ค่าเงินยูโรอ่อนค่า 23 ก.ย. 2026: EUR/USD หลุด 1.1450 รับเฟด Hawkish

ค่าเงินยูโรอ่อนค่า ลงมาต่ำกว่าระดับ 1.1450 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงการซื้อขายต้นวันพุธ ตามเวลาตลาดเอเชีย โดยคู่เงิน EUR/USD ร่วงลงมาแตะบริเวณ 1.1445 หลังธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ส่งสัญญาณ Hawkish ชัดเจนขึ้น เปิดทางให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง พร้อมกับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในเยอรมนี ที่เข้ามาซ้ำเติมความเชื่อมั่นต่อสกุลเงินยูโรในช่วงนี้

ค่าเงินยูโรอ่อนค่าหลุด 1.1450 เทียบดอลลาร์สหรัฐ จากสัญญาณเฟด Hawkish
ค่าเงินยูโรอ่อนค่าหลุด 1.1450 เทียบดอลลาร์สหรัฐ จากสัญญาณเฟด Hawkish

สารบัญ

สรุปประเด็นสำคัญ EUR/USD วันที่ 23 ก.ย. 2026

  • EUR/USD ร่วงลงต่ำกว่า 1.1450 มาที่บริเวณ 1.1445 ในช่วงเช้าตลาดเอเชีย
  • ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น จากท่าที Hawkish ของเฟด ที่เปิดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
  • ความเสี่ยงทางการเมืองในเยอรมนี เพิ่มแรงกดดันต่อค่าเงินยูโรในฝั่งยุโรป
  • นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่เฟดชุดต่อไป เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยระยะสั้น
  • เทรดเดอร์ควรระวังความผันผวนช่วงเปิดตลาดยุโรปและสหรัฐ ที่มักเกิดแรงเทซื้อขายรุนแรง

เฟด Hawkish หนุนดอลลาร์ กดดันยูโรอ่อนค่า

ปัจจัยหลักที่กดดันให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงในรอบนี้ มาจากท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ ที่ส่งสัญญาณ Hawkish ต่อเนื่อง สะท้อนความเป็นไปได้ที่จะเห็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า ซึ่งแตกต่างจากที่ตลาดบางส่วนเคยคาดการณ์ไว้ว่าเฟดจะเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงินเร็วขึ้น

เมื่อเฟดส่งสัญญาณแบบนี้ นักลงทุนจึงปรับมุมมองใหม่ โดยเพิ่มน้ำหนักการถือครองดอลลาร์สหรัฐ เพราะอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ย่อมทำให้ผลตอบแทนจากพันธบัตรและสินทรัพย์สกุลดอลลาร์น่าสนใจขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าหาดอลลาร์ และกดดันสกุลเงินอื่นให้อ่อนค่าลงเป็นเงาตามตัว รวมถึงยูโรที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

กลไกนี้เป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ฟอเร็กซ์คุ้นเคยกันดี เพราะทุกครั้งที่มีสัญญาณ Hawkish จากเฟด มักจะเห็นดัชนีดอลลาร์สหรัฐ หรือ DXY ปรับตัวขึ้น พร้อมกับแรงเทขายในคู่เงินหลักอย่าง EUR/USD, GBP/USD และ AUD/USD เกิดขึ้นพร้อมกันในลักษณะเดียวกัน

ความเสี่ยงการเมืองเยอรมนี ปัจจัยกดดันซ้ำเติมยูโร

นอกเหนือจากแรงกดดันฝั่งดอลลาร์แล้ว ความไม่แน่นอนทางการเมืองในเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในกลุ่มยูโรโซน ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนระมัดระวังการถือครองสกุลเงินยูโรมากขึ้น เพราะความไม่นิ่งทางการเมือง มักส่งผลต่อความเชื่อมั่นในเสถียรภาพเศรษฐกิจของภูมิภาคโดยรวม

ในอดีตที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เยอรมนีเผชิญความไม่แน่นอนทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการจัดตั้งรัฐบาล หรือความขัดแย้งเชิงนโยบาย ตลาดฟอเร็กซ์มักตอบสนองด้วยการเทขายยูโรออกมา เนื่องจากนักลงทุนมองว่าความเสี่ยงเชิงนโยบายอาจกระทบต่อการตัดสินใจของธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ในการดำเนินนโยบายการเงินให้สอดคล้องกับเป้าหมายเสถียรภาพราคา

สำหรับผู้ที่ติดตามสถานการณ์เงินเฟ้อในยูโรโซนอย่างใกล้ชิด ความเสี่ยงทางการเมืองนี้ยิ่งเพิ่มความซับซ้อนให้กับการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยของ ECB ในระยะถัดไป ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความท้าทายด้านเงินเฟ้อในยูโรโซนได้จากบทความ เงินเฟ้อยูโรโซน ECB เตือนวิกฤตพลังงานอาจฉุดเป้าหมาย 2% ซึ่งช่วยให้เห็นภาพรวมปัจจัยกดดันยูโรจากหลายมิติ

มุมมองทางเทคนิค EUR/USD หลังหลุดแนว 1.1450

จากมุมมองการวิเคราะห์ทางเทคนิค การที่ EUR/USD หลุดลงต่ำกว่าระดับ 1.1450 ถือเป็นสัญญาณเชิงลบระยะสั้น ที่อาจเปิดทางให้ราคาทดสอบแนวรับถัดไปในกรอบล่างของกราฟ หากแรงขายยังคงมีน้ำหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดยังรอความชัดเจนเพิ่มเติมจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดชุดต่อไป

ในทางกลับกัน หากมีแรงซื้อกลับเข้ามาพยุงราคา หรือมีข่าวที่ทำให้ตลาดลดความกังวลต่อท่าที Hawkish ของเฟดลง ก็มีโอกาสที่ EUR/USD จะดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่เคยเป็นแนวรับเดิมบริเวณ 1.1450 อีกครั้ง ซึ่งเทรดเดอร์สายเทคนิคมักใช้จุดนี้เป็นระดับสำคัญในการประเมินทิศทางถัดไป

สำหรับเทรดเดอร์ที่สนใจติดตามภาพรวมคู่เงินหลักอย่างใกล้ชิด รวมถึงแนวโน้มดัชนีดอลลาร์และปัจจัยมหภาคที่กระทบตลาดฟอเร็กซ์ สามารถดูบทวิเคราะห์ค่าเงินรายวันเพิ่มเติมได้ที่ FxFriend เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนเปิดออร์เดอร์

ดัชนีดอลลาร์และบริบทตลาดโดยรวมที่เทรดเดอร์ต้องจับตา

เมื่อดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจากท่าที Hawkish ของเฟด ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่คู่เงิน EUR/USD เท่านั้น แต่ยังลามไปถึงสินทรัพย์อื่นที่มักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์ เช่น ทองคำ ที่มักปรับตัวลงเมื่อดอลลาร์แข็งค่า เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่กำหนดราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ

ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดทองคำเองก็เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยเฟดในลักษณะเดียวกัน ซึ่งเทรดเดอร์ที่ติดตามทั้งตลาดค่าเงินและตลาดทองคำควบคู่กัน สามารถศึกษาความเคลื่อนไหวล่าสุดได้จากบทความ ราคาทองคำวันนี้ 22 ก.ย. 2026 รับแรงกดดันเฟด เพื่อประเมินความสัมพันธ์ระหว่างดอลลาร์ ทองคำ และค่าเงินยูโรในช่วงนี้

ภาพรวมตลาดในขณะนี้ จึงสะท้อนว่านโยบายการเงินของเฟดยังคงเป็นตัวแปรหลักที่กำหนดทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงและค่าเงินทั่วโลก เทรดเดอร์จึงจำเป็นต้องติดตามปฏิทินเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะข้อมูลเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ที่อาจเปลี่ยนทิศทางตลาดได้ในระยะเวลาอันสั้น

ผลกระทบต่อเทรดเดอร์ไทยโดยเฉพาะจากยูโรอ่อนค่า

สำหรับเทรดเดอร์ไทยที่เทรดคู่เงิน EUR/USD ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ การที่ยูโรอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ ถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่เปิดสถานะ Short หรือขายยูโรไว้ล่วงหน้า แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นความเสี่ยงสำหรับผู้ที่ถือสถานะ Long ฝั่งยูโรอยู่ เพราะความผันผวนช่วงข้ามเซสชันเอเชียไปยุโรปมักเกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรงกว่าปกติ

อีกประเด็นที่เทรดเดอร์ไทยควรพิจารณา คือผลกระทบทางอ้อมต่อค่าเงินบาท เนื่องจากเมื่อดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเทียบกับยูโรและสกุลเงินหลักอื่น มักส่งผลให้เงินทุนบางส่วนไหลออกจากสินทรัพย์ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดเงินตลาดทุนไทย ซึ่งอาจกดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงตามไปด้วยในบางช่วงเวลา

นอกจากนี้ เทรดเดอร์ไทยที่ใช้บัญชีเทรดสกุลเงินดอลลาร์ ควรตระหนักว่าความผันผวนของ EUR/USD ในช่วงนี้ อาจส่งผลต่อค่า Spread และสภาพคล่องในบางช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงรอยต่อระหว่างตลาดเอเชียกับตลาดยุโรป ซึ่งเป็นช่วงที่มักมีข่าวสำคัญหรือถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดออกมาบ่อยครั้ง สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเลือกโบรกเกอร์หรือโปรโมชันเพื่อรองรับการเทรดในช่วงตลาดผันผวน สามารถอ่านรายละเอียดเงื่อนไขโบนัสได้จากบทความ HFM โบนัส 35 เงื่อนไข อ่านก่อนสมัคร เพื่อประกอบการตัดสินใจ

เช็กลิสต์บริหารความเสี่ยงสำหรับเทรด EUR/USD ช่วงนี้

  • กำหนด Stop Loss ทุกครั้งก่อนเปิดออร์เดอร์ เนื่องจากความผันผวนช่วงนี้อาจสูงกว่าปกติ
  • ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐและยูโรโซนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่เฟด
  • หลีกเลี่ยงการเปิดสถานะขนาดใหญ่ก่อนช่วงประกาศข่าวสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจาก Slippage
  • จับตาความเคลื่อนไหวดัชนีดอลลาร์ DXY ควบคู่กับ EUR/USD เพื่อยืนยันทิศทางตลาด
  • บริหารขนาดล็อตให้เหมาะสมกับเงินทุน ไม่ใช้ Leverage สูงเกินไปในช่วงตลาดผันผวน
  • ติดตามสถานการณ์การเมืองเยอรมนีและยูโรโซน ที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นค่าเงินยูโรเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าเงินยูโรอ่อนค่า

ทำไมค่าเงินยูโรถึงอ่อนค่าลงในช่วงนี้

สาเหตุหลักมาจากท่าที Hawkish ของธนาคารกลางสหรัฐ ที่เปิดทางให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม บวกกับความเสี่ยงทางการเมืองในเยอรมนี ที่ทำให้นักลงทุนลดความเชื่อมั่นต่อสกุลเงินยูโรในระยะสั้น

EUR/USD มีโอกาสหลุด 1.1400 หรือไม่

หากแรงขายยังมีน้ำหนักต่อเนื่อง และเฟดยังคงส่งสัญญาณ Hawkish ชัดเจน มีความเป็นไปได้ที่ราคาจะทดสอบแนวรับถัดไป แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจและถ้อยแถลงใหม่ที่จะทยอยออกมา

เทรดเดอร์ไทยควรเทรด EUR/USD ในช่วงนี้อย่างไร

ควรเน้นบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด กำหนด Stop Loss ทุกครั้ง และติดตามข่าวสารช่วงตลาดยุโรปกับสหรัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นฉับพลัน

ค่าเงินยูโรอ่อนค่าส่งผลต่อค่าเงินบาทหรือไม่

มีผลทางอ้อม เพราะเมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเทียบกับยูโรและสกุลเงินหลัก มักส่งผลให้เงินทุนบางส่วนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย ซึ่งอาจกดดันค่าเงินบาทในบางช่วงเวลา

สรุป

ภาพรวมของค่าเงินยูโรอ่อนค่าในรอบนี้ สะท้อนแรงกดดันจากสองปัจจัยหลัก คือท่าที Hawkish ของเฟด ที่หนุนให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และความไม่แน่นอนทางการเมืองในเยอรมนี ที่ซ้ำเติมความเชื่อมั่นต่อยูโรโซน ทำให้ EUR/USD หลุดลงต่ำกว่าระดับ 1.1450 ในช่วงต้นสัปดาห์

เทรดเดอร์ไทยที่ติดตามคู่เงินนี้ ควรให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเป็นอันดับแรก พร้อมติดตามปัจจัยมหภาคทั้งฝั่งสหรัฐและยูโรโซนอย่างต่อเนื่อง เพราะสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง และอาจเปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็วหากมีข่าวสำคัญเพิ่มเติมออกมา

อ่านข่าวต้นฉบับภาษาอังกฤษเพิ่มเติมได้ที่ FXStreet

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

อ่านข่าวเพิ่มเติม คลิกที่นี่!!

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับเรา รับฟรีสัญญาณเทรดทองคำ XAUUSD และ ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือ Expert Advisor (EA)

โลโก้ Weltrade โลโก้ Exness โลโก้ Yellow Box Markets โลโก้ HFM โลโก้ InterStellar Group โลโก้ XM โลโก้ IC Markets โลโก้ Pepperstone โลโก้ IUX โลโก้ Flipper AI DEX Aggregator โลโก้ Bitkub โลโก้ Binance TH