มีสมาชิกทักมาถามผมหลังไมค์บ่อยมากครับ ประมาณว่า "พี่ครับ ผมจำ Pin Bar ได้ จำ Engulfing ได้ จำ Doji ได้ แต่พอเจอในกราฟจริงทำไมมันดูไม่เหมือนในหนังสือเลย" ผมเลยอยากชวนคุยเรื่องนี้แบบลึกหน่อย เพราะคิดว่าเป็นจุดที่คนเพิ่งเริ่มเทรดเกือบทุกคนต้องเจอ
ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่จำผิดนะครับ ส่วนใหญ่จำถูก รู้ว่า Pin Bar ต้องมีไส้ยาว ตัวสั้น รู้ว่า Engulfing ต้องแท่งที่สองกินแท่งแรกทั้งแท่ง แต่ปัญหาจริงๆ คือเราไปจำ "รูปทรง" โดยลืมไปว่าแท่งเทียนแต่ละแท่งมันคือ "เรื่องราวของการต่อสู้" ระหว่างฝั่งซื้อกับฝั่งขายในช่วงเวลานั้น ไม่ใช่สัญลักษณ์ตายตัวที่พอเจอแล้วต้องเข้าไม้ทันที
ลองนึกภาพแบบนี้ครับ แท่งเทียนหนึ่งแท่งมันเหมือนการ์ตูนช่องเดียวที่ถูกตัดออกมาจากเรื่องยาว ถ้าเราดูแค่ช่องเดียวโดยไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นเกิดอะไรมา เราจะตีความผิดได้ง่ายมาก เช่น Pin Bar ที่มีไส้ล่างยาวๆ เหมือนกันเป๊ะ ถ้าเกิดตรงกลางช่วงไซด์เวย์ที่ไม่มีใครคุมเกม มันแทบไม่มีความหมายอะไรเลย แต่ถ้า Pin Bar อันเดียวกันไปเกิดหลังจากราคาร่วงยาวต่อเนื่องและมาเจอโซนที่เคยมีแรงซื้อเข้ามาหนักๆ มาก่อน อันนี้มันเริ่มมีน้ำหนักขึ้นมาทันที
ผมยกตัวอย่างสถานการณ์สมมตินะครับ (ไม่ใช่ราคาจริง) สมมติราคาทองคำวิ่งลงมาต่อเนื่องหลายแท่งแบบไม่มีการพักเลย แล้วจู่ๆ มีแท่งเทียนที่หน้าตาเป็น Pin Bar โผล่ขึ้นมา หลายคนเห็นแล้วรีบเข้าซื้อทันทีเพราะ "จำได้ว่า Pin Bar แปลว่าจะกลับตัว" แต่สิ่งที่คนกลุ่มนี้มองข้ามคือ ไส้ของ Pin Bar นั้นยาวแค่ไหนเมื่อเทียบกับแท่งก่อนหน้า มันเกิดในโซนที่เคยมีการซื้อขายหนาแน่นมาก่อนไหม ปริมาณการเทรดช่วงนั้นเป็นยังไง และที่สำคัญคือแท่งถัดไปยืนยันไหมว่าฝั่งซื้อเข้ามาจริง หรือสุดท้ายราคาก็ทะลุไส้นั้นลงไปต่อแบบไม่สนใจอะไรเลย
นี่แหละครับคือความต่างระหว่างคนที่ "ท่องรูป" กับคนที่ "อ่านเรื่องราว" คนท่องรูปจะเห็นแท่งเดียวแล้วตัดสินใจทันที ส่วนคนที่อ่านเป็นจะถามตัวเองก่อนว่า แท่งนี้เกิดตรงไหนของภาพใหญ่ เกิดหลังอะไร แล้วแท่งถัดไปพูดอะไรต่อ เพราะแท่งเทียนแท่งเดียวไม่เคยบอกจบในตัวมันเอง มันต้องอ่านต่อเนื่องเป็นประโยค ไม่ใช่คำเดียวโดดๆ
อีกเรื่องที่คนมักมองข้ามคือขนาดของแท่งเทียนต้องเทียบกับ "ความผันผวนเฉลี่ย" ของช่วงนั้นด้วย แท่งเทียนที่ดูตัวใหญ่มากในวันที่ตลาดนิ่งๆ กับแท่งขนาดเท่ากันในวันที่มีข่าวแรง มันมีความหมายคนละแบบเลยครับ บางทีแท่งที่ดูใหญ่โตน่ากลัวในสายตาเรา จริงๆ แล้วมันแค่ขนาดปกติของตลาดในช่วงนั้น ไม่ได้แปลว่ามีแรงพิเศษอะไรเกิดขึ้น
ผมอยากชวนคิดแบบนี้ครับ แทนที่จะถามตัวเองว่า "นี่คือรูปแบบอะไร" ลองเปลี่ยนมาถามว่า "แท่งนี้กำลังเล่าอะไรให้เราฟัง" ฝั่งซื้อพยายามดันราคาขึ้นแล้วโดนฝั่งขายตบกลับไหม หรือฝั่งขายพยายามกดแต่สุดท้ายหมดแรงกลางทาง การตั้งคำถามแบบนี้จะทำให้เราอ่านกราฟได้ลึกกว่าการจำชื่อรูปแบบเยอะมาก
แน่นอนว่าไม่มีใครอ่านถูกร้อยเปอร์เซ็นต์ ตลาดมีโอกาสหลอกเราได้เสมอ แต่การอ่านโดยเข้าใจบริบทรอบข้าง จะช่วยกรองสัญญาณปลอมออกไปได้เยอะกว่าการเห็นรูปแล้วเข้าไม้ทันทีแน่นอนครับ
อยากรู้ว่าในบอร์ดเรามีใครเคยโดนหลอกเพราะเจอแท่งเทียนที่ "ถูกต้องตามตำรา" เป๊ะๆ แต่สุดท้ายราคาไปอีกทางบ้างไหมครับ มาแชร์กันหน่อยว่าตอนนั้นมองข้ามอะไรไป จะได้เป็นบทเรียนให้เพื่อนสมาชิกคนอื่นด้วยครับ
