เว็บบอร์ด แห่งนี้เป็นเพียงสื่อกลางเพื่อการศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่านั้นทาง เราไม่สามารถรับผิดชอบต่อผลกำไรขาดทุนของท่านได้
ประเทศกลุ่ม G-20 เพิ่งจะผลักดันมติให้คำนิยามของ "Cryptocurrency" ว่าเป็น "ทรัพย์สิน" เพราะจะได้เก็บภาษีได้
เนื่องจาก "Cryptocurrency" ไม่มีหน่วยงานกลางที่กำกับดูแล ไม่สามารถรักษามูลค่าของตัวมันเองได้ จึงเป็นการยากที่จะยกฐานะตัวเองให้ใกล้เคียงกับการเป็นสกุลเงินจริงๆ โดยจะถือว่า "ทรัพย์สิน" ซึ่งการซื้อขายทำกำไรในสิ่งที่เป็นทรัพย์สินย่อมต้องเสียภาษี และเรื่องภาษีเป็นจุดประสงค์หลักของการจัดแบ่งประเภททรัพย์สิน
โดยก่อนหน้านี้ ประเทศอินเดียมีการวางแผนที่จะควบคุม Bitcoin โดยไม่ใช้การแบน เพราะจากประสบการณ์ของทุกประเทศพบว่าเป็นสิ่งที่ไม่ได้ผล จึงยกสถานะให้มันถูกกฎหมายด้วยการเก็บภาษี Cryptocurrency ซึ่งอินเดียเชื่อว่า จะควบคุมสกุลเงิน Digital ได้โดยไม่ทำให้การพัฒนาของเทคโนโลยี Blockchain ถูกขัดขวาง
โดยก่อนหน้าที่ความพยายามจะเก็บภาษีของ G-20 จะเกิดขึ้น กรมสรรพากร (IRS) ของสหรัฐฯ ก็นำหน้าไปก่อนแล้ว "Thoway" คือหนึ่งในนักลงทุนที่กำลังโดนสรรพากรเล่นงาน เขาได้กำไรราวๆ 47,000 USD ในปีที่แล้ว จากเงินลงทุนเพียง 7,200 USD แล้วถอนมันออกมาใช้เมื่อปลายปีที่แล้ว
แต่สรรพากรไม่ได้มองว่า Cryptocurrency คือสกุลเงินเหมือนที่หลายฝ่ายอยากให้มันเป็น แต่มันคือ "ทรัพย์สิน" และการขายทรัพย์สินย่อมเป็นรายการที่ต้องยื่นเสียภาษี ไม่ต่างกับการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
"Thoway" นำกำไรที่ได้รับการลงทุนในระยะแรก เอานำไปลงทุนต่อในสกุลเงิน Digital อื่นๆ เช่น alt-coins และมูลค่าพอร์ตโตถึงระดับ 120,000 USD ในช่วงที่ราคา Cryptocurrency อยู่ในจุด Peak
แต่ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมาราคาเหรียญ Digital ร่วงแรง และความมั่งคั่งของ Thoway ลดลงอย่างมาก แต่ทั้งนี้ไม่ได้ทำให้สรรพากรเห็นใจ การคำนวณภาษีย้อนหลังของ Thoway ทำให้เขาเป็นหนี้ 50,000 USD หรือประมาณ 1.55 ล้านบาท แต่แน่นอนว่าเขาไม่มีทางจะหาเงินมาจ่ายได้ เพราะพอร์ตของเขามีมูลค่าเหลือเพียง 30,000 USD เขากำลังจะล้มละลายจากการที่จ่ายภาษีไม่ไหว
ลิงค์หน้าเว็บ : http://gkfxprime.link/Homethaitalkforex
ลิงค์โปรโมชั่น: http://gkfxprime.link/bonus55thaitalkforex
รายละเอียดบิทคอยน์ http://gkfxprime.link/bitcoinline

