เว็บบอร์ด

18 มีนาคม 2020

เว็บบอร์ด

เว็บบอร์ด แห่งนี้เป็นเพียงสื่อกลางเพื่อการศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่านั้นทาง เราไม่สามารถรับผิดชอบต่อผลกำไรขาดทุนของท่านได้

การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

OPEC+ สามารถบรรลุข้อตกลงในการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันได้แล้ว! คิดว่าตลาดน้ำมันจะเป็นอย่างไรในอนาคต?

1 โพสต์
1 ผู้ใช้
0 Reactions
264 เข้าชม
(@atfx2019)
กระทู้: 657
Honorable Member
หัวข้อเริ่มต้น
 
[#3086]

ความผันผวนของตลาดน้ำมันในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมช่างแตกต่างจากขาขึ้นตลอดทั้งเดือนมิถุนายนอย่างแท้จริง ในตอนนั้นราคาน้ำมันดิบสามารถปรับตัวขึ้นมาตลอดจนกระทั่งสร้างจุดสูงสุดเอาไว้ที่ $77 ต่อบาร์เรล สูงที่สุดในรอบหกปี และหากพิจารณาขาขึ้นมาตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนที่แล้ว จะพบว่าตลาดน้ำมันได้ปรับตัวขึ้นมาแล้วทั้งสิ้น 50% ก่อนที่จะช็อกตลาดด้วยการปรับตัวลดลงไปวิ่งอยู่ต่ำกว่า $71 ต่อบาร์เรลภายในระยะเวลาอันสั้น

ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมคือกลุ่ม OPEC+ ไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันในช่วงครึ่งปีหลังที่เหลือได้ การเมืองภายในกลุ่มระหว่างซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ส่งผลให้การประชุมต้องเลื่อนออกไปถึงสองครั้ง โดยที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าจะเพิ่มหรือลดกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนสิงหาคม เมื่อตลาดเป็นกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาจึงตัดสินใจปิดคำสั่งซื้อขายเพื่อทำกำไร และรอดูท่าทีของกลุ่ม OPEC+ ไปก่อน

อันที่จริงแล้วจุดประสงค์ของการตั้งกลุ่ม OPEC หรือกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันขึ้นมาก็เพื่อให้ประเทศกลุ่มสมาชิกสามารถทำกำไรจากการส่งออกน้ำมันได้โดยที่ไม่ทำลายซัพพลายน้ำมันของโลกมาเกินไป (ลองนึกภาพว่าถ้ากลุ่มประเทศเหล่านี้ผลิตน้ำมันได้ตอบใจชอบ จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา) ดังนั้นที่ผ่านมากลุ่ม OPEC และชาติพันธมิตร (OPEC+) จึงได้พยายามทำตัวเองเป็นเหมือนผู้รักษาสมดุลให้กับตลาดน้ำมัน และจะมีการประชุมหารือกันเดือนละครั้งเพื่อวางทิศทางการเพิ่มหรือลดกำลังการผลิตในเดือนถัดไป

อย่างไรก็ตามในวันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมามีข่าวว่าซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ จากรายงานของรอยเตอร์ระบุว่าซาอุดิอาระเบียยอมให้ UAE เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันจาก 3.168 ล้านบาร์เรลต่อวันในตอนนี้ขึ้นเป็น 3.65 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายนปี 2022 พร้อมสิทธิ์ที่อาจได้เพิ่มกำลังการผลิตอีกไปจนถึงสิ้นปี 2022 อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของ UAE ได้ออกมาบอกเมื่อวันพุธว่ายังมีรายละเอียดเกี่ยวกับ baseline การผลิตที่ยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งจะต้องหารือกันในการประชุมครั้งถัดไป แม้จะไม่ใช่ข่าวดีทั้งหมด แต่ก็เพียงพอที่จะส่งราคาน้ำมันให้ปรับตัวลดลงไป 3%

ในการประชุมครั้งถัดไปซึ่งจะมีขึ้นตอนต้นเดือนสิงหาคม หากว่ากลุ่ม OPEC+ เห็นพ้องต้องกันว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน โดยที่ปัจจัยอย่างเช่นซัพพลายเชนคอขวดยังไม่จบลงง่ายๆ จนกว่าจะถึงสิ้นปี 2021 เราอาจจะยังมีโอกาสได้เห็นราคาน้ำมันดิบสามารถขึ้นแตะ $80 ต่อบาร์เรล การตัดสินใจเช่นนี้แม้จะทำให้ตลาดน้ำมันปรับตัวลดลงในระยะสั้น แต่จะดีกับราคาน้ำมันในระยะยาวมากกว่า เพราะเมื่อเพิ่มกำลังการผลิตไปเรื่อยๆ สุดท้ายประเทศที่สามารถผลิตน้ำมันได้จะถูกบีบให้ลดกำลังการผลิตเอง ในวันที่โลกยังไม่สามารถกลับมาอยู่ในจุดก่อนวิกฤตโควิดระบาดได้

นอกจากนี้ประเทศมหาอำนาจที่ซื้อน้ำมันของ OPEC อยู่เป็นประจำอย่างสหรัฐอเมริกาก็ยังมีเทคโนโลยีที่สามารถผลิตน้ำมันใช้เอง รวมถึงมีน้ำมันคงคลังเพียงพอต่อความต้องการของคนในชาติ ข้อมูลจาก EIA ระบุว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังในรอบแปดสัปดาห์ล่าสุดปรับตัวลดลงติดต่อกัน ทำจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2020 แต่จุดที่น่าสนใจก็คือปริมาณน้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงกลับเพิ่มขึ้นได้ แม้จำนวนโรงกลั่นน้ำมันจะยังมีไม่สูงมากก็ตาม ส่วนเรื่องข้อตกลงสนธิสัญญานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านนั้นมีรายงานว่าการเจรจาจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงช่วงกลางเดือนสิงหาคม ดังนั้นกว่าที่อิหร่านจะได้กลับเข้าร่วมกลุ่ม OPEC เพื่อผลิตน้ำมันให้กับตลาดโลกก็ต้องรอไปอีก ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ขาขึ้นของราคาน้ำมันต้องชะลอตัวชั่วคราว

สำหรับนักลงทุนนั้น พวกเขาชินกับขาขึ้นในตลาดน้ำมันมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว ดังนั้นเมื่อเห็นการย่อตัวของราคาน้ำมัน จึงยิ่งทำให้เชื่อว่านี่คือจุดเข้าเพื่อขึ้นต่อ ในตลาดออปชัน มีนักลงทุนหลายคนแล้วที่เชื่อว่าราคาน้ำมันในปีนี้จะสามารถขึ้นแตะ $100 ต่อบาร์เรลได้ สามารถดูความเชื่อนี้ได้จากตัวเลขหนังสือสัญญาคำสั่งซื้อฝั่งขาขึ้นที่เพิ่มเข้ามาในทุกๆ วัน หากจะให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในตอนนี้ จำเป็นที่จะต้องได้ปัจจัยภายนอกมากระตุ้น มิเช่นนั้นขาขึ้นครั้งนี้จะค่อยๆ ดำเนินไปอย่างช้าๆ และจะชะลอตัวทุกครั้งที่เจอแนวต้านสำคัญก่อนแตะ $100 ต่อบาร์เรล

แม้ว่าความต้องการใช้น้ำมันจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป แต่อุปสงค์ทั่วโลกยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโรคระบาด ส่วนใหญ่เป็นเพราะข้อจำกัดด้านการบินระหว่างประเทศยังคงมีอยู่ ซึ่งการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมีส่วนสำคัญต่อความต้องการน้ำมันดิบ การฟื้นตัวของน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน (ซึ่งคิดเป็นประมาณ 8% ของความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก) ยังคงเป็นข้อจำกัดที่สำคัญในห้องสำหรับการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน ตราบใดที่การระบาดยังไม่สามารถถูกกดให้เป็นเพียงโรคเฉพาะถิ่นได้ ความเป็นไปได้ที่ข้อจำกัดด้านพรมแดนจะได้รับการเปิดเสรีในวงกว้างก่อนสิ้นปีนี้ก็ยังมีน้อย

จากการวิเคราะห์ราคาน้ำมันทางเทคนิคจะเห็นว่าดราฟราคาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ได้ปรับตัวลดลงไปวิ่งต่ำกว่ากรอบราคาขาขึ้น ประกอบกับการที่ราคาลงไปวิ่งต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสามเส้น ($74 ต่อบาร์เรล) ยิ่งไม่เปิดโอกาสให้ราคาน้ำมันดิบสามารถวิ่งกลับขึ้นไปได้เลย หากกราฟหลุดแนวรับ $72 ต่อบาร์เรลลงมา แนวรับแรกที่จะต้องทดสอบคือ $71.66 และ $70.75 ตามลำดับ แต่ถ้าสัปดาห์นี้รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง มีโอกาสที่จะได้เห็นกราฟวิ่งขึ้นยืนเหนือ $73 ต่อบาร์เรล หรืออาจจะปรับตัวกลับขึ้นไปที่ $73.36 ก็เป็นได้

ติดตั้งบัญชี MT4 หรือบัญชีเงินสมมุติเพื่อเริ่มต้นเส้นทางนักลงทุนของคุณได้เลย!
เปิดบัญชีเทรดโบรกเกอร์ ATFX เปิดบัญชีได้ตามลิ้งนี้
https://login-gm.atfx.com/register
เปิดบัญชีทดลอง Demo คลิก
https://www.atfx.com/th/trading-accounts/demo-account
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม


 
โพสต์ : 22/07/2021 11:11 am