ทองคำ XAU/USD 29 ก.ย. 2026: ร่วงหลุด $4,150 จากบอนด์ยีลด์-น้ำมันพุ่ง

ทองคำ XAU/USD เผชิญแรงเทขายอีกครั้งในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย โดยราคาร่วงลงมาใกล้ระดับ 4,125 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลุดจากแนวจิตวิทยาสำคัญที่ 4,150 ดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นแรง ทำให้นักลงทุนเทน้ำหนักกลับไปยังสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน และลดความน่าสนใจของทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยจ่ายลงไปพร้อมกัน

กราฟราคาทองคำ XAU/USD ร่วงหลุดแนวรับสำคัญจากแรงกดดันบอนด์ยีลด์สหรัฐ
กราฟราคาทองคำ XAU/USD ร่วงหลุดแนวรับสำคัญจากแรงกดดันบอนด์ยีลด์สหรัฐ — Photo by Yan Krukau on Pexels

สารบัญ

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด อาจเดินหน้าใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันสำคัญที่ทำให้ตลาดทองคำผันผวนอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ เทรดเดอร์ที่ติดตามทองคำโลกจึงต้องจับตาทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และท่าทีของเจ้าหน้าที่เฟดอย่างใกล้ชิด

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ทองคำ XAU/USD ร่วงลงมาใกล้ 4,125 ดอลลาร์ หลุดแนว 4,150 ดอลลาร์ในช่วงเช้าตลาดเอเชีย
  • บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นแรงกดดันหลักต่อราคาทองคำในรอบนี้
  • ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ หนุนมุมมอง Fed Hawkish
  • ตลาดยังคาดการณ์ว่าเฟดอาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ กดดันสินทรัพย์ไร้ดอกเบี้ยอย่างทองคำ
  • นักลงทุนไทยควรจับตาโซนแนวรับแนวต้านสำคัญ ก่อนตัดสินใจเปิดสถานะเทรดทองคำรอบใหม่

บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่ง กดดันทองคำ XAU/USD โดยตรง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระทบทองคำโดยตรงที่สุด เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนใด ๆ จ่ายให้ผู้ถือครอง เมื่อยีลด์พันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการถือทองคำแทนพันธบัตรก็สูงตามไปด้วย นักลงทุนจึงมีแนวโน้มโยกเงินจากทองคำไปยังสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนแทน

ในรอบนี้ยีลด์สหรัฐฯ ขยับขึ้นพร้อมกับการคาดการณ์ว่าเฟดจะยังคงจุดยืนที่เข้มงวดต่อไป ซึ่งทำให้ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้รับแรงหนุนตามไปด้วย เมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ราคาทองคำในสกุลเงินดอลลาร์ก็มีแนวโน้มถูกกดดันเป็นเงาตามตัว เพราะทองคำแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น ทำให้ความต้องการซื้อจากต่างประเทศลดลงตามกลไกราคา

นักลงทุนที่ติดตามทองคำ XAU/USD จึงต้องให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวของดัชนี US Dollar Index (DXY) และยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปีควบคู่กันไป เพราะทั้งสองตัวแปรนี้มักเคลื่อนไหวสวนทางกับราคาทองคำอย่างชัดเจนในช่วงที่ตลาดยังคงกังวลเรื่องทิศทางดอกเบี้ยของเฟด

ท่าทีเฟด Hawkish และการคาดการณ์ดอกเบี้ยที่ยังไม่แน่นอน

ตลาดยังคงติดตามสัญญาณจากเฟดอย่างใกล้ชิด หลังมีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อ ซึ่งสวนทางกับความหวังของนักลงทุนบางส่วนที่ต้องการเห็นเฟดผ่อนคลายนโยบายการเงินลง ท่าทีเช่นนี้เรียกกันในตลาดว่า Hawkish หรือแนวทางที่เข้มงวด ซึ่งมักส่งผลลบต่อราคาทองคำในระยะสั้น

ความไม่แน่นอนเรื่องทิศทางดอกเบี้ยยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ทองคำเคลื่อนไหวผันผวนสูง นักลงทุนบางส่วนเลือกที่จะรอดูตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะทยอยประกาศออกมา ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขเงินเฟ้อ การจ้างงาน หรือถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดแต่ละท่าน ก่อนที่จะตัดสินใจปรับพอร์ตการลงทุนในทองคำครั้งใหญ่

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามบทวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางทองคำในแต่ละวัน สามารถดูบทวิเคราะห์ทองคำรายวันได้ที่ FxFriend ซึ่งมีการอัปเดตปัจจัยขับเคลื่อนตลาดอย่างต่อเนื่อง

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น หนุนความกังวลเงินเฟ้อ กระทบทองคำทางอ้อม

อีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันทองคำในรอบนี้คือราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตและการขนส่งสินค้าทั่วโลกก็มีแนวโน้มสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งอาจนำไปสู่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในระยะถัดไป

โดยปกติแล้วทองคำมักถูกมองว่าเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ หรือ Inflation Hedge แต่ในสถานการณ์ที่เงินเฟ้อสูงขึ้นพร้อมกับการที่เฟดส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น ทองคำกลับถูกกดดันจากทั้งสองทาง เพราะตลาดกังวลว่าเฟดจะต้องขึ้นดอกเบี้ยแรงขึ้นเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำในทันที มากกว่าประโยชน์จากการเป็นสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อในระยะยาว

แรงซื้อธนาคารกลางและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ปัจจัยพยุงทองคำระยะยาว

แม้ทองคำจะเผชิญแรงขายในระยะสั้นจากปัจจัยยีลด์และดอลลาร์ แต่ในภาพระยะยาว แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเป็นปัจจัยพยุงราคาที่สำคัญ หลายประเทศยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศ ลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงมีอยู่ในหลายภูมิภาคทั่วโลก ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนบางส่วนยังคงถือทองคำไว้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หรือ Safe Haven แม้ในช่วงที่ราคาปรับฐานลงจากแรงกดดันของยีลด์และดอลลาร์ก็ตาม ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ หรือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในบางภูมิภาค ล้วนเป็นตัวแปรที่อาจดึงเงินกลับเข้าสู่ทองคำได้ทุกเมื่อ

ดังนั้นแม้ทองคำจะถูกกดดันในช่วงนี้ แต่การมองข้ามปัจจัยพื้นฐานระยะยาวเหล่านี้อาจทำให้พลาดจังหวะที่ตลาดกลับตัวได้ นักลงทุนควรติดตามทั้งข่าวสารด้านนโยบายการเงินและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ควบคู่กันไปเสมอ

แนวรับแนวต้านของทองคำ XAU/USD ที่ต้องจับตา

หลังจากราคาทองคำหลุดโซน 4,150 ดอลลาร์ลงมา นักวิเคราะห์เทคนิคเริ่มจับตาโซนแนวรับถัดไปที่อาจเป็นจุดที่แรงซื้อกลับเข้ามาพยุงราคา หากราคายังคงอ่อนตัวต่อเนื่อง โซนแนวรับสำคัญที่ต้องติดตามคือบริเวณใกล้เคียงกับระดับที่ราคาปัจจุบันซื้อขายอยู่ ซึ่งหากไม่สามารถยืนได้ อาจเห็นแรงขายทำกำไรเพิ่มเติมตามมา

ในทางกลับกัน หากมีปัจจัยบวกกลับเข้ามา เช่น ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด หรือถ้อยแถลงของเฟดที่ผ่อนคลายลง ราคาทองคำอาจมีโอกาสดีดตัวกลับไปทดสอบแนวต้านที่โซน 4,150 ดอลลาร์อีกครั้ง ก่อนที่จะพิจารณาแนวต้านถัดไปในระดับที่สูงขึ้น การเคลื่อนไหวในลักษณะนี้มักเกิดขึ้นเมื่อตลาดมีความไม่แน่นอนสูงและข่าวสารเปลี่ยนแปลงเร็ว

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามการวิเคราะห์กราฟทองคำแบบละเอียด สามารถศึกษาบทความ แนวโน้มราคาทอง XAU/USD ฉบับก่อนหน้า เพื่อเปรียบเทียบมุมมองทางเทคนิคเพิ่มเติมได้เช่นกัน

ผลกระทบต่อเทรดเดอร์ไทยจากความผันผวนของทองคำโลก

สำหรับเทรดเดอร์ไทยที่ติดตามทองคำ ไม่ว่าจะเป็นการเทรดทองคำแท่งในประเทศ หรือการเทรด XAU/USD ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ ต้องเข้าใจว่าราคาทองคำในประเทศไทยเคลื่อนไหวตามราคาทองคำโลกเป็นหลัก บวกกับอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้นแม้ราคาทองคำโลกจะปรับตัวลง แต่หากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในเวลาเดียวกัน ราคาทองคำในประเทศอาจไม่ได้ปรับลงมากเท่ากับที่ราคาทองคำโลกลดลง

นอกจากนี้ ผู้ที่ซื้อขายทองรูปพรรณควรทำความเข้าใจว่าราคาที่จ่ายจริงจะมีค่ากำเหน็จรวมอยู่ด้วย ซึ่งแตกต่างจากทองคำแท่งที่มีค่ากำเหน็จต่ำกว่า การนำราคาทองรูปพรรณไปเทียบกับราคาทองคำโลกโดยตรงจึงอาจคลาดเคลื่อน ควรพิจารณาแยกจากทองคำแท่งเพื่อความแม่นยำในการวิเคราะห์

สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรด XAU/USD ผ่านสัญญา CFD หรือฟิวเจอร์ส ความผันผวนจากปัจจัยยีลด์สหรัฐฯ และดอลลาร์ในรอบนี้ถือเป็นโอกาสในการทำกำไรจากทั้งสองทิศทาง แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่สูงขึ้นเช่นกัน การบริหารขนาดสถานะและตั้งจุดตัดขาดทุนอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดยังไม่มีทิศทางชัดเจนจากถ้อยแถลงของเฟด

เช็กลิสต์บริหารความเสี่ยงสำหรับเทรดทองคำในช่วงตลาดผันผวน

  • ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อและถ้อยแถลงของเฟด
  • จับตาการเคลื่อนไหวของดัชนีดอลลาร์ (DXY) และยีลด์พันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีควบคู่กับราคาทองคำ
  • กำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ทุกครั้งก่อนเปิดสถานะ ไม่ปล่อยให้ขาดทุนบานปลาย
  • ควบคุมขนาดสถานะ (Position Size) ให้เหมาะสมกับเงินทุน โดยเฉพาะช่วงที่ตลาดผันผวนสูง
  • อย่าใช้เลเวอเรจสูงเกินไปในช่วงที่ราคาทองคำเคลื่อนไหวรุนแรงจากข่าวเฟด
  • ติดตามข่าวสารความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจเปลี่ยนทิศทางแรงซื้อ Safe Haven ได้ทันที

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาทองคำโลก

ทำไมXAU/USD ถึงร่วงลงในรอบนี้?

สาเหตุหลักมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น และการคาดการณ์ว่าเฟดอาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ ทำให้ความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์ไร้ดอกเบี้ยลดลง

บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ เกี่ยวข้องกับราคาทองคำอย่างไร?

เมื่อยีลด์พันธบัตรสูงขึ้น ต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการถือทองคำแทนพันธบัตรก็สูงขึ้นตาม นักลงทุนจึงมีแนวโน้มโยกเงินออกจากทองคำไปยังสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน ทำให้ราคาทองคำถูกกดดัน

ราคาทองคำในไทยจะปรับตามทองคำโลกทันทีหรือไม่?

ราคาทองคำในประเทศไทยเคลื่อนไหวตามราคาทองคำโลกเป็นหลัก แต่ยังขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วย หากบาทอ่อนค่าในช่วงที่ทองคำโลกลง ราคาทองในประเทศอาจไม่ได้ปรับลงมากเท่า

ควรเทรดทองคำในช่วงที่ตลาดผันผวนจากข่าวเฟดหรือไม่?

สามารถเทรดได้ แต่ควรบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด ตั้งจุดตัดขาดทุนชัดเจน ควบคุมขนาดสถานะให้เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการใช้เลเวอเรจสูงในช่วงที่ราคาผันผวนรุนแรงจากถ้อยแถลงของเฟด

สรุป

ทองคำสปอต ในรอบนี้ถูกกดดันจากปัจจัยหลักสามด้านคือ ยีลด์พันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นหนุนความกังวลเงินเฟ้อ และการคาดการณ์ว่าเฟดอาจยังคงจุดยืนเข้มงวดต่อไป ทำให้ราคาหลุดโซน 4,150 ดอลลาร์ลงมาใกล้ 4,125 ดอลลาร์ในช่วงเช้าตลาดเอเชีย

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานระยะยาว เช่น แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงมีอยู่ ยังเป็นปัจจัยที่อาจพยุงราคาทองคำได้ในระยะถัดไป เทรดเดอร์ไทยควรติดตามทั้งปัจจัยระยะสั้นจากเฟดและปัจจัยระยะยาวเหล่านี้ควบคู่กัน พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเทรด

อ่านข่าวต้นทางฉบับเต็มได้ที่ FXStreet

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

อ่านข่าวเพิ่มเติม คลิกที่นี่!!

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับเรา รับฟรีสัญญาณเทรดทองคำ XAUUSD และ ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือ Expert Advisor (EA)

โลโก้ Weltrade โลโก้ Exness โลโก้ Yellow Box Markets โลโก้ HFM โลโก้ InterStellar Group โลโก้ XM โลโก้ IC Markets โลโก้ Pepperstone โลโก้ IUX โลโก้ Flipper AI DEX Aggregator โลโก้ Bitkub โลโก้ Binance TH