ทองคำ XAU/USD 25 ก.ย. 2026: หลุด $4,300 แตะ $4,275 รับเฟด Hawkish

ทองคำ XAU/USD ปรับตัวลงมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ $4,275 ในช่วงเช้าของตลาดเอเชียวันศุกร์ หลังหลุดแนวจิตวิทยาสำคัญที่ $4,300 ลงมา แรงกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นซึ่งไปหนุนแรงกังวลเงินเฟ้อ บวกกับท่าที hawkish ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ทำให้ตลาดลดความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้สินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยอย่างทองคำเสียเปรียบในเชิงเปรียบเทียบ

กราฟราคาทองคำ XAU/USD หลุดแนว 4300 ดอลลาร์ ท่ามกลางเฟด Hawkish
กราฟราคาทองคำ XAU/USD หลุดแนว 4300 ดอลลาร์ ท่ามกลางเฟด Hawkish — Photo by AlphaTradeZone on Pexels

สารบัญ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ทองคำ XAU/USD หลุดแนว $4,300 ลงมาเคลื่อนไหวใกล้ $4,275 ในช่วงเช้าตลาดเอเชีย
  • ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเพิ่มแรงกังวลเงินเฟ้อ กดดันความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
  • ท่าที hawkish ของเฟดทำให้ตลาดปรับลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยระยะสั้น หนุนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์
  • แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกยังเป็นปัจจัยหนุนราคาในระยะยาว แม้ระยะสั้นจะเผชิญแรงขายทำกำไร
  • นักลงทุนควรจับตาโซนแนวรับแนวต้านใกล้ $4,300 และระดับต่ำกว่านั้นอย่างใกล้ชิด

ปัจจัยที่กดดันทองคำ XAU/USD ในรอบนี้

การที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นในช่วงนี้ ถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลทางอ้อมต่อทองคำอย่างมีนัยสำคัญ เพราะน้ำมันแพงขึ้นมักถูกตีความว่าจะดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งโดยปกติเงินเฟ้อสูงจะเป็นผลบวกต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่ในรอบนี้ตลาดกลับตีความไปในทิศทางตรงกันข้าม เพราะมองว่าเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจะเป็นเหตุผลให้เฟดต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปอีกนาน

เมื่อเฟดส่งสัญญาณ hawkish หรือมีท่าทีแข็งกร้าวต่อการควบคุมเงินเฟ้อ ตลาดจะปรับลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยในระยะสั้นลงทันที ผลที่ตามมาคือบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น และดอลลาร์แข็งค่าขึ้นตาม ทั้งสองปัจจัยนี้ล้วนเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อราคาทองคำ เพราะทองคำไม่มีดอกเบี้ยให้ ยิ่งดอกเบี้ยที่แท้จริงสูงขึ้นเท่าไร ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

นอกจากนี้ การที่ XAU/USD หลุดแนว $4,300 ลงมา ยังกระตุ้นให้เกิดแรงขายเชิงเทคนิคัลตามมา เพราะนักเทรดจำนวนมากใช้ระดับจิตวิทยานี้เป็นจุดอ้างอิงในการตั้ง stop loss หรือปรับพอร์ต เมื่อราคาหลุดแนวรับสำคัญ มักมีแรงขายไหลตามมาเพิ่มเติมในระยะสั้น

ดอลลาร์แข็งค่าและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ กดดันราคาทองคำ

ความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ กับราคาทองคำมักเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกันเป็นส่วนใหญ่ เมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทองคำที่ซื้อขายในสกุลดอลลาร์จะมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น ทำให้ความต้องการซื้อลดลงตามไปด้วย ในช่วงที่ผ่านมาดัชนีดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่ง ประกอบกับท่าที hawkish ของเฟด ทำให้เงินดอลลาร์ยังคงเป็นสกุลเงินที่นักลงทุนเลือกถือครองในภาวะที่ความไม่แน่นอนสูง

ในด้านบอนด์ยีลด์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่นักลงทุนทองคำจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะยีลด์ที่สูงขึ้นหมายถึงผลตอบแทนที่แท้จริงจากการถือพันธบัตรสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่าทองคำในสายตานักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนแน่นอน หากยีลด์ยังคงทรงตัวในระดับสูงหรือปรับตัวขึ้นต่อ แรงกดดันต่อทองคำก็จะยังคงมีอยู่

อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มอ่อนแรงลง หรือเฟดส่งสัญญาณเปลี่ยนท่าทีเป็น dovish มากขึ้น ดอลลาร์และยีลด์อาจกลับทิศ ซึ่งจะเปิดทางให้ทองคำฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้เช่นกัน นักลงทุนจึงควรติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

ท่าทีธนาคารกลางและแรงซื้อทองคำระดับโลก

แม้ราคาทองคำในระยะสั้นจะเผชิญแรงกดดันจากท่าที hawkish ของเฟด แต่ในภาพระยะยาวแล้ว แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญ หลายประเทศทั้งในเอเชียและตะวันออกกลางยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเข้าทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์เพียงอย่างเดียว และกระจายความเสี่ยงของทุนสำรอง

พฤติกรรมการซื้อสะสมของธนาคารกลางเหล่านี้มักไม่ผันผวนตามข่าวรายวัน แต่เป็นการซื้อสะสมอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งช่วยสร้างแนวรับเชิงโครงสร้างให้กับราคาทองคำในภาพรวม ทำให้แม้ราคาจะปรับฐานลงมาในบางช่วง แต่ก็ยังมีแรงซื้อจากภาครัฐคอยรองรับอยู่เสมอ

ในส่วนของธนาคารกลางสหรัฐฯ เอง ท่าทีของเฟดในช่วงนี้ยังคงให้น้ำหนักกับการควบคุมเงินเฟ้อมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดต้องรอดูข้อมูลเศรษฐกิจชุดถัดไปเพื่อประเมินว่าเฟดจะปรับท่าทีเมื่อไร การประชุมและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดในระยะข้างหน้าจึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนทองคำต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และโซนแนวรับแนวต้าน XAU/USD ที่ต้องจับตา

นอกเหนือจากปัจจัยด้านนโยบายการเงินแล้ว ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นตัวแปรที่สามารถพลิกทิศทางราคาทองคำได้ในทันที ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจ หรือประเด็นการค้าระหว่างประเทศ ทองคำมักถูกใช้เป็นสินทรัพย์หลบภัยเมื่อความไม่แน่นอนเหล่านี้ปะทุขึ้นมา แม้ในช่วงนี้แรงกดดันจากปัจจัยดอกเบี้ยและดอลลาร์จะมีน้ำหนักมากกว่า แต่หากมีข่าวภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรงเกิดขึ้น ราคาทองคำก็อาจดีดตัวกลับได้อย่างรวดเร็ว

ในเชิงเทคนิคัล หลังจาก XAU/USD หลุดแนว $4,300 ลงมา ระดับดังกล่าวจะกลายเป็นแนวต้านสำคัญที่ราคาต้องกลับไปยืนเหนือให้ได้ก่อน จึงจะเปิดทางให้เกิดการฟื้นตัวที่มีนัยสำคัญ ส่วนทางด้านล่าง หากแรงขายยังคงมีต่อเนื่อง โซนถัดไปที่นักลงทุนต้องจับตาคือบริเวณที่ราคากำลังเคลื่อนไหวอยู่ในปัจจุบันใกล้ $4,275 ซึ่งหากหลุดลงไปอีก อาจเปิดทางให้เกิดแรงขายเพิ่มเติมตามแนวโน้มขาลงระยะสั้น

นักเทรดที่ติดตามกราฟทองคำควรให้ความสำคัญกับปริมาณการซื้อขายและรูปแบบแท่งเทียนบริเวณแนวรับแนวต้านเหล่านี้ เพื่อประเมินว่าแรงซื้อหรือแรงขายฝ่ายใดมีน้ำหนักมากกว่ากัน ก่อนตัดสินใจเปิดสถานะ สามารถศึกษาบทวิเคราะห์เชิงลึกเพิ่มเติมได้ที่ บทวิเคราะห์ทองคำจาก FxFriend ซึ่งอัปเดตมุมมองตลาดทองอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบต่อเทรดเดอร์ไทยจากความผันผวนของทองคำ XAU/USD

สำหรับเทรดเดอร์ไทยที่ติดตามราคาทองคำ ไม่ว่าจะเทรด XAU/USD ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ หรือซื้อขายทองคำแท่งในประเทศ ควรเข้าใจว่าราคาทองในประเทศไทยไม่ได้เคลื่อนไหวตามราคาทองโลกอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์ด้วย หากดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในช่วงที่ราคาทองโลกปรับลง ราคาทองในประเทศอาจปรับลดลงในอัตราที่แตกต่างจากราคาทองโลก เพราะต้องคำนวณผ่านอัตราแลกเปลี่ยนอีกชั้นหนึ่ง

อีกประเด็นที่ผู้ซื้อทองคำในประเทศควรทราบคือความแตกต่างระหว่างทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ โดยทองรูปพรรณจะมีค่ากำเหน็จหรือค่าแรงบวกเพิ่มเข้ามาในราคาขาย ทำให้เมื่อขายคืนอาจได้ราคาต่ำกว่าทองคำแท่งที่ไม่มีค่ากำเหน็จ ดังนั้นผู้ที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้นตามการเคลื่อนไหวของราคาทองโลก มักนิยมเลือกทองคำแท่งมากกว่าทองรูปพรรณ

สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรด XAU/USD ผ่านบัญชี CFD ความผันผวนจากปัจจัยดอกเบี้ยเฟดและดอลลาร์ในรอบนี้ถือเป็นโอกาสในการทำกำไรทั้งสองทิศทาง แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่สูงขึ้นเช่นกัน การบริหาร leverage และขนาด lot size ให้เหมาะสมกับเงินทุนจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีข่าวสำคัญอย่างการแถลงของเฟดหรือตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจทำให้ราคาแกว่งตัวแรงในช่วงเวลาสั้น ๆ

เทรดเดอร์ไทยยังควรติดตามปฏิทินเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นก่อนและหลังการประกาศตัวเลขสำคัญ สามารถดูตารางเวลาประกาศข้อมูลเศรษฐกิจได้จากปฏิทินเศรษฐกิจของ FxFriend เพื่อวางแผนการเทรดล่วงหน้า

เช็กลิสต์บริหารความเสี่ยงเมื่อเทรดทองคำ XAU/USD

  • กำหนด stop loss ทุกครั้งก่อนเข้าออเดอร์ โดยเฉพาะช่วงที่ราคาทองผันผวนจากข่าวเฟดหรือตัวเลขเศรษฐกิจ
  • ติดตามทิศทางดัชนีดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ควบคู่กับราคาทองคำ เพื่อประเมินแนวโน้มระยะสั้น
  • อย่าใช้ leverage สูงเกินไปในช่วงตลาดผันผวน เพราะราคาอาจแกว่งตัวรุนแรงทั้งสองทิศทาง
  • จับตาโซนแนวรับแนวต้านสำคัญ เช่น $4,300 อย่างใกล้ชิด ก่อนตัดสินใจเปิดหรือปิดสถานะ
  • ติดตามข่าวภูมิรัฐศาสตร์และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลาง ซึ่งอาจพลิกทิศทางราคาได้ทันที
  • กระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุน ไม่ทุ่มเงินทุนทั้งหมดไปที่สินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งเพียงอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาทองคำโลก

ทำไมXAU/USD ถึงหลุด $4,300 ในรอบนี้

สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเพิ่มแรงกังวลเงินเฟ้อ ประกอบกับท่าที hawkish ของเฟดที่ทำให้ตลาดลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยในระยะสั้น ส่งผลให้ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์แข็งแกร่งขึ้น กดดันความน่าสนใจของทองคำ

เฟด Hawkish ส่งผลต่อราคาทองคำอย่างไร

เมื่อเฟดมีท่าที hawkish ตลาดจะคาดว่าดอกเบี้ยจะคงอยู่ในระดับสูงนานขึ้น ทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองคำซึ่งไม่มีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น นักลงทุนจึงมีแนวโน้มลดสัดส่วนทองคำเพื่อไปถือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยแทน

แนวรับแนวต้านสำคัญของ XAU/USD ตอนนี้อยู่ที่ไหน

หลังหลุด $4,300 ลงมา ระดับดังกล่าวกลายเป็นแนวต้านสำคัญที่ราคาต้องกลับไปยืนเหนือให้ได้ ส่วนแนวรับถัดไปต้องจับตาบริเวณที่ราคากำลังเคลื่อนไหวอยู่ในปัจจุบันใกล้ $4,275 ซึ่งหากหลุดอาจเห็นแรงขายเพิ่มเติม

ราคาทองในประเทศไทยเคลื่อนไหวตามทองโลกเสมอหรือไม่

โดยหลักการราคาทองในประเทศจะเคลื่อนไหวตามราคาทองโลก แต่จะมีอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์เข้ามาเป็นตัวแปรร่วมด้วย ทำให้บางครั้งทิศทางและขนาดการเปลี่ยนแปลงอาจไม่ตรงกันเป๊ะกับราคาทองโลก

สรุปทิศทางทองคำสปอต หลังหลุดแนว $4,300

โดยสรุปแล้ว แนวโน้มทองคำ ในรอบนี้เผชิญแรงกดดันจากหลายทิศทางพร้อมกัน ทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นซึ่งไปหนุนความกังวลเงินเฟ้อ ท่าที hawkish ของเฟดที่ทำให้ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์แข็งแกร่งขึ้น จนกดดันให้ราคาหลุดแนวจิตวิทยาสำคัญที่ $4,300 ลงมาเคลื่อนไหวใกล้ $4,275

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนุนระยะยาวอย่างแรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ ยังเป็นตัวแปรที่อาจพลิกทิศทางราคากลับมาได้เช่นกัน นักลงทุนจึงควรติดตามทั้งปัจจัยระยะสั้นอย่างข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และท่าทีของเฟด ควบคู่กับปัจจัยเชิงโครงสร้างระยะยาวอย่างใกล้ชิด เพื่อวางกลยุทธ์การเทรดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

อ่านข่าวต้นฉบับภาษาอังกฤษเพิ่มเติมได้ที่ FXStreet

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

อ่านข่าวเพิ่มเติม คลิกที่นี่!!

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับเรา รับฟรีสัญญาณเทรดทองคำ XAUUSD และ ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือ Expert Advisor (EA)

โลโก้ Weltrade โลโก้ Exness โลโก้ Yellow Box Markets โลโก้ HFM โลโก้ InterStellar Group โลโก้ XM โลโก้ IC Markets โลโก้ Pepperstone โลโก้ IUX โลโก้ Flipper AI DEX Aggregator โลโก้ Bitkub โลโก้ Binance TH