เว็บบอร์ด แห่งนี้เป็นเพียงสื่อกลางเพื่อการศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่านั้นทาง เราไม่สามารถรับผิดชอบต่อผลกำไรขาดทุนของท่านได้
แนวทางการสร้างระบบการลงทุนที่ไม่พึ่งพิงคำพูด “กูรูทางการเงิน” มากเกินไป
ถือเป็นเรืองน่าประหลาดใจที่มีมาอย่างยาวนานในโลกของการลงทุน (และเชื่อว่าจะยังมีต่อไป) คือมนุษย์เรามักเลือกที่จะเชื่อคนอื่นมากกว่าการตัดสินใจของตัวเอง แม้กระทั่งผมที่เป็นนักวิเคราะห์ก็มักจะถูกเรียกอยู่บ่อยครั้งว่าเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน” ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว ผมก็เป็นนักลงทุนคนหนึ่งไม่ต่างไปจากคุณหรือคนอื่นๆ ที่ได้อ่านบทความนี้
ผมเชื่อว่าทุกคนที่ถูกเรียกว่า “ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน” จะต้องเคยเจอช่วงเวลาที่ยากจะหลีกเลี่ยงเวลามีคนมาถามคุณว่า “อาจารย์...ครับ วันนี้ทองคำจะขึ้นหรือลงครับ?” ถ้าตอบถูก คุณจะกลายเป็นเทพเจ้าที่ทุกคนยกย่อง ผู้คนจะให้การนับหน้าถือตาคุณ คุณจะสามารถกลายเป็นอาจารย์หรือโค้ชคนดังได้ในชั่วข้ามคืน แต่ถ้าคุณวิเคราะห์กราฟผิดเมื่อไหร่ แม้แต่ที่ยืนในสังคมก็อย่าหวังว่าพวกเขาจะมีให้กับคุณ
แต่ในฐานะที่ผมมีประสบการณ์ด้านการลงทุนมานานพอสมควร สิ่งที่ผมกล้าพูดได้เลยก็คือว่า “การลงทุนตามคำพูดของผู้เชี่ยวชาญ/กูรู/ผู้มีความรู้ ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาการลงทุนในระยะยาว” หากคุณต้องการลงทุนให้ได้กำไรอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะในตลาดลงทุนไหนก็ตาม คุณจะต้องมีรูปแบบการวิเคราะห์และมีกลยุทธ์การลงทุนที่เป็นของตัวคุณเอง
แต่จุดนี้เองก็ถือเป็นปัญหาอย่างหนึ่ง เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่คือคนที่เป็นพนักงานประจำ หรือคนที่ทำงานในสาขาอาชีพที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการลงทุนมาก่อน พวกเขามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจหรือทฤษฎีการลงทุนน้อยมาก และการเรียนรู้ด้วยตัวเองนั้นใช้เวลานานกว่าจะมีความรู้ความเข้าใจที่เหมาะสม ต่อให้ซื้อหนังสือของนักลงทุนมืออาชีพมาอ่าน เราก็จะพบว่าคนส่วนใหญ่ยอมแพ้กลางทาง และก็กลับไปทำตามคำแนะนำของกูรูเหมือนเดิม
ในโลกของการลงทุนที่จริงแล้วยังมีอีกหลายวิธีที่นักลงทุนสามารถใช้เพื่อลงทุนให้เหมาะสมกับสไตล์ของตัวเองได้ แนวทางหนึ่งที่จะทำให้คุณดูเป็นนักลงทุนมืออาชีพคือการติดตามข่าวเศรษฐกิจ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ว่าข่าวแต่ละข่าวจะมีผลกระทบกับสกุลเงินนั้นๆ เช่นไร ทำไมทุกวันศุกร์แรกของเดือน ตลาดลงทุนถึงผันผวนเพียงเพราะการประกาศตัวเลขการจ้างงาน การรายงานตัวเลข GDP CPI อัตราการว่างงาน ฯลฯ
อีกหนึ่งวิธีที่นักลงทุนสามารถใช้ลงทุนได้คือการลงทุนในตลาดตามข่าวดังที่ปรากฎให้เราเห็นได้รายวัน คุณสามารถลงทุนในทองคำหรือตลาดน้ำมันได้ในวันที่สหรัฐฯ กับอิหร่านมีข่าวเกี่ยวกับสนธิสัญญานิวเคลียร์ หรือการคว่ำบาตร ฯลฯ เพียงแค่นักลงทุนต้องคอยดูข่าวทุกวัน ทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ระหว่างประเทศ เลือกเทรดในเวลาที่เกิดเหตุการณ์ร้อนๆ ขึ้น คุณสามารถตัดสินใจอย่างอิสระและเลือกเวลาการลงทุนที่ดีที่สุดได้
นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดลงทุนด้วยการลงทุนทางเทคนิค อันที่จริงการลงทุนทางเทคนิคไม่ได้ผิดอะไร เพียงแต่นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์รูปแบบนี้จนไม่สนใจข่าวหรือการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจ ทั้งๆ ที่ทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องที่สอดคล้องไปด้วยกัน แต่เราก็เข้าใจได้ว่ากว่าที่นักลงทุนคนหนึ่งจะสามารถเข้าใจตลาดมหภาคนี้ทั้งการวิเคราะห์ทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานจากข่าวได้ ต้องใช้ระยะเวลานาน
กลับมาที่การวิเคราะห์ข่าว ตามความเห็นผมสามารถแบ่งการดูเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจออกเป็นสามกลุ่มดังนี้
กลุ่มที่ 1: ข่าวที่มาจากประเทศตะวันออกกลาง
ประเทศที่อยู่ในตะวันออกกลางโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติอย่างน้ำมันสูง ดังนั้นกลุ่มประเทศเหล่านี้จึงถือได้ว่ามีอิทธิพลต่อโลกมาก และมักจะเห็นข่าวการมีปัญหากับประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย นอกจากนี้พวกเขายังมีปัญหาภายในจากความขัดแย้งทางศาสนาอยู่เป็นประจำ ดังนั้นข่าวที่เกิดในภูมิภาคนี้มักจะส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันและทองคำผันผวนได้
กลุ่มที่ 2: ข่าวที่มาจากประเทศในกลุ่มยุโรป
ประเทศในทวีปยุโรปล้วนเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและมีอิทธิพลต่อประชาคมระหว่างประเทศ การรวมและการแบ่งแยกใดๆ ระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องจะทำให้เกิดความผันผวนของคู่สกุลเงินที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น ปัญหา Brexit ซึ่งจะได้รับการโหวตในท้ายที่สุดในปลายเดือนนี้ หากการโหวตเกิดขึ้น จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อแนวโน้มราคาที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินยูโรและทองคำ ไม่ว่าสหราชอาณาจักรจะออกจากสหภาพยุโรปได้อย่างราบรื่นหรือไม่ก็ตาม
กลุ่มที่ 3: การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เป็นปัจจัยกดดันตลาดลงทุนทั่วโลก
นับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ประเทศอย่างจีนได้ดำเนินมาตรการที่เข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศอื่นๆ ยังคงรุนแรง และจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันในสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในหลายประเทศ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จะเห็นได้ว่าการติดตามข่าวในประเด็นทั้งสามที่เกิดขึ้น ไม่ได้ยากเกินกว่าที่พนักงานออฟฟิศคนหนึ่งจะสามารถทำได้ นอกเหนือจากเวลาที่ใช้ดูข่าวเศรษฐกิจ ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นในเส้นทางนักลงทุนสามารถเรียนรู้การวิเคราะห์ทางเทคนิค ด้วยระบบเรียบง่ายได้ อย่างเช่น ดูกราฟควบคุ๋ไปกับแนวรับแนวต้าน เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นและยาว 2 เส้น อินดิเคเตอร์ MACD RSI หรือ Stochastic (เลือกใช้เพียงตัวใดตัวหนึ่ง) เพียงเท่านี้ ในเบื้องต้นเรารับประกันได้เลยว่านักลงทุนจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
เรียนรู้การลงทุนด้วยการเปิดบัญชี MT4 หรือทดลองเทรดในบัญชีเงินสมมุติเพื่อเริ่มต้นเส้นทางการลงทุนได้เลย!
หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง บทความนี้เป็นเพียงการให้คำแนะนำสำหรับการลงทุนเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์ให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนเรียนรุ้การเทรดฟอเร็กซ์เพิ่มเติม https://www.atfx.com/th/markets/forex-trading
เปิดบัญชีเทรดโบรกเกอร์ ATFX เปิดบัญชีได้ตามลิ้งนี้
https://login-gm.atfx.com/register
เปิดบัญชีทดลอง Demo คลิก https://www.atfx.com/th/trading-accounts/demo-account
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม


