ระวังเงินบาทผันผวน หลังตลาดกังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯ สู่ภาวะถดถอย

ระวังเงินบาทผันผวน หลังตลาดกังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯ สู่ภาวะถดถอย

เงินบาทเปิดตลาด 34.72 บาทต่อดอลลาร์ทรงตัว มองแนวโน้มแกว่งไซด์เวย์ หากดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากการเปิดรับความเสี่ยงของตลาดอาจทำให้เงินบาทผันผวน หลังนักลงทุนกังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯ สู่โหมดถดถอย

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.72 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง”จากระดับปิดวันก่อนหน้า โดยแนวโน้มแกว่ง Sideways ซึ่งหากเงินดอลลาร์ยังคงได้แรงหนุนจากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาด ก็อาจกดดันให้เงินบาทสามารถผันผวนในฝั่งอ่อนค่าลงได้บ้าง

นอกจากนี้ หากราคาทองคำย่อตัวใกล้โซนแนวต้าน ก็อาจมีโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัวเพิ่มขึ้นและสามารถกดดันเงินบาทได้เช่นกัน แต่เรายังคงมองว่า แม้ว่าเงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า แต่ปัจจัยสนับสนุนการแข็งค่าของเงินบาทก็ยังมีอยู่ อาทิ แรงซื้อหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ ที่ยังคงเดินหน้าซื้อสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง ทำให้ค่าเงินบาทอาจไม่อ่อนค่าไปมากหรือทะลุโซนแนวต้านที่เราเคยประเมินไว้แถว 34.90-35.00 บาทต่อดอลลาร์

บรรยากาศในฝั่งตลาดการเงินสหรัฐฯ โดยรวมยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลงหนักและเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย หากเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ซึ่งผู้เล่นในตลาดบางส่วนก็กังวลว่า การเปิดประเทศจีนอย่างเต็มรูปแบบของในปีหน้า

อาจทำให้ปัญหาเงินเฟ้อไม่สามารถคลี่คลายลงได้ง่ายและอาจกดดันให้เฟดจำเป็นต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ โดยความกังวลดังกล่าวได้สะท้อนผ่าน การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ สู่ระดับ 3.88% ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth ที่อ่อนไหวกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์/อัตราดอกเบี้ย ปรับตัวลงต่อเนื่อง อาทิ Apple -3.1%, Alphabet -1.6%, Microsoft -1.0% กดดันให้ ดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวลงกว่า -1.35% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดตลาด -1.20%

ส่วนในทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 พลิกกลับมาย่อตัวลง -0.13% กดดันโดยแรงขายหุ้นกลุ่มเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth จากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาว เช่นเดียวกับในฝั่งสหรัฐฯ (ASML -1.7%, Adyen -0.8%) นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดยังรอประเมินผลกระทบจากการเปิดประเทศจีนในต้นปีหน้า ว่าจะส่งผลดีหรือผลเสียต่อภาพเศรษฐกิจยุโรปมากกว่ากัน เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในจีนล่าสุดยังคงน่ากังวลอยู่

ในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หนุนโดยการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน โดยล่าสุด ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 104.5 จุด

ทั้งนี้ แม้ว่าบรรยากาศในตลาดการเงินจะอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง แต่การปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ก็กดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ก.พ.) ยังคงเคลื่อนไหวผันผวน ใกล้ระดับ 1,812 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีบางจังหวะที่ราคาทองคำย่อตัวลงใกล้โซนแนวรับแถว 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งมีโอกาสที่ผู้เล่นในตลาดบางส่วนอาจรอจังหวะการย่อตัวของทองคำในการทยอยเข้าซื้อ และโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวอาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้บ้าง

  • สำหรับวันนี้ นักลงทุนจะรอลุ้น ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ อย่าง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) รวมถึง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานต่อเนื่อง (Continuing Claims) โดยหากรายงานข้อมูลดังกล่าวยังคงออกมาดีกว่าคาด อาทิ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก ต่ำกว่า ระดับ 220,00 ราย หรือ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานต่อเนื่อง ต่ำกว่า 1.67 ล้านคน
  • นักลงทุนก็อาจประเมินว่า ภาพตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งอยู่ อาจหนุนให้เฟดสามารถเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องได้ และอาจแตะระดับสูงกว่า 5.00% ที่ตลาดมองในปัจจุบัน ซึ่งภาพดังกล่าวก็อาจกดดันให้บรรยากาศในตลาดการเงินอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงหรือระมัดระวังตัวมากขึ้นได้

(ที่มา : ECONOMIC NEWS)

อ่านข่าวเพิ่มเติม คลิกที่นี่!!

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับเรา รับฟรีสัญญาณเทรดทองคำ XAUUSD และ ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือ Expert Advisor (EA)

โลโก้ Weltrade โลโก้ Exness โลโก้ Yellow Box Markets โลโก้ HFM โลโก้ InterStellar Group โลโก้ XM โลโก้ IC Markets โลโก้ Pepperstone โลโก้ IUX โลโก้ Flipper AI DEX Aggregator โลโก้ Bitkub โลโก้ Binance TH