ราคาทองคำวันนี้ 26 ก.ย. 2026: XAU/USD ดีดตัวรับน้ำมัน WTI ร่วง

ราคาทองคำวันนี้ ส่งสัญญาณฟื้นตัวอีกครั้ง หลังจาก XAU/USD ปรับตัวขึ้นได้ในวันศุกร์ ท่ามกลางราคาน้ำมัน WTI ที่ร่วงลงแรง จนช่วยลดแรงหนุนของดัชนีดอลลาร์สหรัฐลงบางส่วน แม้ว่าบอนด์ยีลด์สหรัฐจะยังทรงตัวในระดับสูง และตลาดยังกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ที่อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางหลักอื่น ๆ ต้องคุมเข้มนโยบายการเงินต่อเนื่อง ทำให้ตลาดทองคำโลกยังอยู่ในภาวะแกว่งตัวสองทิศทาง

ราคาทองคำวันนี้ กราฟ XAU/USD ดีดตัวรับน้ำมัน WTI ร่วง
ราคาทองคำวันนี้ กราฟ XAU/USD ดีดตัวรับน้ำมัน WTI ร่วง

สารบัญ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ทองคำ (XAU/USD) ฟื้นตัวขึ้นในวันศุกร์ หลังปรับตัวลงติดต่อกันสองวันก่อนหน้า
  • ราคาน้ำมัน WTI ร่วงแรง ช่วยลดแรงหนุนของดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) เปิดทางให้ทองคำหายใจได้บ้าง
  • บอนด์ยีลด์สหรัฐยังทรงตัวในระดับสูง สะท้อนความกังวลเงินเฟ้อ และเพิ่มโอกาสที่เฟดจะคงท่าที Hawkish ต่อไป
  • แรงซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังเป็นปัจจัยหนุนราคาทองในระยะกลางถึงยาว
  • นักลงทุนต้องจับตาโซนแนวรับแนวต้านสำคัญของ XAU/USD เพื่อวางแผนเทรดในช่วงตลาดผันผวน

ปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำวันนี้: น้ำมัน WTI ร่วง ดอลลาร์อ่อนแรงลง

สิ่งที่น่าสนใจในรอบนี้คือ ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ร่วงลงแรง กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) อ่อนแรงลงบางส่วน เพราะน้ำมันที่ถูกลงมักถูกตีความว่า จะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะสั้น ทำให้ตลาดคลายกังวลเรื่องต้นทุนพลังงานที่เคยเป็นแรงส่งให้ผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงในช่วงก่อนหน้า

เมื่อดอลลาร์อ่อนค่าลง แม้เพียงเล็กน้อย ทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ตั้งราคาเป็นดอลลาร์ก็มักได้รับอานิสงส์ทันที เพราะต้นทุนการถือครองทองคำสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่นจะถูกลง กลไกนี้เห็นได้ชัดในรอบนี้ ที่ XAU/USD สามารถดีดตัวขึ้นได้ หลังจากปรับฐานลงมาสองวันติดต่อกัน ซึ่งเป็นภาพสะท้อนความสัมพันธ์แบบผกผันระหว่างทองคำกับดอลลาร์ที่นักลงทุนทองคำต้องจับตาเสมอ

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวรอบนี้ยังถือว่าเปราะบาง เพราะปัจจัยพื้นฐานเรื่องเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เป็นบวกต่อทองคำอย่างชัดเจน นักลงทุนจึงควรติดตามราคาน้ำมันควบคู่ไปกับความเคลื่อนไหวของดัชนีดอลลาร์อย่างใกล้ชิด เพราะหากน้ำมันกลับมาฟื้นตัว แรงกดดันเงินเฟ้อก็อาจกลับมาหนุนดอลลาร์ และกดดันทองคำอีกครั้ง

บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งสูง กับท่าที Hawkish ของเฟดที่กดดันตลาดทองคำ

แม้ทองคำจะฟื้นตัวได้ในวันศุกร์ แต่ปัจจัยที่ยังคงกดดันตลาดทองคำในภาพรวมคือ ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (US Treasury Yields) ที่ยังยืนอยู่ในระดับสูง สะท้อนว่านักลงทุนตราสารหนี้ยังเชื่อว่า เฟดอาจต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปอีกระยะ เพื่อสกัดแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังไม่คลายตัวลงง่าย ๆ

ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยหรือเงินปันผล ดังนั้นเมื่อบอนด์ยีลด์สูงขึ้น ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ของการถือทองคำก็สูงขึ้นตามไปด้วย นักลงทุนบางส่วนจึงเลือกโยกเงินไปถือพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนกว่า แทนที่จะถือทองคำเพื่อรอการเก็งกำไรจากส่วนต่างราคา

ท่าที Hawkish ของเฟดในรอบนี้ ยังสอดคล้องกับความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหมายความว่า ตลาดยังไม่มั่นใจว่าเฟดจะเริ่มผ่อนคลายดอกเบี้ยเร็วตามที่หลายฝ่ายเคยคาดหวัง สถานการณ์นี้ทำให้ทองคำเคลื่อนไหวแบบสองขั้ว คือได้แรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงชั่วคราว แต่ในขณะเดียวกันก็ถูกกดดันจากยีลด์ที่ยังสูงอยู่ ทำให้กรอบการเคลื่อนไหวของ XAU/USD ยังคงแคบและผันผวนสูง

แรงซื้อทองคำธนาคารกลางและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ปัจจัยหนุนราคาทองระยะยาว

นอกเหนือจากปัจจัยระยะสั้นอย่างดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ ตลาดทองคำโลกยังได้รับแรงหนุนเชิงโครงสร้างจากการที่ธนาคารกลางหลายประเทศ ยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการถือครองสินทรัพย์สกุลดอลลาร์มากเกินไป โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ต้องการลดการพึ่งพาดอลลาร์ในระยะยาว

แรงซื้อของธนาคารกลางเหล่านี้ ทำหน้าที่เป็นเสมือน “พื้นรองรับ” ราคาทองคำในระยะยาว เพราะเป็นแรงซื้อที่ไม่อ่อนไหวต่อความผันผวนรายวัน ต่างจากแรงซื้อขายเก็งกำไรของนักลงทุนรายย่อยหรือกองทุน ที่มักเข้าออกตามข่าวและตัวเลขเศรษฐกิจ

ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคุกรุ่นอยู่ในหลายภูมิภาค ก็ยังเป็นปัจจัยที่หนุนความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) เมื่อใดที่ตลาดเริ่มกังวลเรื่องความขัดแย้งระหว่างประเทศ หรือความไม่แน่นอนทางการเมืองระดับโลก เงินทุนมักไหลเข้าสู่ทองคำอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรติดตามควบคู่ไปกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามบทวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางทองคำแบบรายวัน สามารถดูบทวิเคราะห์ทองคำเพิ่มเติมได้ที่ FxFriend Gold Analysis ซึ่งรวบรวมมุมมองทั้งเชิงพื้นฐานและเทคนิคัลไว้ในที่เดียว

แนวรับแนวต้าน XAU/USD ที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้

ในเชิงเทคนิค ทองคำยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่นักลงทุนต้องเฝ้าระวังทั้งฝั่งแนวรับและแนวต้าน หลังจากที่ราคาเคยหลุดโซนจิตวิทยาสำคัญลงมาก่อนหน้านี้ การดีดตัวกลับในรอบนี้ยังถือเป็นการทดสอบว่า แรงซื้อที่กลับเข้ามาจะสามารถผลักดันราคาให้ยืนเหนือแนวต้านสำคัญได้หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงการรีบาวด์ระยะสั้นก่อนราคาจะกลับไปทดสอบแนวรับเดิมอีกครั้ง

หากราคายังคงเผชิญแรงขายบริเวณแนวต้านสำคัญ นักลงทุนควรระวังความเสี่ยงที่ทองคำอาจกลับไปแกว่งตัวในกรอบล่างอีกครั้ง โดยเฉพาะหากดอลลาร์กลับมาแข็งค่า หรือบอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้นต่อ ในทางกลับกัน หากราคาน้ำมันยังคงอ่อนตัวต่อเนื่อง และดอลลาร์อ่อนค่าลงเพิ่มเติม ก็มีโอกาสที่ทองคำจะไต่ระดับขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปได้

สำหรับผู้ที่ต้องการดูรายละเอียดโซนแนวรับแนวต้านแบบเจาะจงตัวเลข สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทวิเคราะห์ แนวรับแนวต้านทองคำที่เว็บไซต์เคยเจาะลึกไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจ

ผลกระทบต่อเทรดเดอร์ไทย: ราคาทองในประเทศเคลื่อนไหวอย่างไร

สำหรับเทรดเดอร์ไทย ความเคลื่อนไหวของ XAU/USD ในตลาดโลก ยังคงเป็นตัวแปรหลักที่กำหนดทิศทางราคาทองคำในประเทศ เพราะราคาทองแท่งและทองรูปพรรณในไทย จะอ้างอิงจากราคาทองคำโลกเป็นหลัก แล้วนำมาคำนวณร่วมกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นแม้ทองโลกจะนิ่ง แต่หากค่าเงินบาทผันผวนแรง ราคาทองในประเทศก็อาจขยับตามได้เช่นกัน

ในรอบนี้ที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากแรงกดดันของราคาน้ำมัน หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นตามไปด้วย ก็อาจช่วยลดแรงกดดันราคาทองในประเทศได้บางส่วน แต่หากเงินบาทอ่อนค่าสวนทางกับดอลลาร์โลก ราคาทองในประเทศก็อาจไม่ได้ปรับตัวลงมากเท่าที่ควร แม้ทองโลกจะย่อตัวลงก็ตาม เทรดเดอร์ไทยจึงควรติดตามทั้งสองปัจจัยควบคู่กันเสมอ ไม่ใช่ดูแค่ราคาทองโลกอย่างเดียว

อีกจุดที่นักลงทุนไทยมือใหม่มักสับสนคือ ความแตกต่างระหว่างทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ โดยทองคำแท่งจะมีราคาใกล้เคียงกับราคาทองคำโลกมากที่สุด เพราะไม่มีค่ากำเหน็จ ในขณะที่ทองรูปพรรณจะมีค่ากำเหน็จบวกเพิ่มเข้าไป ซึ่งขึ้นอยู่กับลวดลายและร้านทองแต่ละแห่ง ทำให้เวลาซื้อคืนหรือขายคืน มูลค่าที่ได้รับจะต่ำกว่าทองคำแท่งเสมอ นักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรตามราคาทองโลกโดยตรง จึงมักเลือกทองคำแท่งมากกว่าทองรูปพรรณ

สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดผ่านสัญญา CFD หรือ Spot Gold โดยตรง ความผันผวนจากปัจจัยดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และท่าทีเฟด ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดยังไม่มีทิศทางชัดเจนแบบนี้ การใช้ position size ที่เหมาะสมและตั้ง stop loss ทุกครั้ง จึงเป็นเรื่องจำเป็นมากกว่าการพยายามเดาทิศทางราคาแบบไม่มีแผนรองรับ

เช็กลิสต์บริหารความเสี่ยงสำหรับเทรดทองคำช่วงตลาดผันผวน

  • ติดตามดัชนีดอลลาร์ (DXY) และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐทุกวัน เพราะเป็นปัจจัยหลักที่ขยับ XAU/USD
  • ตั้ง stop loss ทุกครั้งก่อนเปิดสถานะ โดยเฉพาะช่วงที่ตลาดยังไม่มีทิศทางชัดเจน
  • อย่าใช้ leverage สูงเกินไป เพราะทองคำในรอบนี้ยังมีความผันผวนสองทิศทางสูง
  • ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด
  • เทรดเดอร์ไทยควรดูอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทควบคู่ไปกับราคาทองโลก ก่อนตัดสินใจซื้อขายทองในประเทศ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาทองคำวันนี้

ทำไมทองคำถึงฟื้นตัวขึ้นได้ ทั้งที่บอนด์ยีลด์ยังสูง

เพราะราคาน้ำมัน WTI ที่ร่วงลงแรง ช่วยลดแรงหนุนของดัชนีดอลลาร์สหรัฐลงชั่วคราว ทำให้ทองคำซึ่งตั้งราคาเป็นดอลลาร์ได้รับอานิสงส์ แม้ปัจจัยเรื่องยีลด์ยังคงกดดันในภาพรวมก็ตาม

เฟด Hawkish ส่งผลต่อราคาทองคำอย่างไร

เมื่อเฟดส่งสัญญาณคุมเข้มดอกเบี้ยต่อเนื่อง บอนด์ยีลด์มักปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองคำเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และมักกดดันราคาทองในระยะสั้น

ราคาทองในประเทศไทยจะขึ้นลงตามทองโลกเสมอไปหรือไม่

ส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวตามทองโลก แต่ยังต้องพิจารณาอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐร่วมด้วย เพราะหากค่าเงินบาทผันผวนแรง ราคาทองในประเทศอาจไม่สอดคล้องกับทองโลกทั้งหมด

ควรเทรดทองคำช่วงที่ตลาดยังไม่มีทิศทางชัดเจนหรือไม่

สามารถเทรดได้ แต่ควรลดขนาดสถานะลง และตั้ง stop loss ทุกครั้ง เพราะความผันผวนสองทิศทางในช่วงนี้ยังมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ

สรุป

โดยรวมแล้ว ราคาทองคำวันนี้ ยังอยู่ในภาวะแกว่งตัวสองทิศทาง โดยได้แรงหนุนชั่วคราวจากราคาน้ำมัน WTI ที่ร่วงลงจนดอลลาร์อ่อนแรง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังถูกกดดันจากบอนด์ยีลด์สหรัฐที่ยืนสูง และท่าที Hawkish ของเฟดที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงชัดเจน นักลงทุนควรติดตามทั้งปัจจัยระยะสั้นอย่างดอลลาร์และยีลด์ ควบคู่ไปกับปัจจัยเชิงโครงสร้างอย่างแรงซื้อทองคำของธนาคารกลาง และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งยังเป็นแรงหนุนราคาทองในระยะยาว

สำหรับเทรดเดอร์ไทย การเข้าใจกลไกที่ราคาทองในประเทศเชื่อมโยงกับทองโลกและค่าเงินบาท จะช่วยให้วางแผนซื้อขายได้แม่นยำขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อทองคำแท่งเพื่อออม หรือเทรด XAU/USD เพื่อเก็งกำไรระยะสั้น การบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัยยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด ท่ามกลางตลาดทองคำที่ยังผันผวนจากหลายปัจจัยพร้อมกัน อ่านข่าวต้นทางเพิ่มเติมได้ที่ FXStreet

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

อ่านข่าวเพิ่มเติม คลิกที่นี่!!

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับเรา รับฟรีสัญญาณเทรดทองคำ XAUUSD และ ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือ Expert Advisor (EA)

โลโก้ Weltrade โลโก้ Exness โลโก้ Yellow Box Markets โลโก้ HFM โลโก้ InterStellar Group โลโก้ XM โลโก้ IC Markets โลโก้ Pepperstone โลโก้ IUX โลโก้ Flipper AI DEX Aggregator โลโก้ Bitkub โลโก้ Binance TH