เว็บบอร์ด แห่งนี้เป็นเพียงสื่อกลางเพื่อการศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่านั้นทาง เราไม่สามารถรับผิดชอบต่อผลกำไรขาดทุนของท่านได้
ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก 3 ส.ค.: ดอลล์ร่วงหนัก หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแอ
ค่า เงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนตัวลงหลังจากธนาคารกลางตัดสินใจคงอัตรา ดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้
ค่า เงินยูโรพุ่งขึ้น 0.39% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.3231 ดอลลาร์ จากระดับของวันจันทร์ที่ 1.3180 ดอลลาร์ และค่าเงินปอนด์พุ่งขึ้น 0.31% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.5942 ดอลลาร์ จากระดับ 1.5892 ดอลลาร์
ค่า เงินดอลลาร์สหรัฐดิ่งลง 0.76% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 85.830 เยน จากระดับของวันจันทร์ที่ 86.490 เยน แต่ขยับขึ้น 0.05% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 1.0389 ฟรังค์ จากระดับ 1.0384 ฟรังค์
ค่า เงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนตัวลง 0.05% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.9127 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันจันทร์ที่ 0.9132 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์พุ่งขึ้น 0.29% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7344 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7323 ดอลลาร์สหรัฐ
นัก ลงทุนขาดความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคเดือนมิ.ย.ทรงตัว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% ขณะที่สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐเปิดเผยว่า ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนมิ.ย. ร่วงลง 2.6% มาอยู่ที่ระดับ 75.7 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2544
นัก วิเคราะห์คาดว่า ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคจะชลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังคงซบเซา และอัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับสูง โดยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ปี 2553 ของสหรัฐ ขยายตัวในอัตรา 2.4% ต่อปี ซึ่งชะลอตัวลงเมื่อทียบกับจีดีพีไตรมาสแรกที่ผ่านการทบครั้งใหม่ว่าขยายตัว 3.7% และน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยายตัวในอัตรา 2.5% ต่อปี
นัก ลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันพุธ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) จะเปิดเผยดัชนีภาคบริการและดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจเดือนก.ค. ส่วนวันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และวันศุกร์ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (nonfarm payroll) เดือนก.ค. ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า ตัวเลขจ้างงานเดือนก.ค.จะลดลง 65,000 ตำแหน่ง และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนก.ค.จะอยู่ที่ 9.6% เพิ่มขึ้นจากเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 9.5%
ค่า เงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนตัวลงหลังจากธนาคารกลางออสเตรเลียประกาศคงอัตรา ดอกเบี้ยเงิน***้ (overnight cash rate) ไว้ที่ 4.5% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ขณะที่ตัวเลขเงินฟ้อภายในประเทศขยายตัวปานกลาง ท่ามกลางสัญญาณบ่งชี้ที่ว่าเศรษฐกิจออสเตรเลียขยายตัวขึ้นโดยไม่ก่อให้เกิด ภาวะเงินเฟ้อ
นัก ลงทุนจับตาดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 10 ส.ค.นี้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (fed fund rate) ไว้ที่ 0 - 0.25% หลังจากรายงาน Beige Book หรือรายงานสำรวจภาวะเศรษฐกิจจากเฟดทั้ง 12 เขตในสหรัฐ รั้งล่าสุดบ่งชี้ว่า อัตราการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในหลายภูมิภาคเป็นไปอย่างล่าช้า
