17 ปีชุมชน

ความรู้ forex

บทที่ 6.Breakout Trading

2 พฤษภาคม 2022
webmaster

บทที่ 6.Breakout Trading

บทที่ 6.Breakout Trading

บทที่ 6.Breakout Trading

Breakout เกิดขึ้นเมื่อราคามันเกิด ทะลุออกมา จากแนวของราคาที่วิ่งอยู่ปกรติ

Breakout สามารถเกิดขึ้นเมื่อราคาถึงจุด ๆ หนึ่งหรือ ทะลุแนวรับแนวต้าน Pivot Point และเส้น Fibonacci หรือเครื่องมืออื่น ๆ

การเทรดแบบ Breakout จุดประสงค์คือ การเข้าสู่ตลาดเมื่อราคาทะลุจุดดังกล่าวออกมาและเราจะเกาะเทรนด์ไปจนกระทั่งความผันผวนนั้นหมดลง เราจะใช้ความผันผวนเป็นความได้เปรียบของเรา

แทนที่เราจะกระโดดเข้าตลาดตอนที่มันผันผวนมากเราควรจะรอให้มันมีความผันผวนต่ำดีกว่า

วิธีนี้คุณสามารถกำหนดการเล่นของคุณและเพราะเมื่อเกิด Break Out คุณก็พร้อมที่จะฉวยโอกาสจากความผันผวนนี้

วิธีการประเมินความผันผวน

  • ความผันผวนเป็นสิ่งที่เราสามารถใช้ในการหาจุด Break out ทำให้เรามีโอกาสในการเทรดได้
  • ความผันผวนนั้นบอกการแกว่งตัวของราคาตามช่วงเวลาต่าง ๆ และสิ่งนี้เราจะถูกใช้ในการหาจุด Break out
  • มีเครื่องมือไม่กี่ชนิดที่สามารถช่วยคุณกะเกณฑ์ความผันผวนของค่าเงินได้ การใช้ Indicator ช่วยคุณได้มากในการหาจุด Break Out

1.Moving Average

  • เราแค่ใส่ Moving Average ในการประเมินการเคลื่อนไหวเฉลี่ยของตลาดในจานวน x ของช่วงเวลาใดช่วงหนึ่ง ซึ่ง X คือราคาที่คุณอยากให้มันเป็น ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใส่เส้น Moving Average 20 ในกราฟวัน มันจะแสดงให้คุณเห็นราคาเฉลี่ยของกราฟ 20 วันที่ผ่านมา

2. Bollinger Bands

  • Bollinger bands เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการใช้วัดความผันผวนเพราะว่ามันออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้.
  • Bollinger bands ประกอบด้วยเส้นสองเส้นซึ่งจะประกอบด้วยเส้นเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2 เส้น อยู่ข้างล่างและข้างบนเส้น Moving Average สาหรับช่วงเวลา X และ ที่ราคา X  และถ้าเราตั้งค่าที่ 20 เราก็จะได้เส้น Simple Moving Average 20 และเส้นเบี่ยงเบนมาตรฐานสองเส้นซึ่งเส้นหนึ่งคือเส้นเบี่ยงเบนมาตรฐาน +2 อยู่ข้างบน และเส้นเบี่ยงเบนมาตรฐานค่า -2 อยู่ข้างล่างเส้น Simple Moving Average
  • เมื่อ Bollinger Band นั้นแคบลง มันจะบอกว่าค่าความผันผวนนั้นมีต่ำ
  • และเมื่อ Bollinger Band นั้นกว้างขึ้น มันบอกเราว่าค่าความผันผวนในตลาดมีสูง

3. Average True Range (ATR)

  • ATR เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการวัดค่าความผันผวนเพราะว่ามันบอกเราเกี่ยวกับช่วงราคาเฉลี่ยของตลาดใจจานวน X ของช่วงเวลานั้น ซึ่ง X เป็นอะไรก็ตามที่คุณอยากให้เป็น ดังนั้นถ้าคุณตั้งค่า ATR 20 ในกราฟ Daily มันจะเป็นค่าช่วงราคาเฉลี่ยของ 20 วันที่ผ่านมา
  • เมื่อ ATR กาลังลดลง มันบอกเราว่าค่าความผันผวนก็ลดลงด้วย และเมื่อ ATR สูงขึ้น มันก็จะบอกเราว่าค่าความผันผวนเพิ่มขึ้นแล้ว

ประเภทของ Breakouts

เมื่อคุณเทรดโดยใช้ Breakout คุณจะต้องรู้ว่า มีประเภทของ Breakouts 2 ประเภทดังนี้:

  1. Breakouts แบบเทรนด์ต่อเนื่อง
  2. Breakouts แบบเกิดจุดกลับตัว

ถ้าคุณรู้ว่า Breakouts ที่เกิดเป็นประเภทไหนจะทำให้คุณเข้าใจภาพรวมของตลาดว่าเกิดอะไรขึ้นกับตลาดในช่วงเวลานั้น

Breakouts มีความสำคัญเพราะว่า Breakout บอกการเปลี่ยนแปลงของ Supply กับ Demand ของค่าเงินในช่วงที่คุณกำลังเทรด การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นสาเหตุของการเคลื่อนไหวของราคาซึ่งมีโอกาสในการทำกำไรซ่อนอยู่ด้วยถ้าคุณมองมันออก

1. Breakout แบบเทรนด์ต่อเนื่อง

  • บางครั้งเมื่อทิศทางราคามีการเคลื่อนไหวในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง จะมีการหยุดพักทำราคาฐานเสมอ ซึ่งนี่เกิดขึ้นเมื่อผู้ซื้อและผู้ขายหยุดเพื่อรอดูว่าพวกเขาควรจะทำอย่างไรต่อไป ในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ราคา มีการแกว่งตัว เราเรียกว่า Consolidation (จุดที่ราคามีความแข็งแกร่งจนไม่สามารถผ่านไปได้)

2.Breakouts แบบจุดกลับตัว

  • Breakouts แบบจุดกลับตัว มีจุดเริ่มต้นแบบเดียวกันกับ Breakout แบบเทรนด์ต่อเนื่องและหลังจากการเกิดเทรนด์มายาวนาน ราคาอาจจะมีการหยุด และแกว่งตัวแต่ข้อแตกต่าง ของจุด Breakouts แบบจุดกลับตัวนี้คือ เทรดเดอร์ตัดสินใจว่าเทรนด์นั้นหมดแล้วและได้ดันราคาไปในทิศทางตรงข้ามกับทิศทางก่อนหน้า

สัญญาณ Breakouts หลอก

  • สัญญาณ Breakouts หลอกสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อราคาผ่านระดับที่แน่นอนแล้ว (แนวรับแนวต้าน หรือรูปแบบสามเหลี่ยมต่าง ๆ รวมทั้งเส้นเทรนไลน์) แต่ว่าไม่ได้เคลื่อนไหวต่อในทิศทางนั้น แต่คุณจะเห็นว่าราคากลับมาที่จุดแกว่งตัว
  • วิธีเข้าเทรดที่ดีในการใช้ Breakout คือต้องรอจนกว่าราคาพักฐานมายังจุดที่ราคาเกิด Breakout และรอให้มันเคลื่อนไหวพยายามที่จะเกิดจุด High หรือ Low จุดใหม่ (ซึ่งขึ้นอยู่ว่าคุณเทรดทิศทางใด)

อีกวิธีหนึ่งในการต่อสู้กับ Breakouts คือไม่ต้องเทรดกับ Breakout แรกที่คุณเห็น แล้วรอดูว่าราคายังคงเคลื่อนไหวไปในทิศทางนั้นต่อเนื่องหรือไม่ ให้รอจังหวะที่คุณมั่นใจมากที่สุด ข้อเสียของวิธีนี้คือคุณอาจจะไม่ได้เทรดในบางจังหวะซึ่งราคาได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการพักฐาน

การระบุการเกิด Breakouts

  • เหมือนกับ Breakouts ที่คุณเข้าใจ ข้อดีของ Breakout คือโอกาสที่เราสามารถมองเห็นด้วยตาของเราเอง โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษอะไรมากนัก
  • เมื่อคุณเริ่มใช้สัญญาณ Breakout คุณสามารถจะระบุสัญญาณที่ใช้ในการเทรดได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

รูปแบบกราฟตอนนี้ควรจะชินกับการมองดูกราฟและจารูปแบบของกราฟต่าง ๆที่บอกจุด Breakout ได้ ดังนี้:

  • Double Top/Bottom
  • Head and Shoulders
  • Triple Top/Bottom
  • ยิ่งไปกว่านั้นจะมีเครื่องมือที่บอกจุดกลับตัวและตัว Indicator ซึ่งคุณสามารถใช้ในการสนับสนุนการตัดสินใจในการระบุจุด Breakout ที่เกิดจุดกลับตัวเส้น เทรนด์ไลน์ (Trend Lines)
  • วิธีแรกในการระบุในการเกิด Breakout คือการขีดเส้น Trend line ในกราฟ และวาดเส้นเทรนด์ไลน์ตามแบบที่คุณเคยวาดตามเทรนด์ที่เกิดขึ้น
  • เมื่อคุณวาดเส้น Trend line นั้นคุณควรจะลากจากจุด Top ของแต่ละจุดติดต่อกันอย่างน้อยสองจุด หรือว่าจุด Bottom ด้วยก็ได้เช่นกัน ยิ่งจุดที่คุณลากมาต่อกันยิ่งมาก นั่นยิ่งบอกว่าเทรนด์ไลน์มีความแข็งแกร่งมากขึ้น
  • แล้วคุณจะใช้เทรนด์ไลน์อย่างไรให้ได้เปรียบ เมื่อราคาเขาใกล้เส้นเทรนด์ไลน์ที่คุณวาดขึ้น มีสองอย่างที่อาจจะเกิดขึ้น ราคาอาจจะมาพักฐานเท่านั้น แล้วก็ไปต่อ หรืออาจจะเกิด Breakout ทะลุขึ้นเหนือเทรนด์ไลน์ และเกิดจุดกลับตัว เราต้องฉวยโอกาสจากจุด Breakouts นี้
  • การดูแค่ราคาอาจจะไม่พอ ซึ่งสิ่งที่คุณต้องทำ คือใช้ Indicator หรือ เครื่องมืออื่น ๆ ในการยืนยันสัญญาณจะช่วยคุณได้มาก
  • จะสังเกตว่า EUR/USD เมื่อมันทะลุเส้น Trend Line MACD ก็แสดงว่าเกิดภาวะตลาดหมี ถ้าเราใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการยืนยันสัญญาณ ซึ่งเพียงพอแล้วในการบอกว่า Breakout จะทาให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงและเราควรส่งออร์เดอร์ Sell

Channels

  • อีกวิธีหนึ่งในการระบุการเกิด Breakout คือการวาดเส้น Channel ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากการใช้ Trend line ยกเว้นแต่ว่าหลังจากที่คุณวาดเส้นเทรนด์ไลน์คุณต้องวาดทั้งด้านบนและด้านล่าง
  • Channels มีประโยชน์สาหรับคุณเพราะว่าสามารถบอกจุด Breakout ได้ทั้งสองด้านของเทรนด์ซึ่งลักษณะการใช้ก็ใกล้เคียงกับการใช้ Trend line คือถ้ามันเข้าใกล้เส้นใดเส้นหนึ่งและรอให้มันเกิด Break out

ให้สังเกต MACD กาลังปรากฏภาวะตลาดหมีอย่างชัดเจนเมื่อมันทะลุเส้น Channel ข้างล่างลงมา ซึ่งเป็นสัญญาณที่เราควรจะส่งออร์เดอร์ Sell

การวัดความแรงของ Breakout

เมื่อเทรนด์เคลื่อนที่หรือเกิดมาได้ซักระยะ และมันเริ่มที่จะหมดแรง 2 อย่างที่อาจจะเกิดขึ้น:

1. ราคาอาจจะเคลื่อนไหวเกิดเทรนด์ต่อเนื่องในทิศทางเดียวกัน (แบบเทรนด์ต่อเนื่อง)

2. ราคาอาจจะกลับทิศทางในทิศทางตรงกันข้าม (แบบกลับตัว) ในการจะบอกว่าเทรนด์กาลังจะเกิดต่อไปอีก และ Breakout จะไม่เกิดขึ้น

Moving Average Convergence/Divergence (MACD)

  • MACD สามารถใช้ได้หลายวิธี แต่ว่าวิธีหนึ่งที่น่าเย้ายวนที่สุดคือให้ดูที่เส้น (แท่ง) Histogram ซึ่ง Histogram ซึ่งแสดงความแตกต่างระหว่างเส้น Slow MACD และ Fast MACD เมื่อ Histogram ใหญ่ขึ้น หมายความว่า โมเมนตั้มเริ่มแข็งแกร่งมากขึ้นเมื่อ เมื่อเส้น Histogram เล็กลงหมายความว่า โมเมนตั้มนั้นอ่อนแรงลง

แล้วเราจะใช้เครื่องมือนี้ในการระบุจุดกลับเทรนด์ได้อย่างไรจำได้ไหม สัญญาณเทรดที่เราพูดถึงก่อนหน้านี้ที่เรียกว่า Divergence และ มันเกิดขึ้นเมื่อราคาและ Indicator นั้นเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม ซึ่ง MACD จะแสดงโมเมนตั้ม และโมเมนตั้มจะเพิ่มเมื่อตลาดเกิดเทรนด์ อย่างไรก็ตาม ถ้า MACD เริ่มลดลงแม้ว่าเทรนด์ยังคงไปต่อ ซึ่งหมายความว่า โมเมนตั้มเริ่มลดลงแล้วและเทรนด์ก็ใกล้จะจบแล้วเช่นกัน คุณจะเห็นว่าจากภาพราคาเคลื่อนไหวสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ว่า MACD นั้นเริ่มหดตัวลง นั่นหมายความว่าแม้ว่าราคายังคงเกิดเทรนด์อยู่ต่อเนื่อง แต่ว่าโมเมนตั้มนั้นเริ่มลดลง เรื่องนี้เราสามารถสรุปได้ว่าเทรนด์กาลังจะเกิดจุดกลับตัว

Relative Strength Index (RSI)

  • RSI เป็นเครื่องมือที่บอก โมเมนตั้มอีกชนิดหนึ่งที่สามารถใช้ยืนยันการเกิดจุดกลับตัวได้เป็นอย่างดี ตามปกติแล้วเครื่องมือตัวนี้จะบอกเราถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างราคาสูงสุด กับต่ำสุดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
  • RSI สามารถใช้ได้แบบเดียวกันกับ MACD ซึ่งมันทาให้เกิดสัญญาณ Divergence ซึ่งถ้าคุณเห็นการเกิด Divergence หมายความว่าคุณก็จะการจุดที่คาดว่าน่าจะเป็นจุดกลับตัวได้
  • คุณจะเห็นได้บ่อย ๆ ว่า RSI นั้นเกิดภาวะ Overbought Oversold อยู่ช่วงหนึ่ง ๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับทิศทางของเทรนด์
  • ถ้าเทรนด์นั้นเกิดสัญญาณ Oversold หรือ Overbought มาช่วงระยะเวลาหนึ่งและเริ่มกลับเข้ามาสู่ระยะปกติของ RSI เป็นสัญญาณที่ดีว่าเทรนด์นั้นอาจจะเกิดการกลับตัวขึ้น เมื่อ RSI เคลื่อนที่ลงมาต่ำกว่าที่ระดับ 70 มันเป็นสัญญาณว่าจะเกิดจุดกลับตัวขึ้น
อ่านบทความ Forex Professional ทั้งหมด

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับเรา รับฟรีสัญญาณเทรดทองคำ XAUUSD และ ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือ Expert Advisor (EA)

โลโก้ Weltrade โลโก้ Exness โลโก้ Yellow Box Markets โลโก้ HFM โลโก้ InterStellar Group โลโก้ XM โลโก้ IC Markets โลโก้ Pepperstone โลโก้ IUX โลโก้ Flipper AI DEX Aggregator โลโก้ Bitkub โลโก้ Binance TH