เว็บบอร์ด แห่งนี้เป็นเพียงสื่อกลางเพื่อการศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่านั้นทาง เราไม่สามารถรับผิดชอบต่อผลกำไรขาดทุนของท่านได้

Avalanche (AVAX) เปิดตัวเครือข่ายหลักในปี 2020 โดย Ava Labs ซึ่งนำโดย Emin Gün Sirer ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัย Cornell จุดขายของ Avalanche คือ ความเร็วในการยืนยันธุรกรรมขั้นสุดท้าย (finality) ต่ำกว่า 1 วินาที และแนวคิด Subnet ที่ให้องค์กรหรือโปรเจกต์สร้างบล็อกเชนของตัวเองที่ปรับแต่งกฎได้เอง แต่ยังใช้ความปลอดภัยและเครื่องมือของ Avalanche ร่วมกัน
โครงสร้าง 3 เชน
- X-Chain — สำหรับสร้างและโอนสินทรัพย์ดิจิทัล
- C-Chain — เชน Smart Contract ที่รองรับ EVM (ใช้เครื่องมือเดียวกับ Ethereum ได้เลย) เป็นที่อยู่ของ DeFi ส่วนใหญ่บน Avalanche
- P-Chain — จัดการ validator, staking และการสร้าง Subnet
Subnet / Avalanche L1s — จุดที่ทำให้ต่างจากคู่แข่ง
แนวคิดนี้ดึงดูดผู้ใช้ระดับองค์กรได้จริง ตัวอย่างเช่น เกมบล็อกเชนหลายเกมสร้าง Subnet ของตัวเองเพื่อไม่ให้ค่าธรรมเนียมและความหนาแน่นของเครือข่ายหลักมากระทบผู้เล่น ขณะที่สถาบันการเงินและบริษัทจัดการสินทรัพย์ระดับโลกบางแห่งเลือก Avalanche สำหรับการทดลอง Tokenization ของกองทุนและสินทรัพย์จริง เพราะสามารถกำหนดกฎ KYC และสิทธิ์การเข้าถึงในเชนของตัวเองได้ การอัปเกรด "Avalanche9000" ยังลดต้นทุนการเปิด L1 ใหม่ลงอย่างมาก
เหรียญ AVAX
AVAX ใช้จ่ายค่าธรรมเนียม (ซึ่งถูกเผาทิ้งทั้งหมด) ใช้ staking เป็น validator และใช้เป็นหลักประกันในการสร้าง Subnet อุปทานสูงสุดกำหนดไว้ที่ 720 ล้านเหรียญ การเผาค่าธรรมเนียมทำให้อุปทานหมุนเวียนถูกกดไว้เมื่อการใช้งานสูง
สำหรับนักเทรด
คู่ AVAXUSD มีในโบรกเกอร์ Forex บางแห่ง AVAX เป็นเหรียญ Layer 1 ที่มีเบตาสูง เคลื่อนไหวตาม BTC และ ETH แต่แรงกว่า ข่าวความร่วมมือกับสถาบันการเงินหรือเกมใหญ่มักเป็นตัวจุดชนวนราคาระยะสั้น ควรจับตาจำนวน Subnet ที่เปิดใช้จริงและปริมาณ TVL บน C-Chain เป็นตัวชี้วัดพื้นฐาน
ใครเคยใช้ DeFi หรือเกมบน Avalanche บ้างครับ ประสบการณ์เรื่องความเร็วเป็นอย่างไร มาแชร์กันได้เลย
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
สรุปภาพรวมที่เขียนมาค่อนข้างครบและแม่นยำเลยครับ ขอเสริมมุมมองจากที่เคยลองเล่นบ้าง
เรื่องความเร็วบน C-Chain (ที่ DeFi ส่วนใหญ่อยู่) จะเร็วกว่า Ethereum mainnet ชัดเจน ค่าธรรมเนียมก็ถูกกว่ามากในช่วงที่เครือข่ายไม่แออัด แต่ถ้าใครเคยผ่านช่วง network congestion หนัก ๆ ก็จะเห็นว่าค่าธรรมเนียมพุ่งได้เหมือนกัน ไม่ได้นิ่งตลอดเวลา
ส่วน Subnet นี่แหละที่เป็นจุดต่างจริง เพราะแยก workload ออกจากเชนหลักได้ เกมที่มี transaction เยอะ ๆ จะได้ไม่ไปแย่ง gas กับ DeFi หรือ NFT บนเชนหลัก แต่ข้อควรระวังคือ Subnet แต่ละอันมีความปลอดภัยและ validator set เป็นของตัวเอง ไม่ได้แชร์ความปลอดภัยเท่ากันหมดทุกอัน ก่อนใช้งานควรเช็กว่า Subnet นั้นมี validator กระจายตัวแค่ไหน ไม่ใช่ดูแค่ชื่อ Avalanche แล้วเหมาว่าปลอดภัยเท่ากันหมด
สำหรับคนที่สนใจเทรด AVAXUSD เนื่องจากมันเป็นเหรียญเบตาสูงตามที่เจ้าของกระทู้บอก การเคลื่อนไหวจะแรงทั้งขาขึ้นขาลง เหมาะกับคนที่บริหารความเสี่ยงเป็นมากกว่ามือใหม่ล้วน ๆ ควรดูสเปรดและ swap ของแต่ละโบรกเกอร์ให้ดีเพราะแต่ละที่ไม่เหมือนกัน อันนี้ต้องเช็กกับโบรกเกอร์ที่ใช้อยู่โดยตรงครับ
อยากรู้เพิ่มว่าเพื่อน ๆ ในบอร์ดสนใจฝั่ง DeFi (lending, DEX) หรือฝั่งเกม/GameFi มากกว่ากันครับ จะได้แชร์ประสบการณ์กันแบบเจาะจงขึ้น
