คาดการณ์ยูโรดอลลาร์ 27 ก.ย. 2026: EUR/USD เหลือ 1.15

คาดการณ์ยูโรดอลลาร์ กลายเป็นประเด็นที่นักเทรดฟอเร็กซ์ทั่วโลกจับตาอีกครั้ง หลังนักวิเคราะห์จาก Commerzbank อย่าง Thu Lan Nguyen ออกมาปรับลดเป้าหมาย EUR/USD ปลายปี 2026 ลงมาอยู่ที่ 1.15 จากเดิมที่เคยประเมินไว้ 1.17 โดยให้เหตุผลหลักว่า การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยด้วยมติเป็นเอกฉันท์ในการประชุมเดือนกันยายน ได้ช่วยฟื้นฟูความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางในสายตานักลงทุนทั่วโลก และส่งผลบวกโดยตรงต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

คาดการณ์ยูโรดอลลาร์ EUR/USD ปี 2026 จาก Commerzbank
คาดการณ์ยูโรดอลลาร์ EUR/USD ปี 2026 จาก Commerzbank — Photo by Nataliya Vaitkevich on Pexels

สารบัญ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Commerzbank ปรับลดคาดการณ์ยูโรดอลลาร์ปลายปี 2026 จากระดับ 1.17 มาอยู่ที่ 1.15
  • มติเอกฉันท์ของเฟดในการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน ช่วยฟื้นความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่เคยถูกตั้งคำถาม
  • ความน่าเชื่อถือที่กลับมา หนุนแรงซื้อดอลลาร์ และกดดันให้คู่เงิน EUR/USD อ่อนตัวลง
  • นักวิเคราะห์มองว่านี่เป็นการฟื้นความเชื่อมั่นแบบชั่วคราว ไม่ใช่การเปลี่ยนแนวโน้มระยะยาวของดอลลาร์
  • เทรดเดอร์ไทยที่เทรดคู่เงินหลักต้องติดตามท่าทีของเฟดและ ECB อย่างใกล้ชิดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี

เฟดขึ้นดอกเบี้ยแบบเอกฉันท์ กู้คืนความน่าเชื่อถือได้อย่างไร

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ตลาดการเงินทั่วโลกเฝ้าจับตาความขัดแย้งภายในคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งบางครั้งมีเสียงแตกในการโหวตนโยบายดอกเบี้ย จนทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มตั้งคำถามถึงความชัดเจนของทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ในระยะข้างหน้า สถานการณ์เช่นนี้มักสร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาดฟอเร็กซ์ เพราะนักลงทุนไม่สามารถคาดเดาได้ง่ายว่าเฟดจะเดินหน้าไปในทิศทางใด

แต่การประชุมเดือนกันยายนที่ผ่านมา คณะกรรมการเฟดกลับมีมติเป็นเอกฉันท์ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ว่าธนาคารกลางมีความเห็นตรงกันมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและความเสี่ยงเงินเฟ้อ ความสอดคล้องกันของเสียงโหวตนี้เอง ที่ทำให้ตลาดมองว่าเฟดกลับมามีความน่าเชื่อถือ และสามารถส่งสัญญาณนโยบายการเงินได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐโดยตรง

ความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางเป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีผลต่อค่าเงินอย่างมาก เพราะเมื่อตลาดเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางจะดำเนินนโยบายตามที่สื่อสารไว้ นักลงทุนก็จะกล้าเข้าซื้อสกุลเงินนั้นมากขึ้น ในทางกลับกัน หากธนาคารกลางส่งสัญญาณสับสนหรือมีความเห็นแตกแยกภายใน ค่าเงินก็มักจะเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอน ดังนั้นการที่เฟดสามารถแสดงความเป็นเอกภาพได้ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ จึงเป็นปัจจัยที่หนุนดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร

Commerzbank ปรับลดเป้าหมาย EUR/USD เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจ

การที่ Commerzbank ปรับลดคาดการณ์ยูโรดอลลาร์จาก 1.17 มาที่ 1.15 สะท้อนมุมมองว่า ดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มจะได้รับแรงหนุนต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี จากความเชื่อมั่นที่กลับมาต่อเฟด ขณะที่ฝั่งยูโรโซนยังคงเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และท่าทีของธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB ที่ยังไม่ชัดเจนเท่าเฟดในเรื่องทิศทางดอกเบี้ย

การปรับลดเป้าหมายลงเพียง 200 จุด อาจดูเป็นตัวเลขที่ไม่มากนัก แต่ในมุมของตลาดฟอเร็กซ์ นี่ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่านักวิเคราะห์เริ่มเปลี่ยนมุมมองต่อความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ระหว่างสองสกุลเงินหลักของโลก การปรับลดเช่นนี้มักเกิดขึ้นเมื่อมีปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่เพียงความผันผวนระยะสั้นในตลาด

สิ่งที่น่าสนใจคือ Commerzbank ยังคงเน้นย้ำว่าการฟื้นความน่าเชื่อถือของเฟดในครั้งนี้ อาจเป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราว เพราะความขัดแย้งภายในคณะกรรมการนโยบายการเงินยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาอีกในอนาคต หากสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ท้าทาย ดังนั้นเทรดเดอร์จึงไม่ควรมองว่าดอลลาร์จะแข็งค่าต่อเนื่องแบบไม่มีการปรับฐาน

กลไกความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางกับทิศทางค่าเงิน

ในตลาดฟอเร็กซ์ ความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางถือเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุด เพราะค่าเงินไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าตลาดเชื่อมั่นในความสามารถของธนาคารกลางที่จะควบคุมเงินเฟ้อและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด เมื่อความเชื่อมั่นนี้แข็งแกร่ง นักลงทุนสถาบันและกองทุนขนาดใหญ่มักจะเพิ่มสัดส่วนการถือครองสกุลเงินนั้นในพอร์ตการลงทุน

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามความเคลื่อนไหวของนโยบายการเงินและผลกระทบต่อตลาดทองคำ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ เฟดกับราคาทองคำ 27 ก.ย. 2026 ซึ่งอธิบายมุมมองความเสี่ยงเงินเฟ้อจากเจ้าหน้าที่เฟดในมุมที่เชื่อมโยงกับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

ในทางกลับกัน หากธนาคารกลางส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกันเอง หรือมีการเปลี่ยนแปลงท่าทีบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลรองรับชัดเจน ตลาดก็จะเริ่มลดความเชื่อมั่น และอาจนำไปสู่การเทขายสกุลเงินนั้นในระยะสั้น ปรากฏการณ์นี้เคยเกิดขึ้นกับหลายธนาคารกลางทั่วโลกในอดีต และเป็นบทเรียนสำคัญที่เทรดเดอร์ควรทำความเข้าใจ เพื่อประเมินความเสี่ยงในการถือครองสถานะระยะยาว

แนวโน้ม EUR/USD ในช่วงที่เหลือของปี 2026

เมื่อ Commerzbank ปรับลดเป้าหมายลงมาที่ 1.15 หมายความว่านักวิเคราะห์มองว่ายูโรมีโอกาสอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์มากกว่าที่เคยประเมินไว้ ปัจจัยที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ ท่าทีของ ECB ในการประชุมนโยบายการเงินครั้งถัดไป รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของยูโรโซน เช่น อัตราเงินเฟ้อและดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่ายูโรจะสามารถต้านทานแรงกดดันจากดอลลาร์ได้มากน้อยเพียงใด

ในขณะเดียวกัน ฝั่งสหรัฐฯ ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่ความเห็นภายในเฟดจะกลับมาแตกต่างกันอีกครั้งในการประชุมครั้งต่อไป หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ความน่าเชื่อถือที่เพิ่งฟื้นคืนมาอาจถูกสั่นคลอนอีกครั้ง และอาจทำให้ดอลลาร์อ่อนค่ากลับ ซึ่งจะส่งผลให้ EUR/USD ดีดตัวขึ้นจากระดับที่คาดการณ์ไว้

สำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการติดตามความเคลื่อนไหวของคู่เงินหลักอย่างใกล้ชิด สามารถดูบทวิเคราะห์ค่าเงินรายวันได้ที่ FxFriend ซึ่งมีการอัปเดตมุมมองต่อคู่เงินสำคัญอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้วางแผนการเทรดได้แม่นยำขึ้นในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง

ผลกระทบต่อเทรดเดอร์ไทยโดยเฉพาะ

สำหรับเทรดเดอร์ไทยที่เทรดคู่เงิน EUR/USD หรือคู่เงินที่มีดอลลาร์เป็นองค์ประกอบ การปรับลดคาดการณ์ยูโรดอลลาร์ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ควรนำมาปรับกลยุทธ์การเทรดในระยะสั้นถึงกลาง เนื่องจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นมักส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อคู่เงินอื่น ๆ รวมถึงค่าเงินบาทของไทยด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดโภคภัณฑ์อย่างน้ำมันมีความผันผวนสูง

เทรดเดอร์ไทยควรระวังผลกระทบทางอ้อมที่อาจเกิดขึ้นกับค่าเงินบาท เพราะเมื่อดอลลาร์แข็งค่าจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อเฟด เงินทุนบางส่วนอาจไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ดอลลาร์ ส่งผลให้สกุลเงินในภูมิภาคเอเชียรวมถึงเงินบาทเผชิญแรงกดดันด้วยเช่นกัน สามารถติดตามความเชื่อมโยงนี้ได้จากบทความ ราคาน้ำมันกดค่าเงินบาท 26 ก.ย. 2026 ซึ่งอธิบายผลกระทบของ Yield ที่พุ่งขึ้นต่อค่าเงินในภูมิภาคเอเชีย

นอกจากนี้ เทรดเดอร์ไทยที่เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต่างประเทศควรตรวจสอบเงื่อนไขสเปรดและค่าคอมมิชชั่นในคู่เงิน EUR/USD ให้รอบคอบ เพราะเมื่อตลาดมีความผันผวนจากปัจจัยพื้นฐานเช่นนี้ สเปรดอาจขยายกว้างขึ้นในช่วงที่มีการประกาศข่าวสำคัญ ซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนการเทรดโดยตรง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ใช้กลยุทธ์เทรดระยะสั้นหรือ Scalping

เช็กลิสต์บริหารความเสี่ยงสำหรับเทรดเดอร์

  • ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการประชุมเฟดและ ECB ครั้งถัดไป เพื่อประเมินทิศทางนโยบายดอกเบี้ย
  • กำหนดจุด Stop Loss ที่ชัดเจนก่อนเข้าเทรด EUR/USD เนื่องจากตลาดอาจผันผวนแรงในช่วงข่าวสำคัญ
  • หลีกเลี่ยงการเปิดสถานะขนาดใหญ่ในช่วงก่อนการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจาก Slippage
  • กระจายความเสี่ยงในพอร์ต ไม่ควรพึ่งพาการคาดการณ์จากสำนักวิเคราะห์เพียงแห่งเดียว
  • ติดตามความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทควบคู่กัน เพราะดอลลาร์ที่แข็งค่าอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อการลงทุนในประเทศ
  • ทบทวนขนาด Lot และการใช้ Leverage ให้เหมาะสมกับความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคาดการณ์ยูโรดอลลาร์

ทำไม Commerzbank จึงปรับลดเป้าหมาย EUR/USD ลง

เพราะมองว่าการที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยด้วยมติเอกฉันท์ ช่วยฟื้นความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางสหรัฐฯ และหนุนดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร

ระดับ 1.15 หมายความว่าอย่างไรสำหรับเทรดเดอร์

หมายถึงนักวิเคราะห์มองว่ายูโรมีแนวโน้มอ่อนค่าลงมากกว่าที่เคยคาด เทรดเดอร์ควรพิจารณาปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับแนวโน้มนี้ แต่ยังต้องติดตามปัจจัยใหม่ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

การฟื้นความน่าเชื่อถือของเฟดจะยั่งยืนหรือไม่

นักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราว เนื่องจากความเห็นภายในคณะกรรมการเฟดยังมีโอกาสแตกต่างกันอีกในอนาคต หากสถานการณ์เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง

เทรดเดอร์ไทยควรปรับกลยุทธ์อย่างไร

ควรติดตามข่าวสารนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิด บริหารความเสี่ยงด้วย Stop Loss ที่เหมาะสม และไม่ควรใช้ Leverage สูงเกินไปในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนจากปัจจัยพื้นฐานเช่นนี้

สรุป

การปรับลดค่าเงินยูโรของ Commerzbank จาก 1.17 มาที่ 1.15 สะท้อนมุมมองที่เปลี่ยนไปต่อความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐ หลังเฟดสามารถแสดงความเป็นเอกภาพในการปรับขึ้นดอกเบี้ยได้สำเร็จ ซึ่งช่วยฟื้นความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางในสายตานักลงทุน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังเตือนว่านี่อาจเป็นเพียงการฟื้นตัวชั่วคราว เทรดเดอร์จึงควรติดตามพัฒนาการของทั้งเฟดและ ECB อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับกลยุทธ์ให้ทันกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาในตลาดฟอเร็กซ์

อ่านข่าวต้นฉบับเพิ่มเติมได้ที่ FXStreet

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

อ่านข่าวเพิ่มเติม คลิกที่นี่!!

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับเรา รับฟรีสัญญาณเทรดทองคำ XAUUSD และ ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือ Expert Advisor (EA)

โลโก้ Weltrade โลโก้ Exness โลโก้ Yellow Box Markets โลโก้ HFM โลโก้ InterStellar Group โลโก้ XM โลโก้ IC Markets โลโก้ Pepperstone โลโก้ IUX โลโก้ Flipper AI DEX Aggregator โลโก้ Bitkub โลโก้ Binance TH