วิเคราะห์คู่เงินหลัก 15 ก.ย. 2026: ยูโรอ่อนสุดตั้งแต่กลางสิงหาคม เยนอ่อนค่า ทองคำย่อ ระดับที่ต้องจับตาก่อนเฟดประกาศผล

15 กันยายน 2026
webmaster

วิเคราะห์คู่เงินหลัก 15 ก.ย. 2026: ยูโรอ่อนสุดตั้งแต่กลางสิงหาคม เยนอ่อนค่า ทองคำย่อ ระดับที่ต้องจับตาก่อนเฟดประกาศผล

วิเคราะห์คู่เงินหลักประจำวัน — ตลาดค่าเงินทั้งกระดานถูกขับเคลื่อนด้วยเรื่องเดียวกันในสัปดาห์นี้ คือ ความคาดหวังว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายน ส่งผลให้ดอลลาร์ได้แรงหนุน กดดันทั้งยูโร เยน และทองคำพร้อมกัน

วิเคราะห์คู่เงินหลัก 15 ก.ย. 2026 EURUSD USDJPY และทองคำ
วิเคราะห์คู่เงินหลัก 15 ก.ย. 2026 — ภาพตลาดก่อนเฟดประกาศผล

หมายเหตุ: บทความนี้เป็น การรายงานสภาพตลาดและระดับราคาที่น่าสนใจ ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายและไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ทุกคนควรมีแผนและเกณฑ์ความเสี่ยงของตัวเอง

วิเคราะห์คู่เงินหลัก: ภาพรวมตลาดวันนี้

คู่เงิน / สินทรัพย์ ราคาล่าสุด วัน เดือน ปี
EUR/USD 1.15373 -0.10% -0.37% -2.81%
USD/JPY 154.701 +0.23% -2.98% +5.66%
XAU/USD 4,272 -0.62% -3.25% +15.73%

EUR/USD — ยูโรอ่อนสุดตั้งแต่กลางสิงหาคม

ยูโรอ่อนค่าลงมาทดสอบบริเวณ 1.1537 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม โดยสาเหตุหลักไม่ได้มาจากฝั่งยุโรป แต่มาจาก ดอลลาร์ที่แข็งขึ้นจากความคาดหวังว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย

ภาพรอบปียังติดลบ 2.81% สะท้อนว่าส่วนต่างนโยบายการเงินระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปยังเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่อง

สิ่งที่ต้องดู: หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยจริงและส่งสัญญาณเข้มต่อ แรงกดดันน่าจะยังอยู่ แต่หากเฟดคงดอกเบี้ยสวนความคาดหมาย อาจเห็นการดีดกลับแรงเพราะตลาดตั้งสถานะไว้ด้านเดียวมาก

USD/JPY — เยนอ่อนค่าจากส่วนต่างดอกเบี้ย

USD/JPY ขยับขึ้นมาที่ราว 154.70 เพิ่มขึ้น 0.23% ในวัน โดยได้แรงหนุนจาก ยีลด์พันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปีที่ทะลุ 5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007

คู่นี้อ่อนไหวกับส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศมากที่สุดในบรรดาคู่เงินหลัก ยีลด์สหรัฐฯ ยิ่งสูง เงินยิ่งไหลออกจากเยน

ข้อสังเกตคือรอบเดือนยังติดลบ 2.98% แต่รอบปีบวก 5.66% แปลว่าเป็นการดีดกลับภายในแนวโน้มอ่อนค่าระยะสั้น

สิ่งที่ต้องดู: ระดับ 155 เป็นเลขกลมที่ตลาดจับตา และเป็นโซนที่ในอดีตเคยมีการพูดถึงการแทรกแซงค่าเงินจากทางการญี่ปุ่น

XAU/USD — ทองคำย่อตัวต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์

ทองคำลงมาที่ราว 4,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 0.62% ในวัน และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม

เหตุผลตรงไปตรงมา คือทองไม่จ่ายดอกเบี้ย เมื่อยีลด์พันธบัตรให้ผลตอบแทนเกิน 5% ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองจึงสูงขึ้นชัดเจน

แต่ภาพรอบปียังบวก 15.73% และยังห่างจากจุดสูงสุดที่ 5,608 ดอลลาร์ซึ่งทำไว้เมื่อมกราคม 2026 อยู่พอสมควร

สิ่งที่ต้องดู: ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่รับแรงสองทางในรอบนี้ คือแรงกดจากดอกเบี้ย และแรงหนุนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เรื่องอิหร่าน ทิศทางหลังประกาศผลจึงอาจเหวี่ยงแรงกว่าคู่เงินอื่น

ตารางเวลาที่ต้องจำ

  • ประกาศผลประชุมเฟด ตามกำหนดปกติ 14.00 น. เวลาสหรัฐฯ ฝั่งตะวันออก = ราวตี 1 ของวันที่ 17 ก.ย. ตามเวลาไทย
  • แถลงข่าวประธานเฟด ราวครึ่งชั่วโมงถัดมา = ราว ตี 1 ครึ่ง

ช่วงแถลงข่าวมักขยับตลาดแรงกว่าตัวมติ เพราะเป็นการส่งสัญญาณทิศทางข้างหน้า

ข้อควรระวังคืนประกาศผล

  • สเปรดถ่างหลายเท่า คู่ที่ปกติ 1-2 จุด อาจกลายเป็นหลายสิบจุดชั่วคราว
  • Stop Loss อาจไม่ทำงานที่ราคาที่ตั้ง หากราคากระโดดข้าม ขาดทุนจริงจะมากกว่าที่คำนวณไว้
  • การวาง Pending Order คร่อมข่าว มักโดนทั้งสองฝั่ง
  • ถ้ารัน EA ควรตั้งหยุดเทรดช่วงข่าว โดยเฉพาะระบบเก็บสั้น
  • ทางที่ปลอดภัยกว่าคือ รอให้ราคานิ่ง 15-30 นาที แล้วค่อยพิจารณาตามทิศที่ชัดแล้ว

สรุป วิเคราะห์คู่เงินหลัก

ทั้งสามสินทรัพย์เคลื่อนไหวจากปัจจัยเดียวกันคือความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยเฟด ยูโรอ่อนสุดตั้งแต่กลางสิงหาคม เยนอ่อนค่าตามยีลด์สหรัฐฯ ที่ทะลุ 5% และทองคำย่อลงต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ คืนวันที่ 16 กันยายนจึงเป็นจุดชี้ขาดของทิศทางในระยะถัดไป

สิ่งที่ควบคุมได้คือขนาดความเสี่ยงและจังหวะเข้า ไม่ใช่ผลการประชุม

วิเคราะห์คู่เงินหลัก ต้องเริ่มจากอะไรก่อน

การ วิเคราะห์คู่เงินหลัก ที่ใช้งานได้จริง ไม่ได้เริ่มจากการเปิดกราฟแล้วหาสัญญาณ แต่เริ่มจากการเข้าใจว่าอะไรกำลังขับเคลื่อนดอลลาร์อยู่ เพราะคู่เงินหลักทุกคู่มีดอลลาร์อยู่ข้างใดข้างหนึ่งเสมอ เมื่อรู้ทิศทางของดอลลาร์แล้ว งานที่เหลือคือดูว่าสกุลเงินอีกฝั่งกำลังเจออะไรอยู่

ในรอบนี้ตัวขับเคลื่อนหลักชัดเจนมาก คือ ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ขึ้นไปแตะ 5.017% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2007 ส่วนต่างผลตอบแทนที่กว้างขึ้นดึงเงินเข้าหาดอลลาร์ และกดดันทั้งยูโร เยน และทองคำไปพร้อมกัน

ตารางสรุป วิเคราะห์คู่เงินหลัก ที่ระดับราคาปัจจุบัน

  • EUR/USD ราว 1.15373 อ่อนค่าลงมาต่ำสุดนับตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม แรงกดดันมาจากฝั่งดอลลาร์เป็นหลัก ไม่ใช่ข่าวร้ายจากยุโรปโดยตรง
  • USD/JPY ราว 154.701 เพิ่มขึ้น 0.23% เป็นคู่ที่สะท้อนส่วนต่างดอกเบี้ยชัดเจนที่สุดในกลุ่มคู่เงินหลัก
  • XAU/USD ราว 4,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 0.62% ในวัน ต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ แต่ยังบวก 15.73% เมื่อเทียบกับต้นปี
  • ดัชนี S&P 500 7,605.65 จุด ลดลง 0.48% เป็นตัวชี้ว่าความอยากเสี่ยงของตลาดกำลังลดลง

ตัวเลขทั้งหมดนี้บันทึกไว้ ณ เวลาที่เขียนบทความ และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาทำการ ใช้เป็นภาพประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่จุดเข้าออกที่แนะนำให้ทำตาม

สามข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอน วิเคราะห์คู่เงินหลัก ช่วงมีข่าวใหญ่

  1. ใช้กราฟ Timeframe เล็กตัดสินภาพใหญ่ ช่วงก่อนประกาศผลการประชุม ราคาบน M5 หรือ M15 มักแกว่งไปมาโดยไม่มีทิศทาง การอ่านภาพจาก H4 หรือ D1 จะสะท้อนแนวโน้มจริงได้ดีกว่า
  2. ลืมว่าสเปรดจะกว้างขึ้น ในคืนที่มีการประกาศผลประชุม สเปรดของคู่เงินหลักมักกว้างขึ้นหลายเท่า และคำสั่งอาจถูกจับคู่ในราคาที่ต่างจากที่เห็นบนกราฟ
  3. ตีความข่าวเป็นทิศทางตรง ๆ ข่าวดีไม่ได้แปลว่าราคาต้องขึ้นเสมอ ถ้าตลาดรับรู้ข่าวนั้นไปก่อนแล้ว ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจริงอาจสวนทางกับที่คาด ซึ่งเป็นเหตุผลที่คำว่า ซื้อตามข่าวลือ ขายตามข่าวจริง ยังถูกพูดถึงอยู่จนทุกวันนี้

ความสัมพันธ์ระหว่างคู่เงินที่ควรรู้

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามในการอ่านภาพตลาดคือคู่เงินหลายคู่เคลื่อนไหวสัมพันธ์กัน การเปิดสถานะหลายคู่พร้อมกันจึงอาจเท่ากับการเดิมพันเรื่องเดียวด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าที่ตั้งใจ

  • EUR/USD กับ GBP/USD มักเคลื่อนไหวไปทางเดียวกัน เพราะทั้งคู่สะท้อนความแข็งอ่อนของดอลลาร์เป็นหลัก
  • USD/JPY กับ ยีลด์พันธบัตรสหรัฐฯ มักไปทางเดียวกัน ยีลด์ขึ้นแล้วคู่นี้มักขึ้นตาม
  • ทองคำกับดอลลาร์ มักสวนทางกัน ดอลลาร์แข็งมักกดดันทองคำ แม้จะมีบางช่วงที่ทั้งคู่ขึ้นพร้อมกันเมื่อตลาดตื่นตระหนกจริง ๆ

ช่วงเวลาทำการของตลาดกับพฤติกรรมของราคา

ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราเปิดต่อเนื่องห้าวันต่อสัปดาห์ แต่ไม่ได้มีสภาพคล่องเท่ากันตลอดเวลา การรู้ว่าช่วงไหนมีผู้เล่นมากหรือน้อย ช่วยอธิบายพฤติกรรมของราคาที่ดูแปลกในบางช่วงได้

  • ช่วงเอเชีย ปริมาณการซื้อขายบางกว่าช่วงอื่น ราคามักแกว่งในกรอบแคบ ยกเว้นคู่ที่มีเยนหรือดอลลาร์ออสเตรเลียซึ่งมีข่าวในภูมิภาคนี้โดยตรง
  • ช่วงลอนดอน เป็นช่วงที่ปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดของวัน แนวโน้มที่เกิดขึ้นในช่วงนี้มักมีความต่อเนื่องมากกว่าช่วงอื่น
  • ช่วงลอนดอนทับนิวยอร์ก เป็นชั่วโมงที่ราคาเคลื่อนไหวมากที่สุด เพราะผู้เล่นรายใหญ่ของทั้งสองทวีปอยู่ในตลาดพร้อมกัน
  • ช่วงปลายนิวยอร์กถึงก่อนซิดนีย์เปิด เป็นช่วงที่สภาพคล่องบางที่สุด สเปรดกว้างผิดปกติและมักเกิดไส้เทียนยาวโดยไม่มีข่าวรองรับ

ผู้ที่ตั้งคำสั่งทิ้งไว้ข้ามคืนควรเผื่อระยะให้มากพอสำหรับช่วงสภาพคล่องบาง เพราะการถูกปิดสถานะด้วยไส้เทียนในช่วงที่ไม่มีใครซื้อขายจริง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้และป้องกันได้ด้วยการเผื่อระยะตั้งแต่ต้น

ต้นทุนที่มองไม่เห็นบนกราฟ

นอกจากทิศทางราคาแล้ว ยังมีต้นทุนอีกหลายส่วนที่กระทบผลลัพธ์จริงและไม่ปรากฏบนกราฟราคา

  1. สเปรด คือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย ซึ่งเปลี่ยนตามสภาพคล่องและกว้างขึ้นมากในช่วงที่มีข่าว
  2. ค่าคอมมิชชั่น ในบัญชีบางประเภทที่แลกกับสเปรดที่แคบลง ควรคำนวณรวมกันก่อนเปรียบเทียบระหว่างบัญชี
  3. ค่าธรรมเนียมข้ามคืน ที่คิดจากส่วนต่างดอกเบี้ยของสองสกุลเงิน สำหรับสถานะที่ถือยาวหลายวัน ต้นทุนส่วนนี้สะสมจนมีนัยสำคัญ
  4. ความคลาดเคลื่อนของราคาที่จับคู่ได้ ในช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวเร็ว คำสั่งอาจถูกจับคู่ในราคาที่ต่างจากที่เห็นบนหน้าจอ

ต้นทุนเหล่านี้เป็นเรื่องที่ควบคุมได้บางส่วน ด้วยการเลือกช่วงเวลาที่เข้าตลาดและการเลือกประเภทบัญชีให้เหมาะกับความถี่ในการซื้อขายของตัวเอง

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง วิเคราะห์คู่เงินหลัก

คู่เงินหลักมีกี่คู่

โดยทั่วไปนับเจ็ดคู่ที่มีดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ด้วยและมีสภาพคล่องสูงที่สุด ได้แก่ EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD, USD/CHF, AUD/USD, USD/CAD และ NZD/USD ส่วนทองคำหรือ XAU/USD ไม่ใช่คู่เงินแต่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันเพราะเทรดคู่กับดอลลาร์และได้รับผลจากปัจจัยเดียวกัน

ควร วิเคราะห์คู่เงินหลัก วันละกี่ครั้ง

ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเทรด ถ้าถือข้ามวันการทบทวนวันละครั้งตอนตลาดลอนดอนเปิดก็เพียงพอ สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนครั้งคือความสม่ำเสมอของเกณฑ์ที่ใช้ตัดสิน

บทความนี้เป็นสัญญาณเทรดหรือไม่

ไม่ใช่ บทความนี้เป็นการรายงานสภาพตลาดและระดับราคาที่ถูกอ้างถึงในรายงานตลาดช่วงนี้เท่านั้น ไม่มีการระบุจุดเข้า จุดออก หรือขนาดสถานะ และไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

ช่วงเวลาไหนของวันที่คู่เงินหลักเคลื่อนไหวแรงที่สุด

ช่วงที่ตลาดลอนดอนกับนิวยอร์กเปิดทับกัน ซึ่งตรงกับช่วงหัวค่ำถึงดึกตามเวลาประเทศไทย เป็นช่วงที่มีสภาพคล่องสูงสุดและราคามักเคลื่อนไหวมากที่สุดของวัน

สุดท้ายแล้ว การอ่านตลาดให้แม่นขึ้นไม่ได้มาจากการเพิ่มจำนวนอินดิเคเตอร์บนกราฟ แต่มาจากการมีเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าอะไรคือเงื่อนไขที่ยอมรับได้และอะไรคือสัญญาณให้ถอยออกมา เกณฑ์ที่เขียนไว้ล่วงหน้าและทบทวนเป็นระยะ ช่วยลดการตัดสินใจด้วยอารมณ์ในนาทีที่ตลาดเคลื่อนไหวเร็วที่สุด ซึ่งเป็นนาทีที่ความผิดพลาดมีราคาแพงที่สุดเสมอ

บทความข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูล

บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและรายงานข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายและไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ราคาเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนตัดสินใจ การเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านข่าวเพิ่มเติม คลิกที่นี่!!

สมัครเปิดบัญชีเทรดกับเรา รับฟรีสัญญาณเทรดทองคำ XAUUSD และ ระบบเทรดอัตโนมัติ หรือ Expert Advisor (EA)

โลโก้ Weltrade โลโก้ Exness โลโก้ Yellow Box Markets โลโก้ HFM โลโก้ InterStellar Group โลโก้ XM โลโก้ IC Markets โลโก้ Pepperstone โลโก้ IUX โลโก้ Flipper AI DEX Aggregator โลโก้ Bitkub โลโก้ Binance TH