ราคาทองคำวันนี้ (XAU/USD) ดีดตัวกลับขึ้นมายืนเหนือโซน 4,010 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในช่วงเช้าตลาดเอเชียวันอังคาร สลัดทิ้งแรงขายที่กดดันราคาต่อเนื่องสองวันติดต่อกัน โดยแรงหนุนหลักมาจากราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลง ช่วยคลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ก่อนที่ตลาดจะจับตาผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้

สารบัญ
- สรุปประเด็นสำคัญ
- ปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้ XAU/USD: น้ำมันร่วง ความตึงเครียดอิหร่านคลายตัว
- ดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และท่าทีเฟดก่อนประชุมสัปดาห์นี้
- แนวรับแนวต้าน XAU/USD ที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้
- ผลกระทบต่อเทรดเดอร์ไทย
- เช็กลิสต์บริหารความเสี่ยงสำหรับเทรดทองคำช่วงนี้
- คำถามที่พบบ่อย
- สรุป
การรีบาวด์ของทองคำครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความหวังว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะคลี่คลายลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีแรงซื้อกลับเข้ามาในโลหะมีค่า เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินยังคงมีอยู่สูง
สรุปประเด็นสำคัญ
- ราคาทองคำวันนี้ (XAU/USD) ฟื้นตัวขึ้นมาบริเวณ 4,010 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังร่วงลงติดต่อกันสองวัน
- ราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ เป็นปัจจัยบวกต่อทองคำในระยะสั้น
- ตลาดจับตาผลการประชุมเฟดสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยช่วงที่เหลือของปี
- ความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านมีสัญญาณคลี่คลาย ลดแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน แต่ไม่ได้หายไปทั้งหมด
- แนวรับแนวต้านสำคัญของ XAU/USD ยังเป็นจุดที่เทรดเดอร์ต้องติดตามใกล้ชิดในช่วงนี้
ปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้ XAU/USD: น้ำมันร่วง ความตึงเครียดอิหร่านคลายตัว
ปัจจัยหลักที่ทำให้ทองคำดีดตัวกลับในรอบนี้คือราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อมุมมองเงินเฟ้อของตลาด เมื่อราคาพลังงานลดลง แรงกดดันต่อต้นทุนสินค้าและบริการก็ลดตามไปด้วย ทำให้นักลงทุนคลายกังวลว่าเฟดจะต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่คาด
อีกปัจจัยที่เกี่ยวพันกันคือสัญญาณบวกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ดูเหมือนจะมีท่าทีผ่อนคลายลง หลังจากก่อนหน้านี้สร้างความกังวลให้ตลาดพลังงานและสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เมื่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลง ราคาน้ำมันก็ปรับตัวลงตาม และนั่นก็ส่งผลทางอ้อมต่อทิศทางทองคำด้วย
อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างทองคำกับข่าวภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้เป็นเส้นตรงเสมอไป บางครั้งข่าวดีด้านความตึงเครียดลดลงอาจทำให้ทองคำอ่อนตัวจากแรงขายทำกำไร แต่ในกรณีนี้ทองคำกลับฟื้นตัวขึ้น สะท้อนว่าตลาดยังให้น้ำหนักกับปัจจัยเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยเฟดมากกว่าปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว
ดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และท่าทีเฟดก่อนประชุมสัปดาห์นี้
ความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐฯ และบอนด์ยีลด์เป็นปัจจัยที่เทรดเดอร์ทองคำต้องติดตามคู่ขนานกันเสมอ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในตัวเอง เมื่อยีลด์พันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองคำก็ลดลงตามไปด้วย ทำให้นักลงทุนมีแรงจูงใจถือทองคำมากขึ้น
ในทางกลับกัน หากดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากกระแสคาดการณ์ว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยสูงต่อไป ราคาทองคำในรูปดอลลาร์ก็มักจะเผชิญแรงกดดัน เพราะทองคำมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ถือสกุลเงินอื่น การประชุมเฟดสัปดาห์นี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของทั้งดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และราคาทองคำในระยะถัดไป
ตลาดส่วนใหญ่จับตาถ้อยแถลงของประธานเฟดมากกว่าตัวเลขดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว เพราะน้ำเสียงและมุมมองต่อเศรษฐกิจในอนาคตมักส่งผลต่อความเชื่อมั่นมากกว่าการตัดสินใจครั้งเดียว หากเฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายมากกว่าที่คาด ทองคำมีโอกาสได้แรงหนุนเพิ่มเติม แต่หากเฟดยังคงย้ำท่าทีคุมเข้ม ทองคำก็อาจเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้นได้เช่นกัน
นอกเหนือจากปัจจัยดอกเบี้ยแล้ว แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยพยุงราคาทองคำในระยะยาว หลายประเทศยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงจากการถือครองดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดำเนินมาต่อเนื่องหลายปี และถือเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สนับสนุนราคาทองคำในระยะยาว แม้ในระยะสั้นราคาจะผันผวนตามข่าวรายวันก็ตาม
แนวรับแนวต้าน XAU/USD ที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้
ในเชิงเทคนิค หลังจากทองคำรีบาวด์ขึ้นมายืนเหนือโซน 4,010 ดอลลาร์ นักเทรดควรจับตาว่าโซนนี้จะกลายเป็นแนวรับระยะสั้นได้หรือไม่ หากราคาสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่จะเห็นแรงซื้อกลับเข้ามาเพิ่มเติม โดยเฉพาะหากข่าวจากการประชุมเฟดออกมาในทิศทางที่เป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ
ในทางกลับกัน หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือโซนแนวรับนี้ได้ และมีแรงขายกลับเข้ามาอีกครั้ง นักลงทุนควรจับตาโซนแนวรับถัดไปที่อาจเกิดขึ้นในกรอบราคาที่ต่ำกว่า ซึ่งมักจะเป็นจุดที่เคยมีแรงซื้อกลับเข้ามาในอดีต การเฝ้าดูปริมาณการซื้อขายในแต่ละโซนจึงเป็นเครื่องมือสำคัญประกอบการตัดสินใจ
สำหรับแนวต้าน หากราคาทองคำสามารถฝ่าขึ้นไปได้อย่างแข็งแกร่ง ก็อาจเผชิญแรงขายทำกำไรในโซนที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของตลาดที่เพิ่งผ่านการปรับตัวลงมาก่อนหน้านี้ เทรดเดอร์ที่สนใจเก็งกำไรระยะสั้นควรรอการยืนยันทิศทางที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจเข้าออเดอร์ แทนที่จะไล่ราคาตามข่าวทันที เพราะความผันผวนในช่วงก่อนและหลังการประชุมเฟดมักจะสูงกว่าช่วงเวลาปกติ หากต้องการบทวิเคราะห์เชิงลึกเพิ่มเติม สามารถติดตาม บทวิเคราะห์ทองคำรายวันจาก FxFriend เพื่อประกอบการตัดสินใจเทรด
ผลกระทบต่อเทรดเดอร์ไทย
สำหรับเทรดเดอร์ไทยที่เทรดทองคำผ่าน XAU/USD การเคลื่อนไหวของทองโลกส่งผลโดยตรงต่อราคาทองคำในประเทศ เนื่องจากราคาทองคำแท่งในไทยคำนวณจากราคาทองโลกบวกกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์ หากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในจังหวะที่ทองโลกปรับขึ้น ราคาทองในประเทศก็มีโอกาสขยับแรงกว่าปกติ เพราะได้รับแรงหนุนจากทั้งสองทาง
ในทางกลับกัน หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ทองโลกปรับฐาน ราคาทองในประเทศอาจไม่ขยับมากเท่าที่ควร เพราะผลของค่าเงินไปหักล้างกับการเคลื่อนไหวของทองโลก เทรดเดอร์ไทยจึงต้องติดตามทั้งสองปัจจัยควบคู่กันเสมอ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขทองโลกอย่างเดียว
อีกประเด็นที่คนไทยมักสับสนคือความแตกต่างระหว่างทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ โดยทองรูปพรรณจะมีค่ากำเหน็จเพิ่มเข้ามาซึ่งเป็นค่าแรงในการขึ้นรูป ทำให้ราคาซื้อขายจริงต่างจากราคาทองคำแท่งพอสมควร หากต้องการเทรดเก็งกำไรระยะสั้นตามทิศทางราคาทองโลก การเทรด XAU/USD ผ่านโบรกเกอร์มักจะสะท้อนราคาจริงได้แม่นยำและคล่องตัวกว่าการซื้อขายทองคำจริงในประเทศ
นอกจากนี้ ผู้ที่สนใจซื้อทองแท่งควรทำความเข้าใจเรื่องค่าใช้จ่ายแฝงต่าง ๆ เช่น ค่าบล็อกทองแท่ง ซึ่งเป็นต้นทุนที่ร้านทองคิดเพิ่มในบางกรณี เทรดเดอร์ที่สนใจรายละเอียดเรื่องนี้สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ ค่าบล็อกทองแท่งคืออะไร ทำไมต้องจ่าย เพื่อให้เข้าใจต้นทุนที่แท้จริงก่อนตัดสินใจซื้อขาย
เช็กลิสต์บริหารความเสี่ยงสำหรับเทรดทองคำช่วงนี้
- ติดตามผลประชุมเฟดและถ้อยแถลงอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลโดยตรงต่อทิศทางดอลลาร์และทองคำ
- ตั้ง stop loss ทุกครั้งที่เปิดออเดอร์ โดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังข่าวสำคัญที่ความผันผวนสูงกว่าปกติ
- อย่าใช้ leverage สูงเกินไปในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์
- ติดตามราคาน้ำมันควบคู่กับทองคำ เพราะเป็นตัวสะท้อนมุมมองเงินเฟ้อของตลาด
- แบ่งขนาดการลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่รับได้ ไม่ทุ่มเงินทั้งหมดในจังหวะเดียว
- สำหรับผู้ซื้อทองคำจริงในไทย ควรเช็กค่ากำเหน็จและค่าใช้จ่ายแฝงก่อนตัดสินใจซื้อขายทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
ราคาทองคำวันนี้ปรับตัวขึ้นเพราะอะไร
หลัก ๆ มาจากราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลง ช่วยคลายกังวลเงินเฟ้อ บวกกับสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่าน ทำให้ทองคำรีบาวด์ขึ้นมาเหนือโซน 4,010 ดอลลาร์ หลังร่วงลงสองวันติด
ทองคำจะเคลื่อนไหวอย่างไรหลังประชุมเฟดสัปดาห์นี้
ขึ้นอยู่กับถ้อยแถลงของเฟดเป็นหลัก หากส่งสัญญาณผ่อนคลายมากกว่าคาด ทองคำมีโอกาสได้แรงหนุนเพิ่ม แต่ถ้ายังคงท่าทีคุมเข้ม ทองคำอาจเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้น
ราคาทองในไทยต่างจากทองโลกอย่างไร
ราคาทองในไทยคำนวณจากทองโลกบวกกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท หากบาทอ่อนค่าขณะทองโลกขึ้น ราคาทองในประเทศจะขยับแรงกว่าปกติ ส่วนทองรูปพรรณจะมีค่ากำเหน็จเพิ่มจากทองคำแท่งด้วย
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังส่งผลต่อทองคำหรือไม่
ยังคงมีผลอยู่ แม้ความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านจะมีสัญญาณคลี่คลาย แต่ความไม่แน่นอนยังไม่หมดไปทั้งหมด นักลงทุนจึงยังคงถือทองคำบางส่วนไว้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
สรุป
ทองคำ XAU/USDฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนเหนือโซน 4,010 ดอลลาร์ จากแรงหนุนของราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงและสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่าน แต่ทิศทางถัดไปยังต้องรอดูผลการประชุมเฟดสัปดาห์นี้เป็นหลัก ทั้งเรื่องทิศทางดอกเบี้ยและถ้อยแถลงที่จะส่งผลต่อดอลลาร์และบอนด์ยีลด์
สำหรับเทรดเดอร์ไทย การติดตามทั้งปัจจัยทองโลกและค่าเงินบาทควบคู่กันยังคงเป็นสิ่งจำเป็น พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุมในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงจากทั้งข่าวภูมิรัฐศาสตร์และการประชุมธนาคารกลางสำคัญ
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ
ที่มา: FXStreet












