17 ปีชุมชน

ความรู้ forex

แนวโน้มราคาทองคำ 1 พ.ย. 2026: XAU/USD ร่วงเกือบ 3% ทำนิวโลว์รอบปี

แนวโน้มราคาทองคำ กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังสัญญาทองคำโลก XAU/USD ร่วงลงเกือบ 3% ภายในวันเดียว และทำระดับต่ำสุดใหม่ในรอบปี แม้ว่าตลาดการเงินทั่วโลกจะอยู่ในโหมด risk-off จากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ที่นักลงทุนเริ่มกังวลเรื่องการใช้จ่ายมหาศาลด้าน AI แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ทองคำซึ่งปกติมักได้รับแรงหนุนในภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง กลับไม่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้เลย เพราะแรงกดดันจากท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ที่ส่งสัญญาณแข็งกร้าวกว่าที่ตลาดคาด มีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยบวกจากความเสี่ยงในตลาดหุ้น

แนวโน้มราคาทองคำ XAU/USD ร่วงเกือบ 3% ทำนิวโลว์รอบปี
แนวโน้มราคาทองคำ XAU/USD ร่วงเกือบ 3% ทำนิวโลว์รอบปี — Photo by Kanchanara on Unsplash

สารบัญ

สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับทองคำ XAU/USD วันนี้

  • ทองคำ XAU/USD ร่วงลงเกือบ 3% ในวันศุกร์ที่ผ่านมา และแตะระดับต่ำสุดใหม่ในรอบปี
  • การร่วงลงเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศ risk-off จากการเทขายหุ้นเทคโนโลยี เนื่องจากความกังวลเรื่องการใช้จ่ายด้าน AI ที่สูงเกินคาด
  • ทองคำไม่ได้รับแรงหนุนจากภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงตามปกติ เพราะถูกกดดันหนักจากการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงท่าทีแข็งกร้าว (hawkish) ต่อดอกเบี้ย
  • ดอลลาร์สหรัฐฯ และบอนด์ยีลด์ที่ยังทรงตัวในระดับสูง เป็นแรงกดดันหลักที่ทำให้ทองคำขาดเสน่ห์ในสายตานักลงทุน
  • นักเทรดต้องจับตาโซนแนวรับแนวต้านสำคัญใกล้ระดับจิตวิทยา 4,000 ดอลลาร์อย่างใกล้ชิด

ปัจจัยขับเคลื่อนทองคำรอบนี้: เมื่อ Risk-Off ไม่ช่วยทอง

ในสถานการณ์ปกติ เมื่อตลาดหุ้นปั่นป่วนจากความกังวลเชิงลบ เงินทุนมักไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ แต่รอบนี้กลับตรงกันข้าม แม้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะถูกเทขายอย่างหนักจากความกังวลเรื่องงบลงทุนด้าน AI ที่พุ่งสูงจนนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า แต่ทองคำกลับไม่ได้รับอานิสงส์ใด ๆ เลย สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังให้น้ำหนักกับปัจจัยดอกเบี้ยและนโยบายการเงินมากกว่าความผันผวนในตลาดหุ้นเพียงอย่างเดียว

ปรากฏการณ์นี้เป็นสัญญาณสำคัญที่เทรดเดอร์ทองคำต้องทำความเข้าใจ เพราะมันบอกเราว่า correlation แบบดั้งเดิมระหว่างทองคำกับความเสี่ยงในตลาดหุ้นอาจไม่ใช่กฎตายตัวเสมอไป เมื่อปัจจัยมหภาคอย่างทิศทางดอกเบี้ยเฟดมีน้ำหนักมากกว่า นักลงทุนจึงเลือกที่จะถือเงินสดหรือดอลลาร์มากกว่าทองคำ แม้ในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนรุนแรงก็ตาม

นอกจากนี้ การที่ทองคำร่วงพร้อมกับหุ้นเทคโนโลยี ยังสะท้อนถึงภาวะ liquidation หรือการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง ซึ่งบางครั้งนักลงทุนสถาบันอาจต้องขายทองคำเพื่อชดเชยสภาพคล่องที่สูญเสียไปจากการขาดทุนในพอร์ตหุ้น ทำให้ทองคำกลายเป็นเหยื่อของการเทขายแบบไม่เลือกหน้าในระยะสั้น

ทิศทางดอลลาร์และบอนด์ยีลด์กดดันตลาดทอง XAU/USD

ดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวแปรหลักที่กำหนดทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก เมื่อดัชนีดอลลาร์ทรงตัวในระดับแข็งแกร่งหรือปรับตัวขึ้น ทองคำซึ่งซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์จะมีต้นทุนที่สูงขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น ส่งผลให้ความต้องการซื้อลดลงตามไปด้วย ในรอบนี้ ความคาดหวังว่าเฟดจะคงท่าทีแข็งกร้าวต่อดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ เป็นแรงหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และกดดันทองคำให้ร่วงลงอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือบอนด์ยีลด์ ก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เมื่อบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนค่าเสียโอกาส หรือ opportunity cost ของการถือทองคำก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นักลงทุนจึงมีแนวโน้มเทขายทองคำเพื่อหันไปถือพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนแทน

สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ ถ้อยแถลงและข้อมูลเศรษฐกิจที่จะออกมาในช่วงถัดไป ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขเงินเฟ้อ การจ้างงาน หรือบันทึกการประชุมของเฟด ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าตลาดจะยังคงเชื่อในแนวทางฮอว์กิชต่อไปหรือไม่ หากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาอ่อนแอกว่าคาด อาจเปิดทางให้เฟดผ่อนคลายท่าทีลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกให้ทองคำฟื้นตัวได้ในระยะถัดไป

แรงซื้อทองคำธนาคารกลางและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยหนุนระยะยาว

แม้ราคาทองคำในระยะสั้นจะถูกกดดันจากปัจจัยดอกเบี้ยและดอลลาร์ แต่ในภาพระยะยาว แรงซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยพยุงราคาไม่ให้ร่วงลงรุนแรงเกินไป หลายประเทศยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเข้าทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์เพียงอย่างเดียว และกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองในภาวะที่โลกเผชิญความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น

ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ หรือความขัดแย้งในภูมิภาคต่าง ๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่สามารถจุดประกายให้เงินทุนไหลกลับเข้าสู่ทองคำได้ทุกเมื่อ แม้ในระยะนี้ปัจจัยเฟดจะมีน้ำหนักเหนือกว่า แต่หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างกะทันหัน ทองคำก็ยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอันดับต้น ๆ ที่นักลงทุนสถาบันเลือกพักเงินในยามวิกฤต

นักลงทุนที่ติดตามตลาดทองคำอย่างใกล้ชิดควรจับตาทั้งปัจจัยระยะสั้นอย่างดอกเบี้ยและดอลลาร์ ควบคู่ไปกับปัจจัยระยะยาวอย่างแรงซื้อของธนาคารกลางและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ เพราะทั้งสองชุดปัจจัยนี้มักจะสลับกันมีอิทธิพลเหนือตลาดในแต่ละช่วงเวลา ผู้ที่สนใจบทวิเคราะห์เชิงลึกเพิ่มเติมสามารถติดตาม บทวิเคราะห์ทองคำรายวันจาก FxFriend เพื่อประกอบการตัดสินใจเทรด

แนวรับแนวต้านที่ต้องจับตาในตลาดทอง XAU/USD

เมื่อราคาทองคำหลุดลงมาต่ำกว่าระดับจิตวิทยาสำคัญอย่าง 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และทำนิวโลว์ใหม่ในรอบปี นักเทรดเทคนิคจำเป็นต้องจับตาโซนแนวรับถัดไปอย่างใกล้ชิด เพราะเมื่อราคาหลุดแนวรับสำคัญระดับจิตวิทยา มักจะเกิดแรงขายต่อเนื่องจากนักลงทุนที่ตั้ง stop loss ไว้บริเวณดังกล่าว ทำให้ราคาสามารถร่วงต่อไปได้อย่างรวดเร็วในช่วงสั้น ๆ

ในทางกลับกัน หากราคาทองคำสามารถดีดตัวกลับขึ้นมายืนเหนือโซน 4,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง จะถือเป็นสัญญาณบวกที่บ่งชี้ว่าแรงขายเริ่มอ่อนแรงลง และอาจเปิดทางให้เกิดการรีบาวด์ทางเทคนิคขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่เคยเป็นแนวรับมาก่อน การเฝ้าดูปริมาณการซื้อขายและความเร็วของการเคลื่อนไหวราคา จะช่วยให้นักเทรดประเมินได้ว่าแรงขายรอบนี้เป็นเพียงการปรับฐานระยะสั้น หรือเป็นจุดเริ่มต้นของเทรนด์ขาลงที่ยาวนานกว่านั้น

สำหรับนักเทรดที่ใช้กลยุทธ์ตามแนวโน้ม การรอให้ราคายืนยันทิศทางที่ชัดเจนก่อนเข้าออเดอร์ จะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนที่รุนแรงในช่วงนี้ได้มาก เพราะตลาดทองคำในภาวะที่ fundamental และ sentiment ขัดแย้งกันแบบนี้ มักมีการแกว่งตัวกลับไปกลับมาอย่างรวดเร็ว ทำให้การไล่ราคาโดยไม่มีแผนจัดการความเสี่ยงที่ดี อาจนำไปสู่การขาดทุนที่ไม่จำเป็น

ผลกระทบต่อเทรดเดอร์ไทย: ทองคำในประเทศและทองคำโลกเชื่อมโยงกันอย่างไร

สำหรับเทรดเดอร์และนักลงทุนทองคำในไทย การเคลื่อนไหวของ XAU/USD ในตลาดโลกส่งผลโดยตรงต่อราคาทองคำในประเทศ เพราะราคาทองแท่งและทองรูปพรรณในบ้านเราคำนวณจากราคาทองคำโลก บวกกับอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้น แม้ทองคำโลกจะร่วงลง แต่หากเงินบาทอ่อนค่าลงในเวลาเดียวกัน ราคาทองในประเทศอาจไม่ได้ปรับลดลงมากเท่ากับสัดส่วนที่ทองโลกร่วง หรือในบางกรณีอาจแทบไม่ขยับเลย

เทรดเดอร์ไทยที่เทรดทองคำผ่านโบรกเกอร์ออนไลน์ในรูปแบบ CFD หรือ Gold Spot จะได้รับผลกระทบจากความผันผวนของ XAU/USD โดยตรงและรวดเร็วกว่าการซื้อขายทองคำแท่งผ่านร้านทองในประเทศ เพราะตลาด Forex และ Gold Spot เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ราคาสามารถเคลื่อนไหวได้ทันทีตามข่าวสารและข้อมูลเศรษฐกิจที่ประกาศออกมา ต่างจากร้านทองในประเทศที่มักจะปรับราคาเป็นรอบตามเวลาทำการ

อีกประเด็นสำคัญที่คนไทยควรเข้าใจคือ ความแตกต่างระหว่างทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ ทองคำแท่งจะมีราคาใกล้เคียงกับราคาทองคำโลกมากกว่า เพราะไม่มีค่ากำเหน็จหรือค่าแรงในการขึ้นรูป ในขณะที่ทองรูปพรรณจะมีค่ากำเหน็จบวกเพิ่มเข้าไป ทำให้เมื่อราคาทองคำโลกร่วงแรงแบบนี้ ผู้ที่ถือทองรูปพรรณอาจขาดทุนมากกว่าผู้ที่ถือทองคำแท่ง เมื่อนำไปขายคืนในภายหลัง เพราะค่ากำเหน็จมักจะไม่ได้คืนเต็มจำนวน

สำหรับนักเทรดระยะสั้นที่เก็งกำไรจากความผันผวนของทองคำในช่วงที่ปัจจัยเฟดและ risk sentiment ขัดแย้งกันแบบนี้ ควรให้ความสำคัญกับการบริหารขนาดสัญญาและการตั้ง stop loss ที่รัดกุม เพราะความผันผวนที่สูงขึ้นมักมาพร้อมกับความเสี่ยงที่ราคาอาจแกว่งตัวสวนทางกับที่คาดการณ์ไว้อย่างรวดเร็ว

เช็กลิสต์บริหารความเสี่ยงสำหรับการเทรดทองคำช่วงผันผวน

  • ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะข้อมูลเงินเฟ้อ การจ้างงาน และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยล่วงหน้า
  • ตั้ง stop loss ทุกครั้งที่เปิดออเดอร์ทองคำ เพราะความผันผวนในช่วงนี้สูงกว่าปกติ ราคาสามารถเคลื่อนไหวแรงได้ในเวลาอันสั้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ leverage สูงเกินไปในช่วงที่ปัจจัยพื้นฐานขัดแย้งกับ sentiment ของตลาด เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูก margin call
  • จับตาดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรควบคู่ไปกับราคาทองคำ เพราะเป็นตัวแปรหลักที่กำหนดทิศทางในระยะสั้น
  • กระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน ไม่ทุ่มเงินลงทุนในทองคำเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดยังไม่มีทิศทางชัดเจน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแนวโน้มราคาทองคำ

ทำไมทองคำถึงร่วงแม้ตลาดหุ้นจะปั่นป่วน?

เพราะในรอบนี้ ตลาดให้น้ำหนักกับท่าทีแข็งกร้าวของเฟดมากกว่าปัจจัยเสี่ยงในตลาดหุ้น ทำให้ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อทองคำ มากกว่าแรงหนุนจากภาวะ risk-off ตามปกติ

แนวโน้มราคาทองคำระยะต่อไปจะเป็นอย่างไร?

ขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของเฟดในช่วงถัดไปเป็นหลัก หากข้อมูลออกมาอ่อนแอกว่าคาด อาจเปิดทางให้เฟดผ่อนคลายท่าที ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ แต่หากเฟดยังคงยืนกรานท่าทีแข็งกร้าว ทองคำอาจยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง

ราคาทองในประเทศไทยจะร่วงตามทองโลกหรือไม่?

โดยหลักการแล้วราคาทองในประเทศเคลื่อนไหวตามทองคำโลกบวกกับอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท หากทองโลกร่วงแต่เงินบาทอ่อนค่าในเวลาเดียวกัน ราคาทองในประเทศอาจไม่ได้ปรับลดลงในสัดส่วนเดียวกัน

ควรเข้าซื้อทองคำในช่วงที่ราคาร่วงหนักหรือไม่?

การตัดสินใจควรพิจารณาจากแผนการลงทุนและระดับความเสี่ยงที่รับได้ของแต่ละบุคคล ในช่วงที่ตลาดยังมีความผันผวนสูงและปัจจัยพื้นฐานขัดแย้งกัน ควรรอสัญญาณยืนยันทิศทางที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจ และไม่ควรใช้เงินลงทุนทั้งหมดในครั้งเดียว

สรุปแนวโน้มราคาทองคำและสิ่งที่เทรดเดอร์ควรจับตา

ภาพรวมของตลาดทองคำในช่วงนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจัยด้านนโยบายการเงินและทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ยังคงมีอิทธิพลเหนือกว่าปัจจัยด้าน risk sentiment จากตลาดหุ้น ทำให้ทองคำ XAU/USD ร่วงลงอย่างรุนแรงและทำนิวโลว์รอบปี แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ปกติแล้วทองคำควรได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยง

สำหรับเทรดเดอร์ไทย การติดตามทั้งปัจจัยทองคำโลก ค่าเงินบาท และนโยบายเฟดอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้ตัดสินใจเทรดได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเทรดทองคำแท่งในประเทศ หรือการเทรด Gold Spot ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ การบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุมยังคงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงเช่นนี้ ท่านสามารถติดตามสถานการณ์ตลาดเพิ่มเติมได้ที่ บทความทองคำร่วงหนักหลุด 3,886 ดอลลาร์ และ ราคาทองคำวันนี้หลุด 4,015 ดอลลาร์ เพื่อดูพัฒนาการของแนวโน้มราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา

ที่มา: FXStreet

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

อ่านข่าวเพิ่มเติม คลิกที่นี่!!

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับเรา รับฟรีสัญญาณเทรดทองคำ XAUUSD และ ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือ Expert Advisor (EA)

โลโก้ Weltrade โลโก้ Exness โลโก้ Yellow Box Markets โลโก้ HFM โลโก้ InterStellar Group โลโก้ XM โลโก้ IC Markets โลโก้ Pepperstone โลโก้ IUX โลโก้ Flipper AI DEX Aggregator โลโก้ Bitkub โลโก้ Binance TH