ยีลด์พันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี ทะลุ 5% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 กดดันหุ้นสหรัฐฯ ก่อนเฟดประกาศผลประชุม 16 ก.ย. 2026

15 กันยายน 2026
webmaster

ยีลด์พันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี ทะลุ 5% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 กดดันหุ้นสหรัฐฯ ก่อนเฟดประกาศผลประชุม 16 ก.ย. 2026

ข่าวพันธบัตรและดัชนีวันนี้ — อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (US10Y) ปรับขึ้นทะลุระดับ 5% ซึ่งเป็น ระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2007 หรือย้อนไปเกือบ 20 ปี ท่ามกลางความกังวลเรื่องราคาพลังงานและเงินเฟ้อ ก่อนที่เฟดจะประกาศผลการประชุมในวันที่ 16 กันยายนนี้

ยีลด์พันธบัตรสหรัฐ อายุ 10 ปี ทะลุ 5% สูงสุดตั้งแต่ปี 2007
ยีลด์พันธบัตรสหรัฐ 10 ปี แตะ 5.017% สูงสุดนับตั้งแต่กรกฎาคม 2007

ยีลด์พันธบัตรสหรัฐ: ตัวเลขล่าสุด

  • ยีลด์พันธบัตร 10 ปีสหรัฐฯ: 5.017%
  • เปลี่ยนแปลงรายวัน +0.029
  • เปลี่ยนแปลงรอบเดือน +0.29
  • เปลี่ยนแปลงรอบปี +0.98
  • ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กรกฎาคม 2007

ทำไมเลข 5% ถึงสำคัญ

ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ถือเป็น ต้นทุนการกู้ยืมอ้างอิงของทั้งโลก เพราะถูกใช้เป็นฐานในการคิดอัตราดอกเบี้ยของสินทรัพย์อื่นแทบทุกประเภท

เมื่อยีลด์ขึ้นไปยืนเหนือ 5% ผลกระทบจะกระจายไปหลายทาง

  • ต้นทุนกู้ยืมของภาคธุรกิจสูงขึ้น บริษัทที่ต้องออกหุ้นกู้จ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้น กำไรในอนาคตถูกกดดัน
  • หุ้นเติบโตถูกกระทบหนักที่สุด เพราะมูลค่าของหุ้นกลุ่มนี้มาจากกำไรในอนาคตที่ต้องนำมาคิดลดด้วยอัตราดอกเบี้ย ยิ่งดอกเบี้ยสูง มูลค่าปัจจุบันยิ่งลด
  • พันธบัตรกลายเป็นคู่แข่งของหุ้น เมื่อถือพันธบัตรได้ผลตอบแทนกว่า 5% โดยความเสี่ยงต่ำ เงินบางส่วนย่อมไหลออกจากตลาดหุ้น
  • ดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งกดดันทองคำและสินทรัพย์ที่ซื้อขายเป็นดอลลาร์

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบสนองอย่างไร

ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลงมาอยู่ที่ราว 7,605.65 จุด ลดลง 36.99 จุด หรือ 0.48%

  • เปลี่ยนแปลงรอบเดือน ลดลง 1.80%
  • เปลี่ยนแปลงรอบปี ยังบวก 15.12%

แรงขายกระจุกตัวหนักที่ กลุ่มผู้ผลิตชิป จากความกังวลเรื่องความเสี่ยงในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์

  • Intel ลดลง 5.6%
  • Micron ลดลง 5.3%
  • Sandisk ลดลง 5%
  • AMD ลดลง 4.4%
  • Nvidia ลดลง 3.4%

จะเห็นว่าแม้ภาพรอบปีของ S&P 500 จะยังบวกกว่า 15% แต่โมเมนตัมระยะสั้นเริ่มอ่อนแรงชัดเจน

เชื่อมโยงกับการประชุมเฟด

ต้นตอของยีลด์ที่พุ่งขึ้นคือ ความคาดหวังว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายน โดยตลาดให้น้ำหนักราว 65%

ปัจจัยเร่งคือราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เงินเฟ้อกลับมาเป็นประเด็น และในการประชุมครั้งก่อนเมื่อ 29 กรกฎาคม ก็มีกรรมการถึง 3 คนลงมติขอให้ขึ้นดอกเบี้ยแล้ว

สิ่งที่ต้องจับตา

  1. ยีลด์จะยืนเหนือ 5% ได้หรือไม่ หากยืนได้ แรงกดดันต่อตลาดหุ้นจะยังอยู่
  2. ผลประชุมเฟดคืนวันที่ 16 ก.ย. ซึ่งตรงกับราวตี 1 ของวันที่ 17 ก.ย. ตามเวลาไทย
  3. Dot Plot ที่บอกมุมมองดอกเบี้ยของกรรมการในระยะข้างหน้า
  4. กลุ่มเทคโนโลยีและชิป ซึ่งอ่อนไหวกับดอกเบี้ยมากที่สุด

สิ่งที่เทรดเดอร์ควรรู้

  • ยีลด์พันธบัตรกับ ค่าเงินดอลลาร์ มักเคลื่อนไหวไปในทางเดียวกัน ยีลด์ขึ้นดอลลาร์มักแข็ง
  • ยีลด์ที่สูงขึ้นมักกดดัน ทองคำ เพราะทองไม่จ่ายดอกเบี้ย
  • คู่เงินที่ได้รับผลชัดที่สุดคือ USDJPY เพราะส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศกว้างขึ้น
  • ช่วงประกาศผลประชุมเฟด สเปรดถ่างและราคากระโดด ควรลดขนาดสถานะหรืออยู่นอกตลาด

สรุป ยีลด์พันธบัตรสหรัฐ ทะลุ 5%

ยีลด์พันธบัตร 10 ปีสหรัฐฯ ทะลุ 5% เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี สะท้อนว่าตลาดกำลังปรับมุมมองเรื่องดอกเบี้ยและเงินเฟ้อใหม่ทั้งหมด ผลกระทบส่งไปถึงตลาดหุ้นที่กลุ่มชิปถูกขายหนัก และจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของดอลลาร์กับทองคำในช่วงถัดไป คืนวันที่ 16 กันยายนจึงเป็นจุดชี้ขาดที่ต้องจับตา

ยีลด์พันธบัตรสหรัฐ คืออะไร และทำไมทั้งโลกถึงต้องดู

ยีลด์พันธบัตรสหรัฐ คืออัตราผลตอบแทนที่ผู้ถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะได้รับ ถ้าถือจนครบอายุ ตัวเลขนี้ไม่ได้ถูกกำหนดโดยใครคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากการซื้อขายในตลาด เมื่อคนแย่งกันซื้อพันธบัตร ราคาจะสูงขึ้นและยีลด์จะลดลง ในทางกลับกันเมื่อคนเทขาย ราคาจะลดลงและยีลด์จะสูงขึ้น

ที่ตัวเลขนี้สำคัญกับทุกตลาดในโลก เพราะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีถูกใช้เป็นอัตราอ้างอิงของสินทรัพย์แทบทุกประเภท ตั้งแต่การประเมินมูลค่าหุ้น ไปจนถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้บ้านในสหรัฐฯ เมื่ออัตราผลตอบแทนชุดนี้ขยับขึ้น ต้นทุนของเงินทั้งระบบก็ขยับตาม

ตัวเลขสำคัญรอบนี้

  • ยีลด์พันธบัตรสหรัฐ อายุ 10 ปี 5.017% เพิ่มขึ้น 0.029 ในวัน 0.29 ในรอบเดือน และ 0.98 ในรอบปี
  • ระดับเทียบเคียงครั้งก่อน ต้องย้อนกลับไปถึงเดือนกรกฎาคม 2007 จึงจะเจอยีลด์ 10 ปีที่สูงเท่านี้
  • ดัชนี S&P 500 7,605.65 จุด ลดลง 0.48% ในวัน ติดลบ 1.80% ในรอบเดือน แต่ยังบวก 15.12% ในรอบปี
  • กลุ่มหุ้นชิป Intel ลดลง 5.6%, Micron ลดลง 5.3%, Sandisk ลดลง 5%, AMD ลดลง 4.4%, Nvidia ลดลง 3.4%
  • ทองคำ ราว 4,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์
  • บิตคอยน์ ราว 77,664 ดอลลาร์ ยังยืนต่ำกว่าแนว 80,000 ดอลลาร์

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรส่งผลกับค่าเงินอย่างไร

ความสัมพันธ์ที่ตรงที่สุดคือระหว่าง ยีลด์พันธบัตรสหรัฐ กับคู่เงิน USD/JPY เพราะญี่ปุ่นคงดอกเบี้ยในระดับต่ำมาอย่างยาวนาน เมื่อยีลด์สหรัฐฯ สูงขึ้น ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างสองสกุลเงินก็กว้างขึ้น เงินจึงไหลออกจากเยนไปหาดอลลาร์ รอบนี้ USD/JPY ขยับขึ้นมาที่ราว 154.701 เพิ่มขึ้น 0.23%

ฝั่งยุโรปก็ได้รับผลเช่นกัน EUR/USD อ่อนค่าลงมาที่ราว 1.15373 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม ส่วนทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยเลย จะเสียเปรียบมากที่สุดเมื่อ ยีลด์พันธบัตรสหรัฐ สูงขึ้น เพราะค่าเสียโอกาสของการถือทองคำเพิ่มขึ้นโดยตรง

ทำไม ยีลด์พันธบัตรสหรัฐ ถึงพุ่งขึ้นรอบนี้

  1. ราคาพลังงานที่สูงขึ้น น้ำมันดิบขยับจากราว 80 ดอลลาร์เมื่อต้นเดือนสิงหาคม มาใกล้ 100 ดอลลาร์เมื่อ 8 กันยายน ซึ่งส่งผ่านไปถึงเงินเฟ้อในเกือบทุกหมวดสินค้า
  2. ความคาดหวังต่อนโยบายเฟด ตลาดให้น้ำหนักราว 65% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายน 2026 หลังจากมติเดือนกรกฎาคมออกมา 9 ต่อ 3 เสียง โดยมีกรรมการสามคนขอให้ขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่ตอนนั้น
  3. ความต้องการชดเชยความเสี่ยงระยะยาว เมื่อทิศทางเงินเฟ้อไม่ชัดเจน ผู้ซื้อพันธบัตรระยะยาวจะเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความไม่แน่นอน

เส้นอัตราผลตอบแทน บอกอะไรเกี่ยวกับเศรษฐกิจ

เมื่อนำอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรแต่ละอายุมาเรียงต่อกัน จะได้เส้นที่เรียกว่าเส้นอัตราผลตอบแทน ในภาวะปกติเส้นนี้จะลาดขึ้น เพราะการให้ยืมเงินนานกว่าย่อมต้องการผลตอบแทนสูงกว่า แต่เมื่อใดที่อัตราผลตอบแทนระยะสั้นสูงกว่าระยะยาว เส้นจะกลับด้าน ซึ่งในอดีตมักเกิดก่อนภาวะเศรษฐกิจถดถอย

สิ่งที่ตลาดกำลังจับตาในรอบนี้คือรูปร่างของเส้น ไม่ใช่แค่ตัวเลขจุดเดียว ถ้าปลายยาวขยับขึ้นเร็วกว่าปลายสั้น แปลว่าตลาดกำลังเรียกร้องค่าชดเชยความเสี่ยงระยะยาวเพิ่ม ซึ่งมักเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของเงินเฟ้อและปริมาณหนี้ที่รัฐบาลต้องออกใหม่ มากกว่าจะเป็นเรื่องดอกเบี้ยนโยบายล้วน ๆ

ใครเป็นผู้ถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

ผู้ถือหลักแบ่งได้เป็นสามกลุ่มใหญ่ และการเปลี่ยนพฤติกรรมของแต่ละกลุ่มส่งผลต่อราคาไม่เท่ากัน

  • ธนาคารกลางต่างประเทศ ถือไว้เป็นทุนสำรอง การลดสัดส่วนของกลุ่มนี้มักถูกตีความในเชิงภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าเชิงการลงทุน
  • กองทุนและบริษัทประกัน ซื้อเพื่อจับคู่กับภาระผูกพันระยะยาว กลุ่มนี้มักเข้าซื้อเมื่อผลตอบแทนสูงพอจะคุ้มกับภาระที่ต้องจ่ายในอนาคต
  • นักลงทุนรายย่อยและกองทุนรวมตลาดเงิน เป็นกลุ่มที่ตอบสนองเร็วที่สุด เมื่อผลตอบแทนระยะสั้นน่าสนใจ เงินจะไหลเข้ากลุ่มนี้อย่างรวดเร็ว

ผลกระทบที่ส่งต่อไปถึงเศรษฐกิจจริง

ตัวเลขในตลาดพันธบัตรไม่ได้อยู่แค่ในจอเทรด แต่ส่งผ่านไปถึงต้นทุนของคนทั่วไปภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์

  1. สินเชื่อที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ อ้างอิงกับผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวโดยตรง เมื่อผลตอบแทนขึ้น ค่างวดของผู้กู้รายใหม่ก็สูงขึ้นตาม และกำลังซื้อในตลาดบ้านจะชะลอลง
  2. ต้นทุนการกู้ยืมของบริษัท หุ้นกู้เอกชนตั้งราคาโดยบวกส่วนต่างจากพันธบัตรรัฐบาล บริษัทที่ต้องรีไฟแนนซ์หนี้ในช่วงนี้จึงเจอต้นทุนที่สูงกว่าเดิมมาก
  3. การประเมินมูลค่าหุ้น โมเดลคิดลดกระแสเงินสดใช้ผลตอบแทนพันธบัตรเป็นฐาน เมื่อฐานสูงขึ้น มูลค่าปัจจุบันของกำไรในอนาคตก็ลดลง ซึ่งกระทบหุ้นเติบโตมากกว่าหุ้นที่มีกำไรสม่ำเสมออยู่แล้ว
  4. ตลาดเกิดใหม่ เงินทุนมักไหลกลับเข้าสหรัฐฯ เมื่อผลตอบแทนที่นั่นสูงขึ้น กดดันค่าเงินของประเทศที่พึ่งพาเงินทุนต่างชาติ

ห่วงโซ่นี้อธิบายว่าทำไมตัวเลขเพียงตัวเดียวถึงถูกพูดถึงในทุกตลาดพร้อมกัน และทำไมการติดตามมันจึงมีประโยชน์แม้กับคนที่ไม่ได้ซื้อขายพันธบัตรเลย

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง ยีลด์พันธบัตรสหรัฐ

ยีลด์ขึ้นแปลว่าอะไรกับคนที่เทรด Forex

โดยทั่วไปหมายถึงดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า และสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยอย่างทองคำมักถูกกดดัน แต่นี่เป็นแนวโน้มทางสถิติ ไม่ใช่กฎที่เกิดขึ้นทุกครั้ง

ทำไมเลข 5% ถึงถูกพูดถึงมากเป็นพิเศษ

เพราะเป็นระดับเชิงจิตวิทยาที่ตลาดไม่ได้เห็นมานานเกือบยี่สิบปี และเป็นจุดที่ผลตอบแทนแบบแทบไม่มีความเสี่ยงเริ่มแข่งขันกับผลตอบแทนที่คาดหวังจากหุ้นได้จริง

ยีลด์พันธบัตรสหรัฐ ดูได้จากที่ไหน

ดูได้จากเว็บข้อมูลตลาดอย่าง Trading Economics หรือจากแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์ที่มีสัญลักษณ์ US10Y ส่วนข้อมูลทางการเผยแพร่โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ

ยีลด์จะลงเมื่อไหร่

ไม่มีใครตอบได้แน่นอน โดยประวัติศาสตร์ยีลด์ระยะยาวมักเริ่มลดลงเมื่อตลาดเชื่อว่าเงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว หรือเมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวจนธนาคารกลางต้องผ่อนคลายนโยบาย ทั้งสองอย่างนี้ยังไม่ปรากฏชัดในข้อมูลปัจจุบัน

คำถามที่คนมักสงสัยเพิ่มเติม

นอกจากตัวเลขในรอบนี้แล้ว ยังมีคำถามพื้นฐานอีกหลายข้อที่ช่วยให้เข้าใจภาพรวมได้ดีขึ้น

  • ราคากับผลตอบแทนสวนทางกันเสมอ เพราะพันธบัตรจ่ายดอกเบี้ยเป็นจำนวนคงที่ ถ้าซื้อในราคาถูกลง ผลตอบแทนที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็สูงขึ้นโดยอัตโนมัติ
  • อายุคงเหลือมีผลต่อความผันผวน พันธบัตรอายุยาวจะเปลี่ยนแปลงราคามากกว่าพันธบัตรอายุสั้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยขยับเท่ากัน
  • ดอกเบี้ยนโยบายกับผลตอบแทนในตลาดเป็นคนละตัว ธนาคารกลางกำหนดตัวแรกได้โดยตรง ส่วนตัวหลังเกิดจากการซื้อขายจริงและสะท้อนความคาดหวังของตลาดในอนาคต
  • คนไทยได้รับผลกระทบทางอ้อม ผ่านค่าเงินบาท ต้นทุนการนำเข้า และทิศทางเงินทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทย แม้จะไม่ได้ลงทุนในตลาดสหรัฐฯ โดยตรงก็ตาม

การติดตามตัวเลขชุดนี้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศตลาดได้ก่อนที่มันจะสะท้อนออกมาในราคาสินทรัพย์ที่เราถืออยู่

บทความข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูล

บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและรายงานข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขราคาและอัตราผลตอบแทนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนตัดสินใจ การลงทุนและการเทรดมีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านข่าวเพิ่มเติม คลิกที่นี่!!

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับเรา รับฟรีสัญญาณเทรดทองคำ XAUUSD และ ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือ Expert Advisor (EA)

โลโก้ Weltrade โลโก้ Exness โลโก้ Yellow Box Markets โลโก้ HFM โลโก้ InterStellar Group โลโก้ XM โลโก้ IC Markets โลโก้ Pepperstone โลโก้ IUX โลโก้ Flipper AI DEX Aggregator โลโก้ Bitkub โลโก้ Binance TH