17 ปีชุมชน

ความรู้ forex

ทองคำ XAU/USD 19 ต.ค. 2026: เฟด Hawkish กดดัน จับตาแนวรับแนวต้าน

ทองคำ XAU/USD กลับมาเป็นประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาอีกครั้ง หลังทีมวิจัยของ Nordea ออกมายืนยันมุมมองเดิมต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ว่ายังมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ และอีก 1 ครั้งในปี 2027 เนื่องจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังคงอยู่เหนือกรอบเป้าหมาย 2% ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังเติบโตแข็งแกร่งกว่าที่หลายฝ่ายคาด มุมมองนี้เท่ากับตอกย้ำว่าวงจรดอกเบี้ยขาขึ้นของเฟดยังไม่จบง่าย ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันราคาทองคำโลกโดยตรง เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยหรือผลตอบแทน เมื่อดอกเบี้ยและบอนด์ยีลด์สูงขึ้น ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองก็ยิ่งสูงตามไปด้วย

กราฟราคาทองคำ XAU/USD ท่ามกลางมุมมองเฟด Hawkish จาก Nordea
กราฟราคาทองคำ XAU/USD ท่ามกลางมุมมองเฟด Hawkish จาก Nordea — Photo by Jakub Zerdzicki on Pexels

สารบัญ

สรุปประเด็นสำคัญ: ทองคำ XAU/USD เจอแรงกดดันจากมุมมองเฟด Hawkish

  • Nordea คงมุมมองเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ และอีก 1 ครั้งในปี 2027 เหตุเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังสูงกว่าเป้า 2%
  • มุมมอง Hawkish หนุนบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และดัชนีดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้น กดดันราคาทองคำโลกในระยะสั้น
  • แรงซื้อทองคำของธนาคารกลางหลายประเทศ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ยังเป็นปัจจัยหนุนทองคำในเชิงโครงสร้าง
  • ทองคำ XAU/USD ยังแกว่งตัวในกรอบ นักเทรดต้องจับตาโซนแนวรับแนวต้านสำคัญก่อนตัดสินใจเปิดสถานะ
  • ราคาทองในไทยเคลื่อนไหวตามทองโลกบวกค่าเงินบาท เทรดเดอร์ไทยต้องติดตามทั้งสองปัจจัยไปพร้อมกัน

เฟด Hawkish ตามมุมมอง Nordea กดดันทองคำ XAU/USD อย่างไร

หัวใจของมุมมอง Nordea คือการย้ำว่าเฟดยังไม่พร้อมหยุดวงจรดอกเบี้ยขาขึ้น ตราบใดที่เงินเฟ้อยังไม่กลับสู่กรอบ 2% อย่างยั่งยืน และตลาดแรงงานกับการบริโภคในสหรัฐฯ ยังไปได้ดี การคาดการณ์ว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ และอีกครั้งในปี 2027 ทำให้ตลาดต้องปรับมุมมองใหม่ จากเดิมที่หลายฝ่ายเริ่มมองหาจังหวะที่เฟดจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยหรือเริ่มลดดอกเบี้ย

สำหรับตลาดทองคำ มุมมอง Hawkish แบบนี้ถือเป็นข่าวลบระยะสั้น เพราะทองคำไม่มีกระแสเงินสดหรือดอกเบี้ยจ่ายให้ผู้ถือครอง เมื่อดอกเบี้ยนโยบายและบอนด์ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น นักลงทุนจะหันไปถือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนอย่างพันธบัตรหรือเงินฝากดอลลาร์แทน ทำให้แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ลงทุนลดลงในบางช่วง

อย่างไรก็ตาม ตลาดทองคำมักไม่ได้เคลื่อนไหวตามปัจจัยเดียว การที่ Nordea ยังคงมุมมองเดิมโดยไม่ได้ปรับขึ้นอย่างรุนแรงไปกว่าที่ตลาดรับรู้อยู่แล้ว อาจทำให้แรงกดดันต่อทองคำ XAU/USD ไม่รุนแรงเท่าช่วงที่ตลาดเพิ่งเริ่มปรับมุมมอง Hawkish ครั้งแรก นักลงทุนจึงต้องติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดและตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชุดถัดไปอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าตลาดจะ Price in มุมมองนี้ไปมากน้อยเพียงใด

ดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และแรงซื้อทองคำธนาคารกลาง ปัจจัยชี้ทิศทางทองคำโลก

เมื่อตลาดเชื่อว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่คาด ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ DXY มักได้รับแรงหนุนให้แข็งค่าขึ้น เพราะนักลงทุนทั่วโลกต้องการถือดอลลาร์เพื่อรับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยที่สูงกว่าสกุลเงินอื่น ความสัมพันธ์ระหว่างดอลลาร์กับทองคำมักเป็นแบบผกผัน กล่าวคือเมื่อดอลลาร์แข็งค่า ราคาทองคำที่ซื้อขายเป็นดอลลาร์อย่าง XAU/USD มักเผชิญแรงกดดันให้อ่อนตัวลง เพราะทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น

ในทางเดียวกัน บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ โดยเฉพาะยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปี ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่นักเทรดทองคำต้องจับตา เพราะยีลด์ที่แท้จริง หรือ Real Yield หลังหักเงินเฟ้อ มีความสัมพันธ์ผกผันกับราคาทองคำอย่างชัดเจน หากยีลด์ที่แท้จริงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองจะยิ่งสูง และกดดันราคาทองคำโลกให้เคลื่อนไหวในกรอบแคบหรือปรับตัวลง

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ปัจจัยที่ยังช่วยประคองราคาทองคำไม่ให้ร่วงแรงเกินไปคือแรงซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่ยังคงทยอยสะสมทองคำเข้าทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์มากเกินไป แรงซื้อลักษณะนี้ทำหน้าที่เหมือนเป็นแนวรับเชิงโครงสร้างให้กับราคาทองคำในระยะยาว แม้ระยะสั้นจะถูกกดดันจากมุมมองดอกเบี้ยของเฟดก็ตาม

ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และแนวรับแนวต้านทองคำ XAU/USD ที่ต้องจับตา

นอกเหนือจากปัจจัยดอกเบี้ยและดอลลาร์ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หนุนสถานะทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หรือ Safe Haven เมื่อใดก็ตามที่เกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศ ความตึงเครียดทางการค้า หรือความขัดแย้งในภูมิภาคต่าง ๆ นักลงทุนมักหันมาถือทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตโดยรวม ทำให้แรงซื้อทองคำในจังหวะดังกล่าวสามารถหักล้างแรงกดดันจากดอกเบี้ยขาขึ้นได้บางส่วน

ในแง่เทคนิค ราคาทองคำโลก ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่นักเทรดต้องจับตาโซนแนวรับแนวต้านอย่างใกล้ชิด โดยแนวรับสำคัญมักเป็นบริเวณที่เคยมีแรงซื้อกลับเข้ามาซ้ำหลายครั้ง หรือแนวรับทางจิตวิทยาที่เป็นเลขกลม ส่วนแนวต้านมักเป็นโซนที่เคยมีแรงขายทำกำไรออกมาอย่างหนาแน่น หากราคาสามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างมีนัยสำคัญ อาจเปิดโอกาสให้เกิดแรงซื้อต่อเนื่อง แต่หากหลุดแนวรับสำคัญลงไป ก็มีโอกาสเห็นแรงขายทำกำไรเพิ่มเติมตามมา

นักเทรดที่ติดตามทองคำควรใช้เครื่องมือเทคนิคควบคู่กับปัจจัยพื้นฐาน เช่น เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ แนวโน้มระยะกลางระยะยาว และปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพื่อประเมินจังหวะเข้าออกที่เหมาะสม สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามบทวิเคราะห์ทองคำเชิงลึกแบบรายวัน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บทวิเคราะห์ทองคำจาก FxFriend ซึ่งอัปเดตโซนแนวรับแนวต้านและปัจจัยขับเคลื่อนตลาดอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบต่อเทรดเดอร์ไทย: ทองคำในประเทศและทองโลกเคลื่อนไหวอย่างไร

สำหรับเทรดเดอร์ไทย ราคาทองคำในประเทศไม่ได้ขยับขึ้นลงตามใจชอบ แต่อ้างอิงจากราคาทองคำโลก หรือ XAU/USD เป็นหลัก แล้วแปลงผ่านอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หมายความว่าแม้ทองคำโลกจะเคลื่อนไหวในทิศทางหนึ่ง แต่ราคาทองในประเทศอาจเคลื่อนไหวต่างออกไปบ้าง หากค่าเงินบาทแข็งหรืออ่อนสวนทางกับทิศทางของทองโลกในช่วงเวลาเดียวกัน

เมื่อมุมมองเฟด Hawkish หนุนให้ดอลลาร์แข็งค่า นักลงทุนไทยควรสังเกตว่าเงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดควบคู่กัน เพราะหากเงินบาทอ่อนค่าลงพร้อมกับที่ทองคำโลกปรับตัวลง ราคาทองในประเทศอาจไม่ได้ลดลงมากเท่าที่ควร หรือในบางจังหวะอาจแทบไม่ขยับเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ซื้อขายทองคำแท่งและทองรูปพรรณในไทยมักสับสนอยู่บ่อยครั้ง

อีกประเด็นที่เทรดเดอร์ไทยควรเข้าใจคือความแตกต่างระหว่างทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ โดยทองรูปพรรณจะมีค่ากำเหน็จหรือค่าแรงฝังรวมอยู่ในราคาขาย ทำให้ราคารับซื้อคืนมักต่ำกว่าราคาขายออกมาพอสมควร ขณะที่ทองคำแท่งมีส่วนต่างราคาซื้อขายที่แคบกว่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้นตามความเคลื่อนไหวของทองคำโลกมากกว่า สำหรับผู้ที่เทรดทองผ่านสัญญา CFD หรือ Spot XAU/USD โดยตรง ควรติดตามข่าวเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงกลางคืนตามเวลาไทยอย่างใกล้ชิด เพราะข้อมูลสำคัญส่วนใหญ่มักประกาศในช่วงที่ตลาดไทยปิดทำการแล้ว

ผู้ที่สนใจทำความเข้าใจพื้นฐานการอ่านกราฟราคาทองคำโลกเพิ่มเติม สามารถศึกษาได้จากบทความ กราฟราคาทองคำโลก คืออะไร อ่านอย่างไร และติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดของทองคำได้จาก บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจ

เช็กลิสต์บริหารความเสี่ยงเทรดทองคำ

  • ติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดและตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ อย่างสม่ำเสมอ เพราะมีผลโดยตรงต่อทิศทางดอกเบี้ยและราคาทองคำ
  • จับตาดัชนีดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 10 ปี ควบคู่กับราคาสปอตทองคำ เพื่อประเมินแรงกดดันหรือแรงหนุน
  • กำหนดจุดตัดขาดทุน หรือ Stop Loss ทุกครั้งก่อนเปิดสถานะ เพราะทองคำสามารถผันผวนแรงในช่วงข่าวสำคัญ
  • บริหารขนาดการลงทุนให้เหมาะสมกับเงินทุน หลีกเลี่ยงการใช้ Leverage สูงเกินไปในช่วงตลาดผันผวน
  • ติดตามความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจเกิดขึ้นกะทันหัน เพราะอาจพลิกทิศทางทองคำได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ
  • สำหรับเทรดเดอร์ไทย ควรติดตามทิศทางค่าเงินบาทควบคู่กับทองคำโลก เพื่อประเมินราคาทองในประเทศอย่างแม่นยำขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับXAU/USD

มุมมองเฟด Hawkish ของ Nordea ส่งผลต่อราคาทองคำอย่างไร

มุมมองที่คาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้และอีกครั้งในปี 2027 หนุนให้ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ย

ทำไมแรงซื้อทองคำของธนาคารกลางถึงสำคัญต่อตลาดทองคำ

ธนาคารกลางหลายประเทศสะสมทองคำเข้าทุนสำรองเพื่อกระจายความเสี่ยงจากดอลลาร์ แรงซื้อลักษณะนี้ช่วยประคองราคาทองคำในระยะยาว แม้ระยะสั้นจะถูกกดดันจากปัจจัยดอกเบี้ยก็ตาม

ราคาทองในไทยต่างจากราคาทองคำโลกอย่างไร

ราคาทองในไทยอ้างอิงจากราคาทองคำโลกบวกอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์ ทำให้บางช่วงราคาทองในประเทศอาจเคลื่อนไหวต่างจากทิศทางทองโลกเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับทิศทางค่าเงินบาทในช่วงเวลานั้น

เทรดเดอร์ไทยควรติดตามปัจจัยใดก่อนเทรดทองคำวันนี้

ควรติดตามถ้อยแถลงเฟด ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ดัชนีดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ รวมถึงข่าวภูมิรัฐศาสตร์ และกำหนดจุดตัดขาดทุนทุกครั้งก่อนเปิดสถานะ

สรุป

มุมมองเฟด Hawkish ตามการวิเคราะห์ของ Nordea ที่คาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ และอีกครั้งในปี 2027 เป็นปัจจัยที่กดดันราคาราคาทองคำโลก ในระยะสั้น ผ่านกลไกดอลลาร์แข็งค่าและบอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม แรงซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคุกรุ่น ยังเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในเชิงโครงสร้าง ทำให้ตลาดทองคำยังคงมีความผันผวนสองทาง นักเทรดจึงควรติดตามปัจจัยพื้นฐานควบคู่กับการวิเคราะห์แนวรับแนวต้านทางเทคนิคอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการเทรดที่รอบคอบและบริหารความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม

ที่มา: FXStreet – Fed: Higher yields keep tightening path intact – Nordea

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

อ่านข่าวเพิ่มเติม คลิกที่นี่!!

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับเรา รับฟรีสัญญาณเทรดทองคำ XAUUSD และ ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือ Expert Advisor (EA)

โลโก้ Weltrade โลโก้ Exness โลโก้ Yellow Box Markets โลโก้ HFM โลโก้ InterStellar Group โลโก้ XM โลโก้ IC Markets โลโก้ Pepperstone โลโก้ IUX โลโก้ Flipper AI DEX Aggregator โลโก้ Bitkub โลโก้ Binance TH