ราคาทองคำ XAU/USD กลับมายืนหยัดได้อีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากถูกกดดันอย่างหนักจากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed โดยราคาทองคำโลกดีดตัวขึ้นราว 0.89% ในวันศุกร์ ท่ามกลางราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง แม้ตลาดยังกังวลเรื่องปัญหาขาดแคลนอุปทานพลังงานอยู่ก็ตาม การฟื้นตัวครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังทองคำเคยดิ่งลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบสองเดือนที่บริเวณ 4,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนว่าตลาดทองยังคงผันผวนสูง และนักลงทุนต้องติดตามปัจจัยหลายด้านพร้อมกัน

สารบัญ
- สรุปประเด็นสำคัญราคาทองคำ XAU/USD รอบนี้
- ปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำ XAU/USD หลัง Fed Shock
- ทิศทางดอลลาร์และบอนด์ยีลด์กับแนวโน้มราคาทองคำโลก
- แรงซื้อทองคำของธนาคารกลางและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
- แนวรับแนวต้าน XAU/USD ที่ต้องจับตาหลังทองรีบาวด์
- ผลกระทบต่อเทรดเดอร์ไทยจากความผันผวนของราคาทองคำโลก
- เช็กลิสต์บริหารความเสี่ยงสำหรับเทรดทองคำ XAU/USD
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาทองคำ XAU/USD
- สรุปแนวโน้มราคาทองคำ XAU/USD ระยะสั้น
สรุปประเด็นสำคัญราคาทองคำ XAU/USD รอบนี้
- ทองคำ XAU/USD ปรับขึ้นราว 0.89% ในวันศุกร์ หลังราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลงช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อในสายตานักลงทุน
- ก่อนหน้านี้ทองเคยร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดรอบเกือบสองเดือนที่ประมาณ 4,235 ดอลลาร์ หลังเฟดประกาศขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์เดียวกัน
- แรงกดดันจาก Fed Shock เริ่มถูกซึมซับไปบางส่วน ขณะที่ตลาดหันมาให้น้ำหนักกับทิศทางพลังงานและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรมากขึ้น
- ธนาคารกลางหลายประเทศยังคงเดินหน้าสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง เป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างระยะยาวให้กับราคาทอง
- นักลงทุนควรจับตาโซนแนวรับแนวต้านสำคัญ เพื่อวางแผนเข้าออกออเดอร์ในช่วงตลาดผันผวนสูงเช่นนี้
ปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำ XAU/USD หลัง Fed Shock
สัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับตลาดทองคำโลก เพราะธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการขึ้นดอกเบี้ยมักส่งผลลบต่อทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนเทขายทองเพื่อโยกเงินไปหาผลตอบแทนที่สูงกว่าในตลาดตราสารหนี้
แรงกดดันดังกล่าวเคยผลักดันให้ XAU/USD ร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบเกือบสองเดือน ที่ระดับประมาณ 4,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนว่าตลาดตอบสนองต่อ Fed Shock อย่างรุนแรงในช่วงแรก อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาน้ำมันดิบเริ่มอ่อนตัวลงในช่วงปลายสัปดาห์ แม้จะยังมีความกังวลเรื่องปัญหาขาดแคลนอุปทานพลังงานอยู่ในตลาด แต่การที่ราคาพลังงานลดความร้อนแรงลงกลับช่วยคลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในระยะสั้น
เมื่อความกังวลเงินเฟ้อลดลง นักลงทุนบางส่วนเริ่มกลับเข้ามาซื้อทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง เพราะมองว่าแรงกดดันจากฝั่งดอกเบี้ยอาจไม่รุนแรงเท่าที่ตลาดเคยกังวลไว้ก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ XAU/USD ดีดตัวกลับขึ้นมาได้ราว 0.89% ในวันศุกร์ ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจว่าตลาดทองเริ่มปรับสมดุลระหว่างแรงกดดันจากดอกเบี้ยและแรงหนุนจากความไม่แน่นอนด้านพลังงาน
ทิศทางดอลลาร์และบอนด์ยีลด์กับแนวโน้มราคาทองคำโลก
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือบอนด์ยีลด์ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของทองคำ XAU/USD ในทุกช่วงเวลา เพราะทองคำถูกซื้อขายเป็นสกุลเงินดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทองคำในสายตานักลงทุนต่างประเทศจะมีราคาแพงขึ้นโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้ความต้องการซื้อลดลง ในทางกลับกัน หากดอลลาร์อ่อนค่าลง ทองคำก็จะดูน่าสนใจมากขึ้นในสายตานักลงทุนทั่วโลก
ส่วนบอนด์ยีลด์นั้นมีความสัมพันธ์แบบผกผันกับทองคำในลักษณะคล้ายกัน เพราะเมื่อผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น นักลงทุนจะมีทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนมากกว่าการถือทองคำซึ่งไม่มีดอกเบี้ย ดังนั้นทุกครั้งที่ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยหรือคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป บอนด์ยีลด์มักปรับตัวขึ้น และกดดันราคาทองให้อ่อนตัวลงตามไปด้วย
ในสถานการณ์ปัจจุบัน หลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว คำถามสำคัญที่ตลาดกำลังจับตาคือทิศทางต่อไปของนโยบายการเงินสหรัฐฯ ว่าจะยังคงเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ หรือเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้น หากตลาดเริ่มมองว่าเฟดใกล้ถึงจุดสูงสุดของวัฏจักรดอกเบี้ยแล้ว แรงกดดันต่อทองคำก็อาจเริ่มลดลง และเปิดทางให้ XAU/USD ฟื้นตัวได้มากขึ้นในระยะถัดไป
แรงซื้อทองคำของธนาคารกลางและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
นอกเหนือจากปัจจัยดอกเบี้ยและดอลลาร์แล้ว อีกหนึ่งแรงหนุนเชิงโครงสร้างที่สำคัญต่อราคาทองคำโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือแรงซื้อทองคำสำรองของธนาคารกลางทั่วโลก หลายประเทศโดยเฉพาะกลุ่มตลาดเกิดใหม่ยังคงเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ในระยะยาว และกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
แรงซื้อจากธนาคารกลางเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเสมือนตาข่ายรองรับราคาทองในระยะยาว แม้ในช่วงที่ตลาดเผชิญแรงกดดันระยะสั้นจากดอกเบี้ยหรือดอลลาร์แข็งค่า เพราะการซื้อของธนาคารกลางมักไม่อ่อนไหวต่อความผันผวนรายวันเท่ากับนักลงทุนรายย่อยหรือกองทุนเก็งกำไร
ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความกังวลเรื่องปัญหาขาดแคลนอุปทานพลังงานที่ยังคงมีอยู่ในตลาด แม้ราคาน้ำมันจะอ่อนตัวลงในระยะสั้น แต่หากสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ทวีความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ราคาพลังงานก็อาจพลิกกลับมาพุ่งขึ้นได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังความกังวลเงินเฟ้อ และอาจกลับมาหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง
ความไม่แน่นอนเหล่านี้ทำให้ทองคำยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน ทั้งจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน และความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันในเวทีโลก
แนวรับแนวต้าน XAU/USD ที่ต้องจับตาหลังทองรีบาวด์
หลังจากราคาทองคำเคยร่วงลงไปแตะโซนต่ำสุดในรอบเกือบสองเดือนที่ประมาณ 4,235 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์ทางเทคนิคมองว่าโซนดังกล่าวได้กลายเป็นแนวรับสำคัญในระยะสั้น หากราคาสามารถยืนเหนือโซนนี้ได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าแรงเทขายรอบล่าสุดเริ่มหมดแรงลงแล้ว และเปิดทางให้ทองคำฟื้นตัวขึ้นต่อไปได้
ในทางกลับกัน หากราคาทองไม่สามารถยืนเหนือแนวรับดังกล่าวได้ และมีปัจจัยลบใหม่เข้ามากดดันเพิ่มเติม เช่น สัญญาณจากเฟดที่ชี้ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง หรือดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็มีความเสี่ยงที่ราคาจะกลับไปทดสอบแนวรับที่ต่ำกว่าอีกครั้ง นักเทรดจึงควรติดตามพฤติกรรมราคาบริเวณโซนนี้อย่างใกล้ชิด
สำหรับฝั่งแนวต้าน หลังการดีดตัวขึ้นราว 0.89% ราคาทองจะต้องเผชิญกับแรงขายทำกำไรจากนักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วงราคาต่ำ การเคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัวระหว่างแนวรับแนวต้านจึงมีแนวโน้มเกิดขึ้นต่อเนื่อง จนกว่าจะมีปัจจัยใหม่ที่ชัดเจนพอจะผลักดันให้ตลาดเลือกทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างเด็ดขาด นักลงทุนที่สนใจศึกษาหลักการอ่านแนวรับแนวต้านอย่างเป็นระบบ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความ SNR Forex คือ อะไร แนวรับแนวต้านใช้เทรดยังไง ซึ่งอธิบายหลักการที่สามารถนำไปปรับใช้กับตลาดทองคำได้เช่นกัน
สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามบทวิเคราะห์ทองคำเชิงลึกแบบรายวัน สามารถเข้าไปดูมุมมองเพิ่มเติมได้ที่ FxFriend Gold Analysis ซึ่งมีการอัปเดตแนวโน้มราคาทองคำโลกอย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบต่อเทรดเดอร์ไทยจากความผันผวนของราคาทองคำโลก
สำหรับเทรดเดอร์ไทยและนักลงทุนทองคำในประเทศ การเคลื่อนไหวของ XAU/USD ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาทองในประเทศ เพราะราคาทองไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาทองโลกเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์ด้วย หากราคาทองโลกปรับขึ้นในจังหวะที่เงินบาทอ่อนค่าลงพร้อมกัน ราคาทองในประเทศก็มีแนวโน้มปรับขึ้นแรงกว่าปกติ แต่หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงเดียวกัน อาจช่วยลดทอนแรงบวกของราคาทองในประเทศลงบางส่วน
เทรดเดอร์ไทยที่ลงทุนในทองคำแท่งควรทำความเข้าใจว่า ราคาทองคำแท่งกับทองรูปพรรณมีความแตกต่างกันในเรื่องค่ากำเหน็จ โดยทองคำแท่งจะมีค่ากำเหน็จต่ำกว่าทองรูปพรรณอย่างมีนัยสำคัญ เพราะทองรูปพรรณต้องผ่านกระบวนการขึ้นรูปและแรงงานฝีมือ ดังนั้นหากต้องการลงทุนเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นตามการเคลื่อนไหวของราคาทองโลก การเลือกลงทุนในทองคำแท่งมักคุ้มค่ากว่าทองรูปพรรณ
นอกจากนี้ นักเทรด XAU/USD ผ่านโบรกเกอร์ forex ที่เปิดสัญญา CFD ทองคำ ควรระวังเรื่องช่วงเวลาข่าวสำคัญ เช่น การประกาศผลการประชุมเฟด หรือตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มักทำให้ราคาทองแกว่งตัวรุนแรงในช่วงเวลาสั้นๆ การตั้ง stop loss ที่เหมาะสมและไม่ใช้เลเวอเรจสูงเกินไปจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากความผันผวนฉับพลัน สามารถศึกษาผลกระทบของการตัดสินใจของเฟดต่อตลาดเพิ่มเติมได้จากบทความ Fed ขึ้นดอกเบี้ย 25 bps หรือไม่ 3 สถานการณ์ที่ทำให้ดอลลาร์ผันผวน
ในภาพรวม เทรดเดอร์ไทยที่ติดตามตลาดทองคำโลกอย่างใกล้ชิด ควรวางแผนการเทรดโดยพิจารณาทั้งปัจจัยต่างประเทศอย่างดอกเบี้ยเฟดและดอลลาร์ ควบคู่ไปกับปัจจัยในประเทศอย่างทิศทางเงินบาท เพื่อประเมินทั้งราคาทองโลกและราคาทองในประเทศได้อย่างรอบด้านมากขึ้น
เช็กลิสต์บริหารความเสี่ยงสำหรับเทรดทองคำ XAU/USD
- ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการประชุมเฟดและตัวเลขเงินเฟ้อที่มีผลต่อทิศทางดอกเบี้ย
- จับตาทิศทางดัชนีดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ควบคู่กับราคาทองคำทุกครั้งก่อนตัดสินใจเปิดออเดอร์
- กำหนดจุดตัดขาดทุน หรือ stop loss ทุกครั้งที่เทรด โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าวสำคัญที่อาจทำให้ราคาแกว่งตัวรุนแรง
- หลีกเลี่ยงการใช้เลเวอเรจสูงเกินไปในช่วงตลาดผันผวน เพื่อควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตให้อยู่ในระดับที่รับได้
- แบ่งสัดส่วนเงินลงทุนในทองคำอย่างเหมาะสม ไม่ทุ่มเงินทั้งหมดในจังหวะเดียว เพื่อรองรับความผันผวนระยะสั้น
- ติดตามข่าวความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงาน เพราะมีผลทางอ้อมต่อความกังวลเงินเฟ้อและราคาทองคำ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาทองคำ XAU/USD
ทำไมราคาทองคำถึงร่วงลงหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย
เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนในตัวเอง เมื่อดอกเบี้ยนโยบายปรับขึ้น ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำจะเพิ่มขึ้น นักลงทุนบางส่วนจึงเทขายทองเพื่อไปหาผลตอบแทนที่สูงกว่าในสินทรัพย์อื่น
ทำไมราคาน้ำมันที่อ่อนตัวถึงช่วยหนุนราคาทองคำ
เพราะราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงช่วยลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในระยะสั้น เมื่อความกังวลเงินเฟ้อลดลง แรงกดดันให้ธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องก็ลดลงตามไปด้วย ส่งผลบวกทางอ้อมต่อทองคำ
ราคาทองคำในประเทศไทยเคลื่อนไหวตามอะไรบ้าง
ราคาทองในประเทศไทยเคลื่อนไหวตามราคาทองคำโลก หรือ XAU/USD เป็นหลัก และยังได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์อีกด้วย หากเงินบาทอ่อนค่าลงพร้อมกับทองโลกปรับขึ้น ราคาทองไทยมักปรับขึ้นแรงกว่าปกติ
แนวรับแนวต้านของทองคำ XAU/USD ตอนนี้อยู่ที่ไหน
หลังราคาทองเคยร่วงลงไปแตะโซนต่ำสุดรอบเกือบสองเดือนที่ประมาณ 4,235 ดอลลาร์ โซนดังกล่าวถูกมองเป็นแนวรับสำคัญในระยะสั้น ส่วนแนวต้านจะขึ้นอยู่กับแรงขายทำกำไรหลังการรีบาวด์ นักเทรดควรติดตามพฤติกรรมราคาบริเวณโซนนี้อย่างใกล้ชิด
สรุปแนวโน้มราคาทองคำ XAU/USD ระยะสั้น
ภาพรวมของตลาดทองคำโลกในขณะนี้ยังคงอยู่ในภาวะแกว่งตัวระหว่างแรงกดดันจากนโยบายดอกเบี้ยของเฟด กับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ การที่ทองคำ XAU/USD สามารถดีดตัวขึ้นได้ราว 0.89% หลังจากเคยร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบเกือบสองเดือน สะท้อนว่าตลาดยังไม่ได้เทน้ำหนักไปทางฝั่งขาลงอย่างเด็ดขาด และยังมีแรงซื้อกลับเข้ามาเมื่อราคาปรับตัวลงลึกเกินไป
สำหรับนักลงทุนและเทรดเดอร์ที่ติดตามตลาดทองคำ การจับตาทิศทางดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ ท่าทีของเฟดในระยะถัดไป รวมถึงแรงซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก จะยังคงเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินทิศทางราคาทองคำโลกในระยะกลางถึงระยะยาว ควบคู่ไปกับการติดตามโซนแนวรับแนวต้านทางเทคนิคเพื่อวางแผนการเทรดอย่างมีวินัย
ที่มา: FXStreet
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ












