บข้อมูลที่เขียนด้วยลายมือจากพวกขโมยหรือพวกสอดรู้สอดเห็น ที่คล้ายกับ รหัสซีซาร์ออกแบบโดย Julius Caesar ใช้การเข้ารหัสเพื่อสื่อสารกับนายพลของเขา

แต่ในยุคปัจจุบัน cryptography มีความเกี่ยวข้องกับการปกป้องของข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยการใช้คณิตศาสตร์แฟนซี และเนื่องจาก cryptocurrencies อาศัยการเข้ารหัสเพื่อความปลอดภัย นั่นคือที่มาของคำว่า “crypto” ที่มาจาก “cryptocurrencies

อะไรทำให้ cryptocurrencies พิเศษ

เพราะว่า cryptocurrencies สามารถอยู่โดยได้โดยไม่มีธนาคารกลาง รัฐบาล โดยสรุปได้ดังนี้

  • Crypto เป็น digital money ไม่มีรูปแบบทางกายภาพหรือเรียกได้ว่าจับต้องไม่ได้ และสามารถทำธุรกรรมโดยใช้แค่โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์
  • คริปโตไร้พรมแดน เพราะว่าทุกๆคนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสามารถเป็นผู้ส่งหรือผู้รับ ซึ่งหมายความว่าเราสามารถโอนเงินไปที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
  • permissionless โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติโดยธนาคารและมีบัญชี ไม่จำเป็นต้องมีบุคคลที่สามเพื่ออนุมัติธุรกรรม
  • ให้ความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าเราสามารถทำธุรกรรมโดยไม่จำเป็นต้องมีชื่อ
  • Decentralized ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือควบคุมได้ ผู้ส่งสามารถทำการโอนเหรียญกับผู้รับได้โดยตรงโดยไม่ต้องมีตัวกลาง
  • ถูกสร้างขึ้นโดย software อุปทานของ crypto ไม่ได้ถูกกำหนดโดยธนาคารกลางใดๆ แต่กำหนดจากกฎที่กำหนดไว้ล่วงหน้าที่เขียนไว้อย่างชัดเจน
  • Counterfeit-proof เนื่องจากวิธีการบันทึกและจัดเก็บข้อมูลธุรกรรม

ด้วยความมีลักษณะเฉพาะ คริปโตมีศักยภาพเพียงพอที่จะให้คนสามารถควบคุมเงินของตัวเองได้ 100% โดยไม่จำเป็นต้องมีบุคคลที่สามเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง
แต่ยังไงก็ตามเราก็ยังต้องคอยจับตามองว่าคริปโตจะมีประสิทธิภาพและได้รับการยอมรับจากนักลงทุนอย่างแพร่หลายหรือไม่ เนื่องจากก็ยังมีคนที่คอยจะจ้องเล่นงานสินทรัพย์เกิดใหม่ตัวนี้อยู่หากมีโอกาส

ดูคำศัพท์ทั่วไปทั้งหมด

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับเรารับ ฟรี SERVER ฟรี VPS และ ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือ Expert Advisor (EA)