เว็บบอร์ด แห่งนี้เป็นเพียงสื่อกลางเพื่อการศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่านั้นทาง เราไม่สามารถรับผิดชอบต่อผลกำไรขาดทุนของท่านได้
มีน้องในบอร์ดทัก inbox มาถามผมเมื่อวันก่อนว่า "พี่ครับ OBV มันขึ้นแรงมาก แต่ราคาทองไม่ไปไหนเลย ผิดปกติไหม" ผมอ่านแล้วก็อึ้งนิดนึง เพราะจริงๆ แล้วคำถามนี้มันซ่อนปัญหาใหญ่กว่าที่คิดครับ
เรื่องนี้ผมเจอบ่อยมาก คนย้ายสายจากหุ้นมาเทรดทอง แล้วยกอินดิเคเตอร์ที่อิง Volume ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น OBV, Volume Profile หรือพวก Money Flow ต่างๆ โดยไม่รู้ตัวว่าทองคำที่เราเทรดผ่านแพลตฟอร์ม CFD หรือ MT4/MT5 นั้น ไม่มี Volume จริงแบบหุ้น ครับ
หุ้นมันเทรดผ่านตลาดกลาง (Exchange) แบบตลาดหลักทรัพย์ ทุกคำสั่งซื้อขายถูกบันทึกและรวมศูนย์ วันนึงมีคนซื้อขายกี่หุ้นก็นับได้จริง แต่ทองคำที่เราเห็นในกราฟส่วนใหญ่เป็นการเทรดผ่านโบรกเกอร์แบบ OTC (Over the Counter) ไม่มีตลาดกลางที่รวมข้อมูลทุกเจ้าไว้ที่เดียว สิ่งที่โปรแกรมเทรดแสดงให้เราดูจึงเป็น Tick Volume ไม่ใช่ Real Volume คือมันนับแค่ "จำนวนครั้งที่ราคาขยับ" ในแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์นั้นๆ เท่านั้น ไม่ได้สะท้อนปริมาณเงินจริงที่หมุนอยู่ในตลาดโลกเลยครับ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางทีคุณเปิด OBV แล้วมันบอกว่า "แรงซื้อสะสมเยอะมาก" แต่ราคาไม่ไปไหน หรือกลับไปคนละทางเลย เพราะข้อมูลที่มันใช้คำนวณมันมาจากกิจกรรมในโบรกเกอร์เดียว ไม่ใช่ภาพรวมตลาด ยิ่งถ้าคุณเทียบกราฟทองจากคนละโบรกเกอร์ Volume ที่แสดงก็จะไม่เท่ากันเลย ต่างจากหุ้นที่เช็คจากตลาดไหนก็ตัวเลขเดียวกัน
ตัวอย่างสถานการณ์สมมตินะครับ สมมติคุณดูกราฟทอง TF 1 ชั่วโมง แล้วเห็น OBV กำลังทำ Higher High สวนทางกับราคาที่ยังแกว่งย่อ คุณเลยตีความว่านี่คือ Bullish Divergence กำลังจะเบิ้ล Long เข้าไป แต่ราคากลับหลุดลงต่อเนื่อง เพราะจริงๆ สิ่งที่ OBV จับได้คือความถี่ของการ tick ในช่วงตลาดเอเชียที่มีสภาพคล่องต่ำ ไม่ใช่แรงซื้อจริงจากฝั่งสถาบันที่รอเข้าช่วง London หรือ New York เปิดตลาด พอตลาดใหญ่เปิดจริง แรงขายก็มาแบบไม่ทันตั้งตัว
ทีนี้ไม่ได้แปลว่า Volume-based Indicator ใช้ไม่ได้เลยนะครับ มันยังพอมีประโยชน์ในการดู "ความสัมพันธ์เชิงเปรียบเทียบ" ภายในกราฟเดียวกัน แต่ต้องเข้าใจข้อจำกัดก่อนว่ามันไม่ใช่ Volume แท้ ถ้าจะใช้ก็ควรใช้ประกอบกับอย่างอื่น ไม่ใช่เชื่อเดี่ยวๆ
ส่วนตัวผมมองว่าอินดิเคเตอร์ที่เข้ากับธรรมชาติทองคำมากกว่า มักเป็นกลุ่มที่ไม่พึ่ง Volume เลย เช่น
- ATR (Average True Range) ใช้วัดความผันผวนเฉลี่ย ช่วยตั้ง SL/TP ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมราคาจริงในแต่ละช่วง
- RSI หรือ Momentum แบบพื้นฐาน ใช้ดูโมเมนตัมของราคาล้วนๆ โดยไม่ต้องพึ่งข้อมูล Volume ที่ไม่สมบูรณ์
- Price Action ล้วนๆ เช่น Swing High/Low, โครงสร้างราคา ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมตลาดจริงมากกว่าตัวเลขที่คำนวณมาจาก Tick
ผมไม่ได้บอกว่าห้ามใช้ OBV หรือพวก Volume indicator เลยนะครับ แค่อยากให้เข้าใจที่มาก่อนใช้ เพราะถ้าเราตีความมันเหมือนที่ใช้กับหุ้น จะเกิดความคาดหวังผิดๆ ได้ง่ายมาก โดยเฉพาะมือใหม่ที่ย้ายสายมาจากหุ้นแล้วยกสูตรเดิมมาใช้ทั้งดุ้น
อยากรู้ว่าในบอร์ดเรามีใครเคยลองใช้ Volume-based indicator กับทองแล้วเจอเคสหลอกตาแบบนี้บ้างไหมครับ หรือมีวิธีปรับใช้ยังไงให้มันพอเชื่อถือได้บ้าง มาแชร์กันหน่อยครับ
