5 ปัจจัยที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ (7-11 พ.ย. 65)

5 ปัจจัยที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ (7-11 พ.ย. 65)

ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐในวันพฤหัสบดีนี้อาจเป็นข้อมูลให้ธนาคารกลางสหรัฐอาจเริ่มชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ผลการเลือกตั้งมิดเทอมของสหรัฐในวันอังคารจะอยู่ในความสนใจเช่นกัน จีนจะเปิดเผยข้อมูลการค้าและอัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากนโยบายปลอดโควิดของปักกิ่งยังคงสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน สหราชอาณาจักรจะเปิดเผยข้อมูล GDP ในวันศุกร์ซึ่งคาดว่าจะแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย

1.ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ

สหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อประจำเดือนตุลาคมในวันพฤหัสบดีนี้ นักลงทุนต่างจับตาดูข้อมูลบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านราคาเริ่มชะลอตัวลงหลังจากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเกินขนาดกว่าที่คาด

ประธานเฟดกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่ามีแนวโน้มที่จะปรับอัตราขึ้นสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ดังนั้นค่าเงินเฟ้อที่ยังร้อนแรงน่าจะทำให้ประธานเฟดจะเพิ่มการกระชับนโยบายทางการเงินจะยังคงดำเนินต่อไป

นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าอัตราเงินเฟ้อประจำปีจะอยู่ที่ 8.0% และอัตราเงินเฟ้อรายเดือนจะเพิ่มขึ้น 0.7% แต่ความคาดหมายของตลาดอาจไปมุ่งความสนใจที่ภาวะถดถอยมากยิ่งขึ้น

2.เลือกตั้งมิดเทอมสหรัฐฯ

สหรัฐฯ เตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งมิดเทอมในวันอังคารนี้ ความหวังในการเลือกตั้งของพรรคเดโมแครตได้รับผลกระทบจากความกังวลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่สูง และคะแนนไว้วางใจจากสาธารณะของ ไบเดนยังคงต่ำกว่า 50% มานานกว่าหนึ่งปี โดยมาอยู่ที่ 40% ในการสำรวจล่าสุดของรอยเตอร์สโพล และ Ipsosโพล

3.หุ้นสหรัฐ

นักลงทุนในตลาดหุ้นอาจเผชิญกับความผันผวนที่จะได้รับการทดสอบในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจากข้อมูลเงินเฟ้อ และการเลือกตั้งมิดเทอมของสหรัฐ การปรับตัวลดลงตั้งแต่ ดาวโจนส์ ก็ร่วงลง 1.39% S&P 500 ร่วงลง 3.34% และ Nasdaq ลดลง 5.65% ซึ่งเป็นการลดลงรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม

ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อมีผลกระทบต่อความเคลื่อนไหวของตลาดอย่างมหาศาลในปีนี้ เนื่องจากการค่าที่สูงอย่างต่อเนื่องทำให้นักลงทุนต้องเพิ่มความคาดหวังสำหรับเฟดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

4.ข้อมูลเศรษฐกิจจีน

การประกาศเมื่อวันเสาร์ว่าประเทศจีนจะยึดมั่นในนโยบายควบคุมโรคโควิด-19 ต่อไป ทำให้ยังคงต้องจับตาเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกกับการเปิดเผยข้อมูลดุลการค้า, ข้อมูลเงินเฟ้อ และ จำนวนสินเชื่อรายใหม่ของจีน ในสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าจะยังคงอ่อนแอเนื่องจาก COVID-19 ยังคงจำกัดอุปสงค์

เงินสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนลดลงติดต่อกัน 8 เดือน อยู่ในระดับ 3 ล้านล้านดอลลาร์ ท่ามกลางค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น นับตั้งแต่เฟดเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.

5.GDP ของสหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักรจะเปิดเผยข้อมูล GDP ในไตรมาสที่ 3 ในวันศุกร์นี้ ซึ่งคาดว่าจะแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจหดตัว 0.5% ซึ่งก่อนหน้าในวันพฤหัสบดีที่แล้วธนาคารแห่งประเทศอังกฤษประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย อย่างรวดเร็วเนื่องจากพยายามต่อสู้กับความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่า 10% และเตือนถึงภาวะถดถอยที่กำลังมา

BoE คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปีที่ประมาณ 11% ในช่วงไตรมาสปัจจุบันและสหราชอาณาจักรจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยและอาจจะอยู่ถึง 2 ปีหรือยาวนานกว่านั้น นับเป็นช่วงยาวนานกว่าวิกฤตการเงินในปี 2008-2009

(ที่มา : สำนักข่าวรอยเตอร์)

อ่านข่าวเพิ่มเติม คลิกที่นี่!!

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับเรา รับฟรีสัญญาณเทรดทองคำ XAUUSD และ ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือ Expert Advisor (EA)

โลโก้ Weltrade โลโก้ Exness โลโก้ Yellow Box Markets โลโก้ HFM โลโก้ InterStellar Group โลโก้ XM โลโก้ IC Markets โลโก้ Pepperstone โลโก้ IUX โลโก้ Flipper AI DEX Aggregator โลโก้ Bitkub โลโก้ Binance TH