ราคาทองคำวันนี้ 28 ก.ย. 2026: เฟด Hawkish กดดัน XAU/USD

ราคาทองคำวันนี้ ยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง หลังตลาดการเงินโลกกลับมาปรับน้ำหนักคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด อาจเดินหน้านโยบายดอกเบี้ยแบบ Hawkish มากกว่าที่เคยประเมินไว้ สัญญาณนี้เห็นได้ชัดจากตลาดค่าเงินฝั่งเอเชียแปซิฟิก ที่ดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงใกล้ระดับ 0.7010 เทียบดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเปิดตลาดเอเชียเช้าวันจันทร์ สะท้อนแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐฯ ที่หนุนจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น และความคาดหวังว่าเฟดจะยังไม่รีบลดดอกเบี้ยในเร็ววันนี้ สถานการณ์นี้ส่งผลโดยตรงต่อทองคำ XAU/USD เพราะดอลลาร์แข็งค่าและยีลด์พันธบัตรที่สูงขึ้น มักเป็นแรงต้านสำคัญที่กดราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ย

กราฟราคาทองคำวันนี้ XAU/USD ผันผวนจากแรงกดดันเฟด Hawkish
กราฟราคาทองคำวันนี้ XAU/USD ผันผวนจากแรงกดดันเฟด Hawkish

สารบัญ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นจากแรงหนุนบอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวสูง กดดันราคาทองคำในตลาดโลก
  • ตลาดเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่าเฟดอาจคงท่าที Hawkish ต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนชะลอการเข้าซื้อทองคำ
  • แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ยังเป็นปัจจัยหนุนราคาทองในระยะยาว
  • XAU/USD ต้องจับตาโซนแนวรับแนวต้านสำคัญ เพื่อประเมินจังหวะเข้าซื้อขายในช่วงตลาดผันผวน
  • เทรดเดอร์ไทยควรติดตามทั้งราคาทองโลกและค่าเงินบาท เพราะมีผลต่อราคาทองในประเทศโดยตรง

ทำไมสัญญาณ Hawkish จากเฟดถึงกดดันราคาทองคำ XAU/USD

เมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าจะยังคงดอกเบี้ยในระดับสูง หรือมีโอกาสปรับขึ้นเพิ่มเติมเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ตลาดจะตีความว่าต้นทุนค่าเสียโอกาส หรือ Opportunity Cost ของการถือครองทองคำจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยหรือเงินปันผล นักลงทุนจึงมักเลือกโยกเงินไปถือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนกว่า เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น

ในกรณีนี้ ข่าวจากตลาดค่าเงินที่ดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่าดอลลาร์สหรัฐฯ กำลังได้รับแรงหนุนจากมุมมอง Hawkish ของเฟด และเมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในภาพรวม ทองคำที่ซื้อขายในสกุลดอลลาร์ก็มักจะเผชิญแรงขายตามไปด้วย เพราะราคาทองในสกุลเงินอื่นจะแพงขึ้นโดยอัตโนมัติ ทำให้ความต้องการซื้อจากประเทศอื่นลดลง

อย่างไรก็ตาม ตลาดทองคำในปัจจุบันไม่ได้เคลื่อนไหวตามปัจจัยดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว นักลงทุนยังต้องจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดแต่ละคนอย่างใกล้ชิด เพราะบางครั้งแม้ตัวเลขเงินเฟ้อจะชะลอตัวลง แต่หากเฟดยังคงย้ำจุดยืนระมัดระวังเรื่องเงินเฟ้อ ราคาทองคำก็อาจไม่ฟื้นตัวได้ง่ายในระยะสั้น

ดอลลาร์แข็งค่าและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ตัวแปรหลักของราคาทองคำวันนี้

ความสัมพันธ์ระหว่างดอลลาร์สหรัฐฯ กับราคาทองคำมักเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม เมื่อดัชนีดอลลาร์ หรือ DXY ปรับตัวแข็งค่าขึ้น ราคาทองคำ XAU/USD มักจะถูกกดดันให้ปรับตัวลง เนื่องจากทองคำถูกกำหนดราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ ทั่วโลก การที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากแรงซื้อในตลาดค่าเงิน ทำให้ทองคำในสายตานักลงทุนต่างประเทศมีราคาแพงขึ้นโดยปริยาย และลดทอนความน่าสนใจในการเข้าซื้อ

ในขณะเดียวกัน บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะยีลด์พันธบัตรระยะยาวอย่างรุ่นอายุ 10 ปี ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันทองคำโดยตรง เพราะเมื่อยีลด์สูงขึ้น นักลงทุนสถาบันจำนวนมากจะเปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่างการถือพันธบัตรกับการถือทองคำ และมักเลือกโยกพอร์ตไปยังพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนชัดเจนกว่าในช่วงที่ตลาดยังไม่แน่ใจทิศทางเศรษฐกิจ

สถานการณ์ในรอบนี้จึงเป็นการผสมผสานกันของทั้งสองแรงกดดัน ทั้งดอลลาร์ที่แข็งค่าจากแรงซื้อในตลาดฟอเร็กซ์ และยีลด์ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามคาดการณ์เฟด Hawkish ทำให้ราคาทองคำวันนี้ต้องเผชิญแรงต้านจากทั้งสองด้านพร้อมกัน นักลงทุนที่ติดตามตลาดค่าเงินควบคู่ไปด้วยจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าทำไมทองคำถึงขยับแบบระมัดระวังในช่วงนี้ ผู้ที่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวของคู่เงินหลักเพิ่มเติม สามารถดูรายละเอียดได้ที่ บทวิเคราะห์ค่าเงินจาก FxFriend

แรงซื้อทองคำของธนาคารกลางและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังหนุนทองระยะยาว

แม้ระยะสั้นราคาทองคำจะเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์และยีลด์ แต่ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ยังคงหนุนราคาทองคำในระยะยาวคือแรงซื้อสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งหลายประเทศยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศ ลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ เพียงสกุลเดียว แนวโน้มนี้เป็นแรงซื้อพื้นฐานที่ช่วยพยุงราคาทองคำไม่ให้ปรับตัวลงรุนแรงเกินไป แม้ในช่วงที่ปัจจัยมหภาคระยะสั้นจะไม่เอื้ออำนวย

นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงมีอยู่ในหลายภูมิภาคทั่วโลก ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนบางส่วนยังคงถือทองคำไว้ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หรือ Safe Haven เมื่อใดที่มีข่าวความตึงเครียดทางการเมืองหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศปะทุขึ้น ราคาทองคำมักจะได้รับแรงซื้อฉับพลันจากนักลงทุนที่ต้องการหลบความผันผวนของสินทรัพย์เสี่ยงอื่น

การที่ราคาทองคำในปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่มีทั้งแรงกดดันจากดอลลาร์แข็งค่า และแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้ตลาดทองคำมีลักษณะแกว่งตัวสองทาง นักลงทุนจึงต้องติดตามข่าวสารทั้งด้านนโยบายการเงินและสถานการณ์โลกควบคู่กันไป เพื่อประเมินว่าแรงใดจะมีน้ำหนักมากกว่ากันในแต่ละช่วงเวลา

แนวรับแนวต้าน XAU/USD ที่ต้องจับตาในช่วงเฟด Hawkish

ในเชิงเทคนิค เมื่อราคาทองคำเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์แข็งค่าและยีลด์ที่สูงขึ้น นักลงทุนควรจับตาโซนแนวรับสำคัญที่อาจเป็นจุดที่แรงซื้อกลับเข้ามาพยุงราคา หากราคาหลุดโซนแนวรับหลักลงไป อาจเห็นแรงขายทำกำไรเพิ่มเติมจากนักลงทุนระยะสั้นที่ยังไม่มั่นใจทิศทางนโยบายเฟด ขณะเดียวกันหากราคาสามารถยืนเหนือโซนแนวรับได้ ก็อาจเป็นสัญญาณว่าแรงซื้อสะสมยังคงมีอยู่

ในทางกลับกัน หากมีปัจจัยบวกเข้ามาช่วยหนุน เช่น ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาด หรือถ้อยแถลงเฟดที่เปลี่ยนโทนเป็นผ่อนคลายมากขึ้น ราคาทองคำอาจฟื้นตัวขึ้นไปทดสอบโซนแนวต้านที่เคยเป็นระดับสูงก่อนหน้า การที่ราคาสามารถผ่านแนวต้านสำคัญไปได้อย่างมีนัยสำคัญ มักเป็นสัญญาณว่าตลาดเริ่มปรับมุมมองใหม่ต่อทิศทางดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า

นักเทรดที่ติดตามกราฟทองคำในกรอบเวลาต่างๆ ควรใช้ทั้งแนวรับแนวต้านทางเทคนิคควบคู่กับปัจจัยพื้นฐานอย่างการประชุมเฟด และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เพื่อประเมินภาพรวมให้รอบด้านมากขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามบทวิเคราะห์ทองคำเชิงลึกเพิ่มเติม สามารถดูข้อมูลได้ที่ บทวิเคราะห์ทองคำรายวันจาก FxFriend ซึ่งมีการอัปเดตแนวโน้มราคาอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบต่อเทรดเดอร์ไทย เมื่อราคาทองคำวันนี้ผันผวนจากปัจจัยเฟด

สำหรับเทรดเดอร์ไทยที่ติดตามราคาทองคำ ไม่ว่าจะเป็นการเทรด XAU/USD ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ หรือการซื้อขายทองคำแท่งและทองรูปพรรณในประเทศ ควรเข้าใจว่าราคาทองในไทยไม่ได้เคลื่อนไหวตามราคาทองโลกเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วย หากดอลลาร์แข็งค่าขึ้นตามที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงนี้ และเงินบาทอ่อนค่าลงตาม ราคาทองคำในประเทศอาจไม่ได้ปรับลงมากเท่ากับราคาทองโลก เพราะผลของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจะช่วยชดเชยบางส่วน

ในทางกลับกัน หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นสวนทางกับดอลลาร์ที่แข็งค่าในตลาดโลก ราคาทองคำในประเทศอาจปรับตัวลงแรงกว่าที่คาด เพราะได้รับแรงกดดันซ้ำทั้งจากราคาทองโลกที่ลดลงและอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เอื้ออำนวย เทรดเดอร์ไทยจึงควรติดตามทั้งสองปัจจัยไปพร้อมกัน ไม่ใช่ดูแค่ราคาทองโลกอย่างเดียว

อีกประเด็นที่ควรทำความเข้าใจคือความแตกต่างระหว่างทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ ทองคำแท่งจะมีราคาใกล้เคียงกับราคาตลาดโลกมากกว่า เพราะไม่มีค่ากำเหน็จเพิ่มเข้ามา ขณะที่ทองรูปพรรณจะมีค่ากำเหน็จรวมอยู่ในราคาขาย ทำให้เมื่อขายคืน มูลค่าที่ได้รับจะต่ำกว่าราคาซื้อจากค่ากำเหน็จที่ไม่สามารถขายคืนได้ ผู้ที่ต้องการลงทุนเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นตามความเคลื่อนไหวของราคาทองโลก จึงมักเลือกทองคำแท่งมากกว่าทองรูปพรรณ เพราะมีส่วนต่างราคาซื้อขายที่แคบกว่า

สำหรับผู้ที่เทรด XAU/USD ผ่านสัญญา CFD หรือฟิวเจอร์ส ความผันผวนจากปัจจัยเฟดในช่วงนี้อาจทำให้สเปรดกว้างขึ้นในบางช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ การบริหารขนาดสัญญาและการตั้งจุดตัดขาดทุนจึงมีความสำคัญมากขึ้นในช่วงนี้

เช็กลิสต์บริหารความเสี่ยงสำหรับเทรดทองคำช่วงนี้

  • ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อและการจ้างงาน ที่มีผลต่อมุมมองเฟด
  • จับตาดัชนีดอลลาร์ DXY และยีลด์พันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี ควบคู่กับราคาทองคำเสมอ
  • กำหนดจุดตัดขาดทุน Stop Loss ทุกครั้งก่อนเข้าออเดอร์ เพื่อจำกัดความเสียหายจากความผันผวนฉับพลัน
  • หลีกเลี่ยงการเปิดออเดอร์ขนาดใหญ่ในช่วงก่อนประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ หรือถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่เฟด
  • สำหรับผู้ลงทุนไทย ควรติดตามค่าเงินบาทควบคู่กับราคาทองโลก เพื่อประเมินราคาทองในประเทศให้แม่นยำขึ้น
  • กระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุน ไม่ทุ่มเงินลงทุนในทองคำหรือสินทรัพย์เดียวมากเกินไป

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาทองคำวันนี้

ทำไมดอลลาร์แข็งค่าถึงทำให้ราคาทองคำลดลง

เพราะทองคำถูกกำหนดราคาเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ทั่วโลก เมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทองคำในสายตานักลงทุนต่างประเทศจะมีราคาแพงขึ้น ทำให้ความต้องการซื้อลดลง และกดดันราคาทองคำโดยรวม

เฟด Hawkish หมายความว่าอย่างไร และเกี่ยวกับทองคำอย่างไร

เฟด Hawkish หมายถึงท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่เน้นการควบคุมเงินเฟ้อผ่านการคงหรือขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งมักทำให้บอนด์ยีลด์และดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ส่งผลลบต่อราคาทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ยในตัวเอง

ราคาทองคำในไทยเคลื่อนไหวตามราคาทองโลกทั้งหมดหรือไม่

ไม่ทั้งหมด ราคาทองในไทยขึ้นอยู่กับราคาทองโลกและค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ร่วมกัน หากเงินบาทอ่อนค่าหรือแข็งค่าสวนทางกับราคาทองโลก จะทำให้ราคาทองในประเทศเคลื่อนไหวต่างจากราคาทองโลกได้

ควรเทรดทองคำช่วงตลาดผันผวนจากปัจจัยเฟดหรือไม่

สามารถเทรดได้ แต่ควรบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด เช่น ลดขนาดออเดอร์ ตั้งจุดตัดขาดทุนชัดเจน และหลีกเลี่ยงการถือสถานะข้ามช่วงประกาศข่าวสำคัญที่อาจทำให้ราคาแกว่งตัวรุนแรง

สรุปแนวโน้มทองคำ XAU/USDและสิ่งที่ต้องติดตามต่อ

โดยสรุปแล้ว แนวโน้มราคาทองคำยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้น และบอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวสูงตามคาดการณ์เฟด Hawkish ซึ่งสะท้อนผ่านความเคลื่อนไหวของคู่เงินอย่างดอลลาร์ออสเตรเลียที่อ่อนค่าลงในตลาดเอเชีย อย่างไรก็ตาม แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงมีอยู่ ก็เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยพยุงราคาทองคำในระยะยาว ทำให้ตลาดทองคำในช่วงนี้มีลักษณะแกว่งตัวสองทาง ต้องอาศัยการติดตามข่าวสารทั้งด้านนโยบายการเงินและสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด

นักลงทุนและเทรดเดอร์ควรให้ความสำคัญกับโซนแนวรับแนวต้านทางเทคนิคควบคู่กับปัจจัยพื้นฐาน เพื่อวางแผนการเทรดที่รัดกุมมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดยังไม่มีความชัดเจนต่อทิศทางดอกเบี้ยเฟดในระยะข้างหน้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวต้นทางที่เกี่ยวข้องกับตลาดค่าเงิน สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FXStreet และสามารถศึกษาความรู้พื้นฐานเรื่องการเทรดเพิ่มเติมได้ที่ บทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทอง XAU/USD ก่อนหน้านี้

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

อ่านข่าวเพิ่มเติม คลิกที่นี่!!

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับเรา รับฟรีสัญญาณเทรดทองคำ XAUUSD และ ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือ Expert Advisor (EA)

โลโก้ Weltrade โลโก้ Exness โลโก้ Yellow Box Markets โลโก้ HFM โลโก้ InterStellar Group โลโก้ XM โลโก้ IC Markets โลโก้ Pepperstone โลโก้ IUX โลโก้ Flipper AI DEX Aggregator โลโก้ Bitkub โลโก้ Binance TH