เมื่อสัปดาห์ก่อนมีน้องในบอร์ดทักมาถามผมว่า "พี่ครับ MACD ตัดกันแล้ว แต่ราคามันวิ่งไปตั้งไกลแล้ว เพิ่งมาตัดตอนนี้ ผมเข้าตามสัญญาณนี้ทุกทีเหมือนเข้าช้าตลอด ทำไมเป็นแบบนี้" ผมอ่านแล้วยิ้มเลยครับ เพราะคำถามนี้ผมเองก็เคยถามตัวเองตอนเริ่มเทรดใหม่ ๆ เหมือนกัน
เรื่องนี้ต้องเข้าใจก่อนว่า อินดิเคเตอร์ส่วนใหญ่ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะ MA, MACD, RSI, Bollinger Bands ฯลฯ มันคำนวณมาจากราคาที่เกิดขึ้นไปแล้ว ไม่ได้มองไปข้างหน้า มันเหมือนกระจกมองหลังตอนขับรถ บอกเราได้ว่าข้างหลังมีอะไรวิ่งตามมา แต่ไม่ได้บอกว่าข้างหน้าจะเจออะไร
ทีนี้ปัญหาคือ หลายคนเอามันไปใช้แบบ "ลูกแก้ววิเศษ" คือรอให้มันฟันธงก่อนถึงจะกล้าเข้า พอมันยืนยันปุ๊บ ราคามักจะวิ่งไปไกลแล้วระดับหนึ่ง เพราะกว่าเส้นค่าเฉลี่ยจะตัดกัน กว่า RSI จะข้ามเส้นกลาง มันต้องรอให้แท่งเทียนก่อนหน้าปิดและสะสมข้อมูลมากพอ นี่คือธรรมชาติของมัน ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ
ลองนึกภาพสถานการณ์สมมตินี้ครับ สมมติราคาทองเริ่มกลับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุด แล้วนักเทรดคนหนึ่งตั้งเงื่อนไขไว้ว่า "ต้องรอ MA เส้นสั้นตัดขึ้นเหนือ MA เส้นยาวก่อนเท่านั้นถึงจะเข้า" กว่าจะตัดกันจริง ราคาอาจขยับขึ้นไปแล้วหลายสิบจุด (เป็นแค่ตัวอย่างสมมตินะครับ ไม่ใช่ตัวเลขจริง) เขาก็เข้าได้ แต่เข้าตอนที่ ของถูกกลายเป็นของแพงไปแล้วในมุมมองของคนที่มองราคาล้วน ๆ พอเข้าไปได้ไม่นาน ราคาพักตัว เส้นก็เริ่มแบนแล้วตัดกลับ เขาก็โดนสัญญาณหลอกอีกรอบ วนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกว่า "อินดิเคเตอร์นี้ใช้ไม่ได้" ทั้งที่จริง ๆ ปัญหาอยู่ที่ความเข้าใจบทบาทของมันมากกว่า
ไม่ได้แปลว่าอินดิเคเตอร์ไม่มีประโยชน์นะครับ มันมีประโยชน์มากถ้าเราใช้ถูกบทบาท คือ
- ใช้เป็นตัวช่วย ยืนยัน สิ่งที่เราเห็นจากราคาอยู่แล้ว ไม่ใช่ตัวหาเหตุผลให้เข้าไม้แต่แรก
- เข้าใจว่าตัวไหน lag มาก ตัวไหน lag น้อย เช่น Moving Average ยิ่งเส้นยาวยิ่งหน่วงเยอะ ส่วน Oscillator บางตัวตอบสนองเร็วกว่าแต่ก็แลกมาด้วยสัญญาณหลอกที่ถี่ขึ้น
- อย่าคาดหวังให้มันบอกจุดกลับตัวแบบเป๊ะ ๆ เพราะธรรมชาติของมันคือย้อนหลัง การยอมรับว่าเราจะเข้าช้ากว่าจุดสุดคือเรื่องปกติ ไม่ใช่ความล้มเหลว
- ฝึกดูราคาเปล่า ๆ (price action) ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เรามีสายตาที่ไม่พึ่งพาเส้นอย่างเดียวจนขาดความรู้สึกต่อโครงสร้างราคา
ผมเองตอนนี้ยังใช้อินดิเคเตอร์อยู่ครับ แต่เปลี่ยนมุมมองจาก "รอมันบอกให้เข้า" เป็น "ใช้มันเช็คว่าสิ่งที่ผมคิดจากราคามันสมเหตุสมผลไหม" พอเปลี่ยนมุมแบบนี้ ความกดดันที่ต้องรอสัญญาณครบทุกตัวก็ลดลงไปเยอะ เพราะเราไม่ได้ฝากความหวังทั้งหมดไว้กับเส้นบนกราฟอีกต่อไป
อยากชวนคุยกันครับ ในบอร์ดเรามีใครเคยรู้สึกว่า "เข้าไม้ตามสัญญาณอินดิเคเตอร์แล้วมันช้าไปทุกที" บ้างไหม แล้วสุดท้ายแก้ปัญหานี้ยังไง เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนตัวอินดิเคเตอร์ หรือกลับไปเน้นดูราคาล้วน ๆ มาแชร์กันหน่อยครับ
