เว็บบอร์ด แห่งนี้เป็นเพียงสื่อกลางเพื่อการศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่านั้นทาง เราไม่สามารถรับผิดชอบต่อผลกำไรขาดทุนของท่านได้
สวัสดีครับเพื่อนๆ ในบอร์ด วันนี้อยากมาคุยเรื่องที่หลายคนน่าจะเคยเจอ โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ที่เริ่มศึกษา Technical Analysis คือการเปิดกราฟขึ้นมาแล้วยัดอินดิเคเตอร์ใส่ไปเต็มหน้าจอ ทั้ง RSI, MACD, Stochastic, Bollinger Bands, Moving Average หลายเส้น คิดว่ายิ่งใส่เยอะยิ่งมั่นใจ ยิ่งแม่นยำขึ้น
แต่พอถึงเวลาจริง เปิดกราฟมาปุ๊บ กลับกลายเป็นว่าแต่ละตัวพูดกันคนละเรื่อง ตัวหนึ่งบอกซื้อ อีกตัวบอกยังไม่ถึงเวลา อีกตัวบอกขาย สุดท้ายนั่งงงอยู่หน้าจอ ไม่รู้จะเชื่อใครดี บางทีก็ลังเลจนพลาดจังหวะ บางทีก็เลือกเชื่อตัวที่ตรงกับที่ใจอยากเข้าอยู่แล้ว ซึ่งอันนี้อันตรายกว่าเดิมอีกครับ เพราะกลายเป็นเราไปหาอินดิเคเตอร์มายืนยันความรู้สึกตัวเอง ไม่ใช่ใช้มันช่วยตัดสินใจจริงๆ
ตัวอย่างสมมตินะครับ ลองนึกภาพว่าเปิดกราฟทองคำ ใส่ RSI ไว้บอก oversold แล้ว น่าจะรีบาวด์ขึ้น แต่ MACD เส้นยังตัดลงอยู่ไม่กลับ และ Stochastic ก็ยังไม่ขึ้นจาก zone ต่ำ พอมองไปที่ Bollinger Bands ราคาก็ยังชิดขอบล่างอยู่ ไม่ได้บอกอะไรชัดเจน แบบนี้บางคนจะเลือกเชื่อ RSI เพราะอยากเข้าไม้ ขณะที่บางคนรอให้ทุกตัวยืนยันตรงกันก่อน สุดท้ายราคาวิ่งขึ้นไปแล้วครึ่งทาง กว่าจะครบทุกสัญญาณ ก็เข้าไปกลางทางพอดี แล้วโดนสวนกลับ
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากอินดิเคเตอร์ตัวไหนห่วยหรือใช้ไม่ได้ผลนะครับ ทุกตัวมีที่มาที่ไปและใช้งานได้จริงถ้าเข้าใจธรรมชาติของมัน ปัญหาจริงๆ คือเราเอาเครื่องมือที่ ทำหน้าที่คล้ายกัน มาซ้อนกันเยอะเกินไป เช่น RSI กับ Stochastic นี่คือ momentum oscillator เหมือนกัน วัดจากหลักการใกล้เคียงกัน พอเอามาใช้คู่กันก็มักจะให้สัญญาณไปในทิศทางเดียวกันอยู่แล้วเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ช่วยยืนยันอะไรเพิ่มเติมมากนัก แต่พอมันขัดกันบ้างในบางจังหวะ กลับยิ่งทำให้สับสนหนักกว่าเดิม
อีกเรื่องที่สำคัญคืออินดิเคเตอร์ส่วนใหญ่เป็น lagging indicator คือคำนวณจากราคาที่เกิดขึ้นไปแล้ว ไม่ใช่ leading ที่จะบอกล่วงหน้าว่าราคาจะไปทางไหน ดังนั้นการเอาหลายตัวมาซ้อนกันโดยหวังว่าจะเห็นอนาคตชัดขึ้น มันไม่ได้ทำงานแบบนั้นครับ ยิ่งซ้อนเยอะ ยิ่งมี noise เยอะ ยิ่งตัดสินใจช้า
วิธีที่ผมใช้เองและแนะนำเพื่อนๆ ในบอร์ดบ่อยๆ คือให้เลือกอินดิเคเตอร์ตาม หน้าที่ ไม่ใช่ตามจำนวน ลองแบ่งเป็นหมวดคร่าวๆ แบบนี้ครับ
- ตัวดู trend หลัก เช่น Moving Average เส้นใดเส้นหนึ่ง หรือคู่เดียว
- ตัวดู momentum เลือกสักตัวเดียว จะเป็น RSI หรือ MACD ก็ได้ ไม่ต้องมีทั้งคู่
- ตัวดู volatility หรือขอบเขตราคา เช่น Bollinger Bands ถ้าจำเป็นต้องใช้จริงๆ
แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับดูภาพรวมแล้วครับ ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกหมวดในทุกไม้ บางคนอาจจะใช้แค่ trend กับ momentum สองตัวก็เพียงพอ สำคัญคือต้องเข้าใจว่าแต่ละตัวมันบอกอะไร และยอมรับว่าบางทีมันจะขัดกันจริงๆ นั่นแหละคือธรรมชาติของตลาด ไม่ใช่ว่าต้องรอให้ทุกตัวเห็นตรงกันเป๊ะถึงจะเข้าไม้ได้ เพราะถ้ารอแบบนั้นบางทีก็ไม่มีไม้ให้เข้าเลยทั้งวัน
สุดท้ายอยากฝากไว้ว่า อินดิเคเตอร์คือเครื่องมือช่วยตัดสินใจ ไม่ใช่ตัวตัดสินใจแทนเรา ถ้าเราไม่มีหลักการที่ชัดเจนว่าจะให้น้ำหนักตัวไหนมากกว่ากัน ต่อให้มีสิบตัวก็ยังหลงทางเหมือนเดิมครับ
อยากถามเพื่อนๆ ในบอร์ดบ้างครับ ตอนนี้ใครใช้อินดิเคเตอร์กี่ตัวในกราฟหลัก แล้วมีวิธีจัดลำดับความสำคัญยังไงเวลาสัญญาณมันขัดกัน มาแชร์กันหน่อยครับ
