ข่าวคริปโทวันนี้ 15 ก.ย. 2026: บิตคอยน์ยังยืนต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ ตลาดกดดันจากความคาดหวังเฟดขึ้นดอกเบี้ยและราคาน้ำมัน

15 กันยายน 2026
webmaster

ข่าวคริปโทวันนี้ 15 ก.ย. 2026: บิตคอยน์ยังยืนต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ ตลาดกดดันจากความคาดหวังเฟดขึ้นดอกเบี้ยและราคาน้ำมัน

ข่าวคริปโทวันนี้ — ตลาดคริปโทเคอร์เรนซียังอยู่ในภาวะกดดันต่อเนื่อง โดยบิตคอยน์เคลื่อนไหวอยู่ราว 77,664 ดอลลาร์ ยังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ได้ ท่ามกลางสองแรงกดดันหลักคือ ความคาดหวังว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายนนี้ และ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ดันราคาน้ำมันขึ้นไปใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ข่าวคริปโทวันนี้ 15 ก.ย. 2026 บิตคอยน์ยังต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์
ข่าวคริปโทวันนี้ 15 ก.ย. 2026 — บิตคอยน์ยังยืนต่ำกว่าแนว 80,000 ดอลลาร์

ข่าวคริปโทวันนี้: ราคาล่าสุดของตลาด

  • Bitcoin (BTC) ราว 77,664 ดอลลาร์ ขยับขึ้นราว 1.18% ในวันเดียว
  • Ethereum (ETH) เคลื่อนไหวในกรอบราว 2,470-2,490 ดอลลาร์ เมื่อต้นเดือน
  • เปลี่ยนแปลงรอบเดือนของ BTC บวกราว 22.53%
  • เปลี่ยนแปลงรอบปีของ BTC ติดลบราว 32.66%
  • จุดสูงสุดเดิม 126,198 ดอลลาร์ ทำไว้เมื่อเดือนตุลาคม 2025

ภาพที่น่าสนใจคือ รอบเดือนเป็นบวกแต่รอบปียังติดลบหนัก สะท้อนว่าตลาดฟื้นจากจุดต่ำระยะสั้นได้บ้าง แต่ยังห่างจากจุดสูงสุดเดิมมาก

ทำไมคริปโทถึงถูกกดดันจากดอกเบี้ย

เหตุผลเดียวกับทองคำ คือ คริปโทไม่จ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ถือ เมื่อตลาดคาดว่าดอกเบี้ยจะสูงขึ้น การถือสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนย่อมมีต้นทุนค่าเสียโอกาสสูงขึ้นตาม เงินจึงมีแนวโน้มไหลออกไปหาสินทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยแทน

ก่อนการประชุมรอบนี้ ตลาดให้น้ำหนักราว 60-65% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งเป็นการพลิกจากที่เคยคาดว่าจะไม่ขยับตลอดปี

ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันขยับขึ้นไปใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากราว 80 ดอลลาร์เมื่อต้นเดือนสิงหาคม

ราคาพลังงานที่สูงขึ้นแปลว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มค้างอยู่ในระดับสูง ซึ่งยิ่งเพิ่มโอกาสที่เฟดจะต้องขึ้นดอกเบี้ย วนกลับมากดดันคริปโทอีกรอบ

ข้อสังเกตคือในรอบนี้ คริปโทไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่เคลื่อนไหวไปในทางเดียวกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ

สิ่งที่ต้องจับตา

  1. ผลประชุมเฟด 15-16 ก.ย. ซึ่งจะประกาศราวตี 1 ของวันที่ 17 ก.ย. ตามเวลาไทย
  2. ทิศทางราคาน้ำมัน หากยังยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ แรงกดดันเงินเฟ้อจะยังอยู่
  3. ระดับ 80,000 ดอลลาร์ของบิตคอยน์ ซึ่งกลายเป็นแนวต้านทางจิตวิทยาที่ยังผ่านไม่ได้
  4. กระแสเงินไหลเข้า ETF ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสนใจของเงินลงทุนสถาบัน

ข้อควรระวัง

  • ช่วงประกาศผลประชุมเฟด สเปรดถ่างและราคากระโดด เช่นเดียวกับตลาดอื่น
  • คริปโทซื้อขาย 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด ความเสี่ยงจึงไม่หยุดตามเวลาทำการ ต่างจากตลาดหุ้น
  • การใช้เลเวอเรจสูงในช่วงที่ตลาดผันผวนจากข่าว เป็นสาเหตุการถูกบังคับปิดสถานะที่พบบ่อยที่สุด
  • ควรกำหนดความเสี่ยงต่อไม้เป็นเปอร์เซ็นต์ของทุน ไม่ใช่ตามความมั่นใจในทิศทาง

สรุป ข่าวคริปโทวันนี้

บิตคอยน์ยังยืนต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ โดยมีแรงกดจากสองทางพร้อมกันคือความคาดหวังเฟดขึ้นดอกเบี้ยและราคาน้ำมันที่พุ่งจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ แม้ภาพรอบเดือนจะฟื้นตัวราว 22% แต่รอบปียังติดลบกว่า 32% และยังห่างจากจุดสูงสุดเดิมที่ 126,198 ดอลลาร์อยู่มาก

ทำไม ข่าวคริปโทวันนี้ ถึงผูกกับการประชุมเฟดมากขึ้นทุกปี

เมื่อก่อนบิตคอยน์ถูกเล่าว่าเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ขึ้นกับนโยบายของธนาคารกลาง แต่ ข่าวคริปโทวันนี้ สะท้อนภาพตรงข้าม เพราะตั้งแต่มีกองทุนและนักลงทุนสถาบันเข้ามาถือครองจำนวนมาก ราคาคริปโทก็เคลื่อนไหวใกล้เคียงกับหุ้นเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อย ๆ

กลไกที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ไม่ซับซ้อน เมื่อยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีขึ้นไปถึง 5.017% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 นักลงทุนสถาบันจะได้ผลตอบแทนที่แทบไม่มีความเสี่ยงในระดับที่น่าสนใจ เงินที่เคยยอมรับความเสี่ยงสูงเพื่อหาผลตอบแทนจึงไหลกลับไปหาพันธบัตร และสินทรัพย์ที่ไม่มีกระแสเงินสดอย่างคริปโทก็เสียเปรียบทันที

ตัวเลขรอบตลาดที่ควรดูควบคู่กับ ข่าวคริปโทวันนี้

  • บิตคอยน์ ราว 77,664 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.18% ในวัน บวก 22.53% ในรอบเดือน แต่ยังติดลบ 32.66% เมื่อเทียบกับต้นปี
  • ยีลด์พันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี 5.017% สูงสุดนับตั้งแต่กรกฎาคม 2007
  • ดัชนี S&P 500 7,605.65 จุด ลดลง 0.48% ในวัน ติดลบ 1.80% ในรอบเดือน
  • กลุ่มหุ้นชิป ถูกขายหนัก Intel ลดลง 5.6%, Micron ลดลง 5.3%, AMD ลดลง 4.4%, Nvidia ลดลง 3.4%
  • ทองคำ ราว 4,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์
  • น้ำมันดิบ ขยับจากราว 80 ดอลลาร์ต้นเดือนสิงหาคม มาใกล้ 100 ดอลลาร์เมื่อ 8 กันยายน

จุดที่น่าสังเกตคือหุ้นเทคโนโลยีกับคริปโทถูกขายไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนทองคำก็ร่วงพร้อมกัน ทั้งที่ปกติทองคำควรได้ประโยชน์จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาพนี้บอกว่าตัวแปรหลักของตลาดตอนนี้คือดอกเบี้ย ไม่ใช่ความเสี่ยงด้านสงคราม

สามสถานการณ์หลังเฟดประกาศผล ที่มีผลกับ ข่าวคริปโทวันนี้

  1. เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามที่ตลาดให้น้ำหนักราว 65% — เป็นกรณีที่ราคารับรู้ไปมากแล้ว ปฏิกิริยาจึงมักขึ้นกับถ้อยแถลงว่าจะมีการขึ้นอีกหรือไม่ มากกว่าตัวเลขที่ประกาศ
  2. เฟดคงดอกเบี้ย — เป็นเซอร์ไพรส์ฝั่งผ่อนคลาย สินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโทมักตอบสนองเร็วและแรงในกรณีนี้
  3. ขึ้นดอกเบี้ยพร้อมส่งสัญญาณว่ายังไม่จบ — กรณีที่กดดันคริปโทมากที่สุด เพราะหมายความว่าต้นทุนของเงินจะสูงต่อไปอีกหลายเดือน

ความเสี่ยงเฉพาะตัวของตลาดคริปโทที่ข่าวเศรษฐกิจไม่ได้บอก

นอกเหนือจากปัจจัยดอกเบี้ยแล้ว ตลาดคริปโทยังมีความเสี่ยงที่ตลาดการเงินดั้งเดิมไม่มี และเป็นส่วนที่ ข่าวคริปโทวันนี้ ในสื่อกระแสหลักมักไม่ได้พูดถึง

  • ตลาดเปิด 24 ชั่วโมงทุกวัน ข่าวที่ออกตอนตลาดหุ้นปิดจะถูกสะท้อนเข้าราคาคริปโททันที ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวแรงในช่วงที่สภาพคล่องบางที่สุด
  • การใช้เลเวอเรจสูง เมื่อราคาขยับผิดทางแรง ๆ จะเกิดการบังคับปิดสถานะต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ซึ่งทำให้ราคาเกินจริงไปทั้งสองทาง
  • ความเสี่ยงของแพลตฟอร์ม เหรียญที่ฝากไว้บนกระดานเทรดไม่ได้อยู่ในความควบคุมของเราจริง ๆ การถอนออกมาเก็บในกระเป๋าของตัวเองลดความเสี่ยงส่วนนี้ได้
  • ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ การเปลี่ยนแปลงกฎในประเทศใหญ่ ๆ ส่งผลกับราคาได้ทันทีโดยไม่มีสัญญาณล่วงหน้า

ดอกเบี้ยกับสภาพคล่อง สองแรงที่กำหนดทิศทางตลาดคริปโท

ถ้าจะสรุปแรงกดดันของตลาดคริปโทในรอบนี้ให้เหลือสั้นที่สุด คงต้องบอกว่ามันคือเรื่องของราคาเงิน เมื่อธนาคารกลางทำให้การถือเงินสดหรือพันธบัตรได้ผลตอบแทนสูงขึ้น เงินที่เคยไหลเข้าสินทรัพย์ปลายทางความเสี่ยงสูงก็ถูกดูดกลับ ระบบนี้ทำงานเหมือนกันทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นหุ้นเทคโนโลยี หุ้นขนาดเล็ก หรือเหรียญดิจิทัล

สิ่งที่แตกต่างคือความเร็ว ตลาดคริปโทเปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงและไม่มีเบรกเกอร์หยุดการซื้อขาย เมื่อกระแสเงินเปลี่ยนทิศ ราคาจึงปรับตัวเร็วกว่าตลาดดั้งเดิมมาก และมักเกินเลยไปทั้งขาขึ้นและขาลงก่อนจะย้อนกลับมาหาระดับที่สมเหตุสมผล

อีกชั้นหนึ่งที่ต้องเข้าใจคือสภาพคล่องในสมุดคำสั่งซื้อขาย ในช่วงที่ตลาดกังวล ผู้ทำตลาดจะลดขนาดคำสั่งที่วางไว้ทั้งสองฝั่ง ผลคือคำสั่งขนาดเดิมกลับทำให้ราคาขยับได้ไกลกว่าปกติหลายเท่า นี่คือเหตุผลที่บางวันราคาเหวี่ยงแรงทั้งที่ไม่มีข่าวใหม่เข้ามาเลย

บิตคอยน์กับอัลท์คอยน์ ตอบสนองต่างกันอย่างไร

ในภาวะที่ต้นทุนของเงินสูง เงินมักไหลกลับเข้าหาสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องมากที่สุดก่อนเสมอ ในโลกคริปโทนั่นคือบิตคอยน์ ส่วนเหรียญขนาดกลางและเล็กมักถูกขายก่อนและฟื้นทีหลัง เพราะมีผู้ซื้อรองรับน้อยกว่าและถูกถือด้วยเงินกู้ในสัดส่วนที่สูงกว่า

  • สัดส่วนมูลค่าตลาดของบิตคอยน์ มักเพิ่มขึ้นในช่วงที่ตลาดกลัว เพราะเงินย้ายจากเหรียญเล็กมาหาเหรียญใหญ่
  • เหรียญที่ผูกกับโครงการเฉพาะ จะได้รับผลกระทบสองชั้น ทั้งจากภาพรวมตลาดและจากความคืบหน้าของโครงการเอง
  • เหรียญมีม เป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวรุนแรงที่สุดในทั้งสองทิศทาง และมักไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับให้ประเมินมูลค่าได้

การรู้ลำดับนี้ช่วยให้อ่านภาพตลาดได้ตรงขึ้น แทนที่จะแปลกใจว่าทำไมเหรียญที่ถืออยู่ลงแรงกว่าบิตคอยน์หลายเท่าทั้งที่ข่าวเป็นข่าวเดียวกัน

ตัวเลขในตลาดอนุพันธ์ที่บอกอะไรได้มากกว่าราคา

ราคาบนกราฟบอกได้แค่ว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว แต่ตัวเลขในตลาดอนุพันธ์ช่วยบอกว่าตลาดกำลังยืนอยู่บนฐานที่มั่นคงแค่ไหน สามตัวที่ควรรู้จักมีดังนี้

  1. สถานะคงค้าง หรือ Open Interest คือจำนวนสัญญาที่ยังเปิดอยู่ทั้งตลาด ถ้าราคาขึ้นพร้อมกับสถานะคงค้างที่เพิ่มขึ้นเร็วมาก แปลว่าการขึ้นรอบนั้นถูกขับด้วยเงินกู้เป็นหลัก ซึ่งเปราะบางกว่าการขึ้นที่มาจากการซื้อของจริง
  2. อัตราค่าธรรมเนียมระหว่างคู่สัญญา หรือ Funding Rate เป็นค่าที่ฝั่งหนึ่งต้องจ่ายให้อีกฝั่งเพื่อคงสถานะไว้ ค่าที่สูงผิดปกติบอกว่าคนแห่ไปอยู่ฝั่งเดียวกันมากเกินไป และมักตามมาด้วยการปรับฐานแรง
  3. ปริมาณการบังคับปิดสถานะ เมื่อราคาขยับผิดทาง ระบบจะปิดสถานะที่หลักประกันไม่พอโดยอัตโนมัติ การปิดเหล่านี้กลายเป็นคำสั่งซื้อขายจริงที่ผลักราคาต่อไปอีก เกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ทำให้ราคาเกินจริงในช่วงสั้น

ข้อมูลทั้งสามตัวเปิดให้ดูฟรีบนเว็บรวมสถิติตลาดหลายแห่ง และช่วยให้แยกออกว่าการเคลื่อนไหวรอบนั้นมาจากเงินจริงหรือมาจากการใช้เลเวอเรจ

สิ่งที่ควรทำก่อนตลาดผันผวน

ในสัปดาห์ที่มีเหตุการณ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจ สิ่งที่ควบคุมได้จริงไม่ใช่ทิศทางราคา แต่เป็นการเตรียมตัวของเราเอง รายการด้านล่างเป็นเรื่องพื้นฐานที่มักถูกมองข้ามจนเกิดความเสียหายที่ป้องกันได้

  • ทบทวนขนาดสถานะ ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ถ้าราคาสวนทางแรงในช่วงเวลาที่เราไม่ได้เฝ้าหน้าจอ
  • ตรวจสอบหลักประกัน ในบัญชีที่ใช้อนุพันธ์ ว่ายังห่างจากระดับที่จะถูกบังคับปิดมากพอหรือไม่
  • ย้ายเหรียญที่ตั้งใจถือยาว ออกจากกระดานเทรดไปเก็บในกระเป๋าที่เราถือกุญแจเอง
  • เปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น บนทุกบัญชี และอย่าเก็บวลีกู้คืนกระเป๋าไว้ในไฟล์บนเครื่องหรือบนคลาวด์
  • ระวังลิงก์แจกเหรียญฟรีและข้อความที่อ้างว่ามาจากทีมงาน ช่วงตลาดผันผวนเป็นช่วงที่มิจฉาชีพเคลื่อนไหวหนักที่สุด เพราะคนกำลังตื่นตระหนกและตัดสินใจเร็วกว่าปกติ

ไม่มีข้อไหนในรายการนี้ที่ช่วยให้กำไรมากขึ้น แต่ทุกข้อช่วยลดโอกาสที่ความเสียหายหนึ่งครั้งจะใหญ่จนกู้กลับไม่ได้ ซึ่งในระยะยาวสำคัญกว่ากันมาก

มองไปข้างหน้า อะไรที่จะเปลี่ยนภาพตลาดได้จริง

ปัจจัยที่มีน้ำหนักพอจะเปลี่ยนทิศทางตลาดคริปโทในระยะถัดไปมีไม่กี่เรื่อง และเกือบทั้งหมดอยู่นอกตลาดคริปโทเอง

  • จุดกลับตัวของนโยบายการเงิน เมื่อใดที่ตลาดเชื่อว่ารอบการขึ้นดอกเบี้ยจบแล้ว สินทรัพย์เสี่ยงมักฟื้นตัวก่อนที่ตัวเลขเศรษฐกิจจริงจะดีขึ้นด้วยซ้ำ
  • ทิศทางราคาพลังงาน ถ้าราคาน้ำมันย่อลงจากระดับใกล้ 100 ดอลลาร์ แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะเบาลงตาม และเปิดทางให้ธนาคารกลางผ่อนคลายได้เร็วขึ้น
  • กระแสเงินจากกองทุน ยอดเงินไหลเข้าและออกของกองทุนที่ถือสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นตัวชี้วัดความสนใจของนักลงทุนสถาบันที่ตรงที่สุดในตอนนี้
  • ความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์ กติกาที่ชัดเจนช่วยลดส่วนชดเชยความเสี่ยงที่นักลงทุนเรียกร้อง ซึ่งเป็นผลบวกระยะยาวแม้กติกานั้นจะเข้มขึ้นก็ตาม

สิ่งที่ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลในการตัดสินใจคือคำทำนายราคาที่ไม่มีข้อมูลรองรับ ไม่ว่าจะมาจากใคร เพราะตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่องระดับโลกไม่มีใครมองเห็นภาพทั้งหมดได้จริง

สรุปภาพรวมที่ต้องจำ

สามข้อที่สรุปสถานการณ์รอบนี้ได้ครบคือ หนึ่ง ต้นทุนของเงินกำลังสูงขึ้นและกดดันสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยทั้งหมด สอง ตลาดคริปโทเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับหุ้นเทคโนโลยีมากขึ้นจนแทบแยกไม่ออกในช่วงที่มีข่าวใหญ่ และสาม ความเสี่ยงที่ควบคุมได้จริงคือขนาดสถานะและความปลอดภัยของสินทรัพย์ ไม่ใช่การเดาทิศทางราคา

ตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้บันทึกไว้ ณ เวลาที่เขียนและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ควรตรวจสอบราคาล่าสุดจากแหล่งที่เชื่อถือได้ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

คำศัพท์ที่เจอบ่อยในรายงานตลาดคริปโท

รายงานตลาดมักใช้ศัพท์เฉพาะที่คนเพิ่งเริ่มติดตามอาจไม่คุ้น การเข้าใจความหมายที่แท้จริงช่วยให้อ่านข่าวได้เร็วขึ้นและไม่ตีความผิด

  • ฮาล์ฟวิง คือการลดรางวัลที่ผู้ตรวจสอบธุรกรรมได้รับลงครึ่งหนึ่งตามกำหนดในโปรแกรมของบิตคอยน์ ทำให้ปริมาณเหรียญใหม่ที่เข้าสู่ตลาดลดลง เป็นปัจจัยด้านอุปทานที่รู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว
  • เหรียญเสถียร คือเหรียญที่ตรึงมูลค่าไว้กับสกุลเงินจริง มักถูกใช้เป็นที่พักเงินระหว่างรอจังหวะ ปริมาณเหรียญเสถียรที่ไหลเข้ากระดานเทรดจึงมักถูกอ่านเป็นสัญญาณของแรงซื้อที่รออยู่
  • กระเป๋าเย็น คือการเก็บกุญแจส่วนตัวไว้ในอุปกรณ์ที่ไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ปลอดภัยกว่าการฝากไว้บนกระดานเทรดแต่แลกกับความสะดวกในการซื้อขาย
  • ค่าธรรมเนียมเครือข่าย คือค่าที่ต้องจ่ายเพื่อให้ธุรกรรมถูกบันทึก ค่านี้จะสูงขึ้นเมื่อคนใช้งานพร้อมกันมาก และเป็นอีกตัวชี้วัดความคึกคักของเครือข่าย
  • การกระจายตัวของผู้ถือ ถ้าเหรียญหนึ่งถูกถือโดยกระเป๋าไม่กี่ใบในสัดส่วนสูง ราคาจะถูกควบคุมได้ง่ายกว่าเหรียญที่ผู้ถือกระจายตัว

ข้อควรระวังสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มติดตามตลาด

ช่วงที่ตลาดผันผวนมักเป็นช่วงที่คนใหม่เข้ามามากที่สุด เพราะข่าวถูกพูดถึงในวงกว้าง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ความเสี่ยงสูงที่สุดพอดี ข้อควรระวังที่ควรจำมีดังนี้

  1. อย่าใช้เงินที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ความผันผวนระดับสิบเปอร์เซ็นต์ในวันเดียวเป็นเรื่องปกติของตลาดนี้ และเงินที่มีกำหนดต้องใช้จะบังคับให้เราขายในจังหวะที่แย่ที่สุด
  2. ระวังคำแนะนำที่มาพร้อมความเร่งรีบ ข้อความที่บอกว่าต้องรีบตัดสินใจภายในเวลาจำกัด แทบทั้งหมดเป็นรูปแบบเดียวกับการหลอกลวง
  3. ตรวจสอบที่อยู่กระเป๋าทุกครั้งก่อนโอน ธุรกรรมบนเครือข่ายย้อนกลับไม่ได้ และมัลแวร์บางชนิดทำงานด้วยการสลับที่อยู่ปลายทางตอนวางข้อความ
  4. อย่าเชื่อผลตอบแทนที่การันตี ไม่มีสินทรัพย์ใดในโลกที่ให้ผลตอบแทนสูงโดยไม่มีความเสี่ยง ข้อเสนอลักษณะนี้คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุด

การเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อยและใช้เวลาทำความเข้าใจกลไกก่อน เป็นวิธีที่เสียค่าเรียนรู้น้อยที่สุด และเป็นสิ่งที่คนที่อยู่ในตลาดมานานมักแนะนำตรงกัน

คำถามที่พบบ่อยจาก ข่าวคริปโทวันนี้

ทำไมบิตคอยน์ขึ้นในรอบเดือนแต่ยังติดลบในรอบปี

เพราะจุดเริ่มต้นที่ใช้เทียบต่างกัน ราคาลงมามากในช่วงต้นปีแล้วค่อย ๆ ฟื้นในเดือนล่าสุด ผลคือกราฟรอบเดือนบวก 22.53% ขณะที่รอบปียังติดลบ 32.66% ตัวเลขทั้งสองถูกต้องทั้งคู่แต่ตอบคนละคำถาม

ดอกเบี้ยขึ้นแล้วคริปโทต้องลงเสมอไหม

ไม่เสมอไป ความสัมพันธ์นี้เป็นแนวโน้มทางสถิติ ไม่ใช่กฎตายตัว มีหลายช่วงที่คริปโทขึ้นสวนทางกับดอกเบี้ยเพราะมีปัจจัยเฉพาะตัวเข้ามา เช่น กระแสเงินจากกองทุนหรือเหตุการณ์ในระบบนิเวศของเหรียญนั้นเอง

ราคาน้ำมันเกี่ยวอะไรกับคริปโท

เกี่ยวผ่านเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นดันเงินเฟ้อให้สูงตาม ทำให้ธนาคารกลางมีเหตุผลที่จะคงหรือขึ้นดอกเบี้ยต่อ ซึ่งย้อนกลับมากดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมดรวมถึงคริปโท

ควรอ่าน ข่าวคริปโทวันนี้ ที่ไหนถึงจะเชื่อถือได้

ควรเทียบอย่างน้อยสองแหล่งและแยกให้ออกระหว่างตัวเลขราคาที่ตรวจสอบได้ กับบทวิเคราะห์ซึ่งเป็นความเห็น ถ้าแหล่งไหนบอกทิศทางราคาแบบชี้ชัดโดยไม่มีข้อมูลรองรับ ให้ถือว่าเป็นความเห็นเท่านั้น

บทความข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูล

บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและรายงานข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ราคาคริปโทเคอร์เรนซีผันผวนสูงมากและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนตัดสินใจ การลงทุนมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านข่าวเพิ่มเติม คลิกที่นี่!!

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับเรา รับฟรีสัญญาณเทรดทองคำ XAUUSD และ ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือ Expert Advisor (EA)

โลโก้ Weltrade โลโก้ Exness โลโก้ Yellow Box Markets โลโก้ HFM โลโก้ InterStellar Group โลโก้ XM โลโก้ IC Markets โลโก้ Pepperstone โลโก้ IUX โลโก้ Flipper AI DEX Aggregator โลโก้ Bitkub โลโก้ Binance TH