Breakeven คือ จุดที่ผลกำไร กับ ผลขาดทุน มีค่าเท่ากับศูนย์พอดี เทรดเดอร์ที่ปิดออเดอร์ ณ จุดนี้ จะไม่ได้กำไร และ ไม่ขาดทุน แต่ต้องรวมต้นทุนแฝง เช่น ค่า spread และ ค่าคอมมิชชั่น เข้าไปในการคำนวณด้วย ในตลาด forex คำนี้ถูกใช้ใน 2 บริบทหลัก คือ จุดคุ้มทุนของออเดอร์ ที่เรียกว่า breakeven point และ การเลื่อน stop loss มาไว้ที่ราคาเปิดออเดอร์ ที่เรียกว่า breakeven stop เพื่อล็อกความเสี่ยงหลังราคาวิ่งไปตามทิศทางที่ต้องการแล้ว

สารบัญ
- สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ Breakeven
- Breakeven คือ อะไร นิยาม และ หลักการคำนวณจุดคุ้มทุน
- Breakeven Stop Loss ต่างจาก Breakeven Point อย่างไร
- ทำไม Breakeven ถึงสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยง
- ผลกระทบต่อเทรดเดอร์ไทยโดยเฉพาะ
- เช็กลิสต์บริหารความเสี่ยงก่อนใช้ Breakeven
- คำถามที่พบบ่อย
- สรุป
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ Breakeven
- Breakeven คือ จุดที่กำไร และ ขาดทุน เท่ากับศูนย์ ไม่ได้กำไร ไม่ขาดทุนจากออเดอร์นั้น
- ในตลาด forex breakeven มี 2 ความหมาย คือ จุดคุ้มทุน (breakeven point) และ การเลื่อน stop loss มาที่ราคาเข้า (breakeven stop)
- การคำนวณจุดคุ้มทุนที่ถูกต้อง ต้องรวมค่า spread ค่าคอมมิชชั่น และ ค่าสวอป เข้าไปด้วย ไม่ใช่แค่ราคาต้นทุนอย่างเดียว
- การตั้ง breakeven stop ช่วยลดความเสี่ยงขาดทุน แต่ก็เพิ่มโอกาสโดนเขี่ยออกก่อนราคาวิ่งไปตามเป้าหมาย
- เทรดเดอร์ไทยควรพิจารณาค่า spread ของโบรกเกอร์ ความผันผวนของคู่เงิน และ ช่วงเวลาข่าวเศรษฐกิจ ก่อนตั้งจุด breakeven ทุกครั้ง
Breakeven คือ อะไร นิยาม และ หลักการคำนวณจุดคุ้มทุน
ในความหมายทั่วไป breakeven หมายถึง จุดที่รายรับ เท่ากับ ต้นทุน พอดี ไม่มีกำไร และ ไม่มีขาดทุน แนวคิดนี้ถูกใช้ทั้งในธุรกิจ การลงทุน และ การเทรด เมื่อนำมาใช้ในตลาด forex breakeven point คือ ระดับราคา ที่หากปิดออเดอร์ ณ จุดนั้น เงินทุนของเทรดเดอร์จะเท่ากับก่อนเข้าเทรดพอดี โดยต้องคำนึงถึงต้นทุนแฝงทุกตัวที่เกิดขึ้นจากการเทรด ไม่ใช่แค่ราคาที่เข้าซื้อหรือขาย
สูตรคำนวณโดยหลักการ สำหรับสถานะ Buy คือ ราคาคุ้มทุน เท่ากับ ราคาเปิดออเดอร์ บวก ต้นทุนรวม ซึ่งได้แก่ ค่า spread ค่าคอมมิชชั่น และ ค่าสวอปหากถือข้ามคืน ส่วนสถานะ Sell จะเป็นราคาเปิด ลบ ต้นทุนรวม แปลงเป็นหน่วย pip เพื่อให้เห็นภาพชัดว่า ราคาต้องวิ่งไปอีกกี่ pip จึงจะเริ่มมีกำไรจริง หลายคนมองข้ามค่า spread และ commission จึงคิดว่าตัวเองคุ้มทุนแล้ว ทั้งที่จริงยังขาดทุนอยู่
ตัวอย่างสมมติเพื่อความเข้าใจ หากเทรดเดอร์เปิดสถานะ Buy คู่เงินหนึ่ง แล้วมีค่า spread รวมค่าคอมมิชชั่นเทียบเท่ากับ 2 pip ราคาที่ปิดออเดอร์แล้วเท่าทุนจริง จะต้องอยู่สูงกว่าราคาเปิดไปอีกอย่างน้อย 2 pip ไม่ใช่เท่ากับราคาเปิดพอดี ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างสมมติ ในการเทรดจริงต้องเช็คสเปรดของโบรกเกอร์ที่ใช้งาน ณ ขณะนั้น เพราะสเปรดสามารถเปลี่ยนแปลงตามสภาพคล่องของตลาดได้ตลอดเวลา
สำหรับผู้ที่ต้องการนิยามเชิงลึกเพิ่มเติม สามารถศึกษาความหมายของ breakeven point ในเชิงการเงินได้จาก Investopedia ซึ่งอธิบายแนวคิดนี้ครอบคลุมทั้งในบริบทธุรกิจ และ การลงทุนในตลาดการเงิน หากต้องการอ่านตัวอย่างการคำนวณแบบละเอียดเป็นขั้นตอน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ วิธีคำนวณจุดคุ้มทุนฉบับเทรดเดอร์ไทย
Breakeven Stop Loss ต่างจาก Breakeven Point อย่างไร
Breakeven point คือ ระดับราคาที่คำนวณไว้ล่วงหน้า ว่าเมื่อไหร่จะเท่าทุน ส่วน breakeven stop หมายถึง การกระทำ คือ การเลื่อนจุดตัดขาดทุน (stop loss) จากตำแหน่งเดิม มาไว้ที่ราคาเปิดออเดอร์ หรือ ใกล้เคียงราคาเปิด หลังจากราคาวิ่งไปในทิศทางที่ต้องการแล้วในระดับหนึ่ง เทคนิคนี้นิยมใช้กันมาก เพราะช่วยให้ออเดอร์ที่เคยมีความเสี่ยงขาดทุน กลายเป็นออเดอร์ที่ไม่มีความเสี่ยงขาดทุนอีกต่อไป หากราคากลับตัว
ข้อดีของการตั้ง breakeven stop คือ ช่วยปกป้องเงินทุนหลักไว้ได้ เมื่อออเดอร์เริ่มเป็นกำไร และ ลดความกังวลระหว่างถือสถานะ แต่ข้อเสียคือ หากตั้งเร็วเกินไป หรือ ตั้งใกล้ราคาเปิดมากเกินไป ก็มีโอกาสที่ราคาจะแกว่งกลับมาชนจุด stop ก่อน แล้วค่อยวิ่งต่อไปตามทิศทางเดิม ทำให้เทรดเดอร์พลาดกำไรก้อนใหญ่ไปอย่างน่าเสียดาย
หลักการที่ควรพิจารณา คือ ไม่ควรเลื่อน stop มาที่ breakeven ทันทีที่ราคาขยับเพียงเล็กน้อย ควรรอให้ราคาวิ่งไปในทิศทางที่ต้องการ ในระยะที่มากกว่าความผันผวนปกติของคู่เงินนั้น หรือ มากกว่าระยะ stop loss เดิมพอสมควร เพื่อลดโอกาสโดนเขี่ยออกจากความผันผวนปกติของตลาด
ทำไม Breakeven ถึงสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยง
แนวคิด breakeven เชื่อมโยงโดยตรงกับการบริหารความเสี่ยง และ อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (risk to reward ratio) เพราะการรู้จุดคุ้มทุนที่แท้จริง ช่วยให้เทรดเดอร์ประเมินได้ว่า ต้องตั้งเป้าหมายกำไรที่ระยะเท่าไหร่ จึงจะคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่รับ และ คุ้มกับต้นทุนที่ต้องจ่ายให้โบรกเกอร์ในแต่ละครั้งที่เข้าออเดอร์
ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง เช่น ช่วงประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ หรือ การตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางใหญ่ ราคาสามารถแกว่งตัวรุนแรงในเวลาสั้น ๆ ทำให้จุด breakeven ที่ตั้งไว้ อาจถูกชนก่อนที่ราคาจะไปในทิศทางที่คาดจริง เทรดเดอร์จึงควรติดตามปฏิทินเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด และ หลีกเลี่ยงการตั้ง stop ใกล้ breakeven มากเกินไปในช่วงเวลาดังกล่าว
สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามภาพรวมตลาดค่าเงิน เพื่อประกอบการตัดสินใจเรื่องจุดเข้า จุดออก และ จุดคุ้มทุน สามารถดูบทวิเคราะห์ค่าเงินรายวันได้ที่ FxFriend ซึ่งช่วยให้เห็นแนวโน้มระยะสั้น และ ปัจจัยพื้นฐานที่อาจกระทบต่อความผันผวนของราคาได้ชัดเจนขึ้น
ผลกระทบต่อเทรดเดอร์ไทยโดยเฉพาะ
เทรดเดอร์ไทยส่วนใหญ่เทรดผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ ซึ่งมีค่า spread และ ค่าคอมมิชชั่น แตกต่างกันไปในแต่ละราย ทำให้จุด breakeven ของแต่ละบัญชี ไม่เท่ากัน แม้จะเทรดคู่เงินเดียวกัน ในเวลาเดียวกันก็ตาม การเลือกโบรกเกอร์ที่มีต้นทุนต่ำ จึงมีผลโดยตรงต่อระยะที่ราคาต้องวิ่ง ก่อนจะเริ่มมีกำไรจริง
นอกจากนี้ เทรดเดอร์ไทยจำนวนมาก นิยมเทรดในช่วงเวลากลางคืนตามเวลาประเทศไทย ซึ่งตรงกับช่วงตลาดยุโรป และ สหรัฐฯ เปิดทำการ เป็นช่วงที่มีข่าวสำคัญ และ ความผันผวนสูง หากตั้งจุด breakeven stop ไว้ใกล้ราคาเปิดมากเกินไป ในช่วงเวลาดังกล่าว อาจโดนราคาแกว่งชนจุด stop บ่อยครั้ง ทั้งที่แนวโน้มหลักยังไม่เปลี่ยน
อีกประเด็นที่ควรทราบคือ เรื่องการโอนเงินเข้าออกบัญชีเทรดกับโบรกเกอร์ต่างประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย เทรดเดอร์ไทยควรศึกษาข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน ก่อนโอนเงินจำนวนมากเข้าบัญชีเทรด สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
สำหรับเทรดเดอร์ไทยที่ติดตามข่าวธนาคารกลางเป็นประจำ เพราะมีผลต่อความผันผวนของค่าเงิน และ จุดคุ้มทุนของออเดอร์ที่ถืออยู่ สามารถอ่านบทวิเคราะห์เกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ที่บทความ ดอกเบี้ย ECB และ ทิศทางยูโร เพื่อประกอบการวางแผนบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า
เช็กลิสต์บริหารความเสี่ยงก่อนใช้ Breakeven
- คำนวณจุดคุ้มทุนให้รวมค่า spread ค่าคอมมิชชั่น และ ค่าสวอป ก่อนเข้าออเดอร์ทุกครั้ง
- กำหนดอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (risk to reward ratio) ล่วงหน้า ก่อนเข้าเทรด ไม่ใช่คิดทีหลัง
- ตั้ง stop loss ที่ระยะเหมาะสมตั้งแต่แรก ก่อนพิจารณาเลื่อนมาที่จุด breakeven
- เลื่อน stop มา breakeven เมื่อราคาวิ่งเกินระยะปลอดภัยที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วเท่านั้น ไม่ใช่ตามอารมณ์
- ตรวจสอบปฏิทินเศรษฐกิจก่อนถือออเดอร์ข้ามช่วงประกาศข่าวสำคัญ
- ทบทวนค่า spread และ ค่าคอมมิชชั่นของโบรกเกอร์เป็นระยะ เพราะต้นทุนมีผลต่อจุดคุ้มทุนโดยตรง
- บันทึกผลการเทรดที่ใช้ breakeven stop เพื่อประเมินว่าเหมาะกับสไตล์การเทรดของตัวเองหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
Breakeven ในการเทรด forex คำนวณอย่างไร
คำนวณจากราคาเปิดออเดอร์ บวกหรือลบ ต้นทุนรวมทั้งหมด ได้แก่ ค่า spread ค่าคอมมิชชั่น และ ค่าสวอปหากถือข้ามคืน โดยทิศทางบวกหรือลบ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นสถานะ Buy หรือ Sell
ทำไมโดนราคาชนจุด breakeven บ่อยครั้ง
ส่วนใหญ่เกิดจากการเลื่อน stop มาที่ breakeven เร็วเกินไป ในระยะที่ยังอยู่ในกรอบความผันผวนปกติของราคา จึงถูกแกว่งชนก่อนที่แนวโน้มจริงจะเกิดขึ้น
Breakeven กับ Take Profit ต่างกันอย่างไร
Breakeven คือ จุดที่กำไรและขาดทุนเท่ากับศูนย์ ส่วน Take Profit คือ จุดที่ตั้งไว้ล่วงหน้าเพื่อปิดออเดอร์เมื่อได้กำไรตามเป้าหมายที่ต้องการ ทั้งสองเป็นคนละแนวคิดกัน
ควรเลื่อน stop loss มาที่ breakeven ตอนไหนดีที่สุด
ไม่มีคำตอบตายตัว แต่หลักการทั่วไปคือ ควรรอให้ราคาวิ่งไปในทิศทางที่ต้องการ ในระยะที่มากกว่าความผันผวนปกติของคู่เงินนั้นพอสมควร เพื่อลดโอกาสโดนเขี่ยออกก่อนเวลา
สรุป
โดยสรุป breakeven คือ จุดที่ผลกำไร และ ผลขาดทุน เท่ากับศูนย์พอดี เป็นแนวคิดพื้นฐานที่เทรดเดอร์ทุกคนควรเข้าใจอย่างถ่องแท้ ทั้งในรูปแบบของจุดคุ้มทุนที่ต้องคำนวณรวมต้นทุนแฝงทั้งหมด และ ในรูปแบบของการเลื่อน stop loss เพื่อบริหารความเสี่ยง การเข้าใจกลไกนี้อย่างถูกต้อง ช่วยให้วางแผนการเทรดได้แม่นยำขึ้น และ ลดโอกาสขาดทุนโดยไม่จำเป็น
สำหรับเทรดเดอร์ไทย ควรให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายของโบรกเกอร์ ความผันผวนของคู่เงินที่เทรด และ ช่วงเวลาข่าวเศรษฐกิจสำคัญ ควบคู่ไปกับการคำนวณจุด breakeven ให้ครบถ้วนทุกครั้งก่อนตัดสินใจปิดหรือเลื่อนออเดอร์ เพื่อให้การบริหารเงินทุนมีประสิทธิภาพในระยะยาว
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ












