เว็บบอร์ด แห่งนี้เป็นเพียงสื่อกลางเพื่อการศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่านั้นทาง เราไม่สามารถรับผิดชอบต่อผลกำไรขาดทุนของท่านได้
สิ่งสำคัญในการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จคือการสร้างกลยุทธ์การเทรดที่สอดคล้องกับจุดแข็งของคุณและการหาตำแหน่งที่ทำให้เราได้เปรียบในตลาด ผลกำไร (หรือขาดทุน) ที่เกิดขึ้นนั้นเชื่อมโยงโดยตรงกับกลยุทธ์ของคุณและความสม่ำเสมอในการลงทุน หากคุณกำลังตั้งคำถามว่า “จะสามารถสร้างกลยุทธ์การลงทุนในตลาดฟอเร็กซ์ได้อย่างไร” งั้นโปรดสละเวลาอันมีค่าของคุณฟังการอธิบายหลักการการลงทุนที่สำคัญจากเราสักครู่
ในการสร้างกลยุทธ์การเทรดที่สามารถทำกำไรได้ ก่อนอื่นคุณควรเลือกสไตล์การเทรดและเวลาที่คุณสามารถอุทิศให้กับการลงทุนยกตัวอย่างเช่น การสร้างกลยุทธ์การเทรดรายวันอาจเหมาะกับบุคคลที่มีเวลาอยู่กับหน้าจอเป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่อาจไม่เหมาะกับบุคคลที่ทำงานประจำและมีเวลาในการอยู่กับตลาดลงทุนอย่างจำกัด ดังนั้นผู้ที่ไม่มีเวลาว่างอาจจะเลือกใช้การลงทุนแบบสวิงเทรดแทนที่จะใช้กลยุทธ์การซื้อขายรายวัน
สิ่งต่อมาที่คุณต้องประเมินตัวเองคือความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงและการขาดทุนของคุณ สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ควรเริ่มต้นลงทุนด้วยลอตเล็กๆ และค่อยๆ ทยอยเพิ่มลอตหลังจากที่สามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ โดยส่วนมากแล้วเทรดเดอร์มือใหม่มักจะไม่สามารถรับมือกับการขาดทุนมหาศาลที่จะมาพร้อมกับการเพิ่มลอตและการเพิ่มขึ้นของเงินทุนได้ หากคุณเทรดด้วยความเสี่ยงที่มากเกินกว่าจะรับไหว มีโอกาสที่คุณจะถูกความกดดันนั้นสร้างอิทธิพลให้กับคุณจนต้องออกจากตลาดก่อนที่ราคาจะวิ่งไปถึงจุดตัดขาดทุน (Stop-loss) จริงๆ
สิ่งสุดท้ายที่นักลงทุนมือใหม่ต้องมีคือความขยัน มีเวลาเหลืออยู่ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะมากหรือน้อยเท่าไหร่ก็ต้องทุ่มให้กับการศึกษาตลาดลงทุน เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จใช้เวลามากกว่า 90% อยู่ในตลาดลงทุนซึ่งความเป็นจริงแล้วหลังจากทำการซื้อขายหรือตั้งค่าการซื้อขายเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์จะทำคือเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด ความแตกต่างหลักๆ ที่นักลงทุนมือใหม่มักทำคือหลังจากที่เผชิญกับความผิดหวังหรือการขาดทุนแล้ว พวกเขาจะหยุดหาความรู้ใหม่และออกจากตลาด
ที่สำคัญ อย่าลืมบันทึกการเทรดของคุณเสมอไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุนเพื่อติดตามผลการเทรดของคุณในแต่ละช่วงเวลา การจดบันทึกจะช่วยทำให้คุณเห็นทั้งข้อดีและข้อผิดพลาดของกลยุทธ์การซื้อขายเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาระบบให้ดีมากยิ่งขึ้น ที่กล่าวมาทั้งหมดคือข้อสรุปของสิ่งที่คุณควรทำหากต้องการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ แต่ในโลกของการลงทุนนี้การประสบความสำเร็จเพียงครั้งเดียวนั้นไม่พอ คุณจำเป็นจะต้องเป็น “เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง” ด้วย ในบทความนี้เราจะมาแนะนำเคล็ดลับสิบประการที่คุณควรนำไปใช้เพื่อรักษาความเป็น “เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ” ให้คงอยู่สืบไป
เคล็ดลับ 10 ข้อสู่การเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ
1. ตั้งเป้าหมายและเลือกสไตล์การเทรดให้ชัดเจน
ก่อนทำการเทรดในตลาด คุณต้องกำหนดเป้าหมาย และเลือกสไตล์การลงทุนที่ชัดเจน หากคุณเลือกที่จะเป็นเทรดเดอร์รายวัน คุณจะต้องพร้อมที่จะยิงคำสั่งซื้อขายไปยังตลาดรายวันในปริมาณที่เยอะพอสมควร สิ่งที่ต้องระลึกเอาไว้เสมอคือไม่ใช่ทุกออเดอร์จะสามารถทำกำไรได้หมด แต่หากคุณเลือกจะเป็นนักลงทุนสไตล์สวิงเทรด การยิงคำสั่งซื้อขายไปยังตลาดของคุณในแต่ละวันจะน้อยลงซึ่งคุณก็ต้องทำใจให้ได้ว่าในวันวันหนึ่งคุณอาจจะไม่ได้เทรดเลย ไม่ว่าจะเลือกสไตล์การเทรดแบบไหนต่างก็มีข้อดีและข้อเสียอยู่ในเหรียญทั้งสองด้าน
วางแผนการเทรดของคุณก่อนเริ่มวันใหม่และเลือกการตั้งค่าที่คุณต้องการเทรด จริงอยู่ว่าเป้าหมายสูงสุดในการลงทุนคือการสร้างกำไรให้ได้มากที่สุดซึ่งการตั้งค่าระบบลงทุนอย่างเหมาะสมจะช่วยให้คุณเข้าถึงเป้าหมายนั้นได้ง่ายมากยิ่งขึ้น การที่กลยุทธ์การลงทุนรองรับจะช่วยทำให้คุณกรองจังหวะการซื้อขายที่ไม่ใช่จังหวะของระบบคุณออกไป นอกจากนี้การมีแผนการเทรดยังจะสามารถช่วยให้คุณมองเห็นโอกาสในการทำกำไรมากขึ้น กลยุทธ์การเทรดที่ดีนั้นควรคำนึงถึงอัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเป็นสำคัญ จะทำอย่างไรให้สามารถสร้างระบบที่ความเสี่ยงต่ำแต่ทำกำไรได้ดี นี่คือสิ่งที่ควรตั้งคำถาม
2. เลือกโบรกเกอร์ที่ใช่
การเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของการวางกลยุทธ์การลงทุนของคุณเพราะโบรกเกอร์คือตัวกลางระหว่างคุณกับตลาดฟอเร็กซ์ โบรกเกอร์ที่ดีมักจะมีค่าธรรมเนียมของสเปรดและคอมมิชชั่นต่ำ มีการดำเนินการส่งคำสั่งซื้อขายไปยังตลาดได้อย่างรวดเร็ว และมีตัวเลือกสำหรับการลงทุนในตลาดที่หลากหลาย
หนึ่งในเงื่อนไขของการเลือกโบรกเกอร์ที่ดีคือการเลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับการจดทะเบียนจากประเทศที่พัฒนาแล้วยกตัวอย่างเช่น FCA ของสหราชอาณาจักรหรือ ASIC ของประเทศออสเตรเลีย นอกจากนี้คุณควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีการรีวิวว่ามีการบริการลูกค้าที่ดีเยี่ยม วิธีที่เราจะสามารถทดสอบคุณภาพการบริการของโบรกเกอร์นั้นๆ ได้ดีที่สุดคือทดลองด้วยการเปิดบัญชีเงินสมมุติ เพราะการได้ลงทุนผ่านโบรกเกอร์ที่มีคุณภาพก็ถือเป็นการลดความเสี่ยงของเงินลงทุนไปได้ในทางหนึ่ง
3. กำหนดช่วงเวลาที่จะเทรดให้เป็นกิจวัตร
คุณควรมีแผนการเทรดก่อนที่จะเข้าสู่ตลาดลงทุนในแต่ละวัน วิธีเดียวที่จะมีกิจวัตรการลงทุนที่สม่ำเสมอคือการสร้างกรอบเวลาสำหรับลงทุนที่คุณมองว่าดีที่สุดสำหรับการเทรดทั้งในแง่ของภาวะทางอารมณ์และการทำผลกำไร กรอบเวลาสำหรับการลงทุนถือเป็นช่วงเวลาที่ช่วยให้คุณตัดสินใจว่าจะซื้อหรือขายหลังจากที่ได้วิเคราะห์ปัจจัยในภาพรวมทุกอย่างแล้วเช่น คุณจะซื้อเมื่อราคาสามารถยืนเหนือแนวต้านได้หรือจะขายเมื่อราคาหลุดเส้นค่าเฉลี่ยลงมา แผนการเทรดของคุณต้องละเอียดเพื่อให้ตัวเองสามารถมองเห็นภาพสถาณการณ์ และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับคุณ ยิ่งคุณมองเห็นรายละเอียดได้มากเท่าไหร่ โอกาสในการลดความเสี่ยงของคุณก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
4. ตัดสินใจและยึดมั่นเมื่อวางจุดเข้าและออกตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ตลาด
เทรดเดอร์มือใหม่หลายคนมักจะมีวิธีการเทรดแบบสุ่ม พวกเขามักเข้าออกรวมถึงเปลี่ยนการตั้งค่าของการวางเป้าหมายการทำกำไรหรือจุดตัดขาดทุนตามอารมณ์ จึงไม่ใช้เรื่องแปลกที่เราจะได้เห็นมือใหม่ปรับคำสั่งเหล่านี้เมื่อราคาวิ่งสวนทางกับสิ่งที่พวกเขาคิด นี่คือจุดตัดสินระหว่างเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ เทรดเดอร์ที่ดีจะต้องสามารถถือคำสั่งซื้อขายที่มีกำไรไปจนกระทั่งถึงจุดที่ตัวเองตั้งเป้าหมายเอาไว้ได้
ดังนั้นหากคุณสามารถระบุจุดเข้าและออกได้แล้ว ให้ปฏิบัติตามกลยุทธ์การลงทุนไม่ว่าตลาดจะวิ่งอยู่ในสภาวะใดก็ตาม ในกรณีที่ตลาดวิ่งสวนทางกับสิ่งที่คุณคิดจนถึงขั้นวิ่งไปแตะจุดตัดขาดทุนของคุณได้ จงอย่าตระหนก คุณยังสามารถเป็นผู้ชนะตลาดได้ตราบใดที่ยังทำตามระบบการเทรดของตัวเองและไม่ย้ายจุดตัดขาดทุนของตัวเองออกไป เช่นเดียวกันกับช่วงเวลาที่ได้กำไร จงอย่างปิดคำสั่งซื้อขายจนกว่าราคาจะวิ่งถึงเป้าหมายของคุณ หากสามารถรักษาวินัยการลงทุนได้เช่นนี้ คุณจะสามารถเห็นทั้งข้อดีและเสียของระบบได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะมีส่วนช่วยอย่างมากกับการพัฒนาระบบเทรดส่วนตัวของตัวคุณเอง
5. รู้ขีดจำกัดของตัวเอง รู้ว่าเมื่อไหร่ต้องเลิก
ในการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ คุณจะต้องรู้ขีดจำกัดของตัวเองและเวลาที่ควรหยุด คุณต้องชัดเจนกับตัวเองว่าสามารถรับมือกับการขาดทุนได้มากแค่ไหน คุณสามารถเลือกที่จะเทรดในลอตที่เล็กลงหรือเลือกที่จะหยุดเทรดไปเลยในกรณีที่ประเมินว่ามีความเสี่ยงมากจนเกินไป ยกตัวอย่างเช่นเทรดเดอร์ที่มีขนาดของพอร์ตลงทุนไม่ใหญ่มาก ก็ไม่ควรที่จะเทรดหรือลงทุนกับกราฟที่มีค่าสเปรดสูงเทรดเดอร์มือใหม่ควรลงทุนกับตัวเลือกที่มีสภาพคล่องสูงอย่างเช่นคู่ EURUSD ซึ่งมีค่าสเปรดต่ำ ในกรณีที่ขาดทุนมากเกินกว่าที่จะรับได้ จงอนุญาตให้ตัวเองได้ออกตลาด ได้ผ่อนคลาย และไม่โทษตัวเองมากจนเกินไป
6. มีวินัยในการเทรด
เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์มักจะแนะนำเทรดเดอร์มือใหม่ให้เทรดอยู่กับการตั้งเป้ากำไรและจุดตัดขาดทุนที่คงที่เอาไว้ก่อนจนกว่าพวกเขาจะเริ่มชินกับคลาด ข้อดีของวิธีนี้คือจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและเสริมสร้างวินัยการลงทุนที่ดีให้กับเทรดเดอร์มือใหม่ การที่เทรดเดอร์สามารถฝืนความรู้สึกตัวเองให้ไม่ปรับจุดทำกำไรหรือจุดตัดขาดทุนตามอำเภอใจถือเป็นการฝึกความอดทนอย่างหนึ่งและเป็นการตรวจสอบว่าระบบที่คิดมาสามารถใช้ได้จริงมากน้อยแค่ไหน คุณจะได้เห็นทุกช่วงเวลาที่เกิดขึ้นจริงๆ ซึ่งไม่เคยอยู่ในภาพตอนที่คุณสร้างกลยุทธ์การลงทุนขึ้นมาอย่างเช่น การวิ่งมาจนเกือบถึงจุดทำกำไร แต่กราฟก็เปลี่ยนทางเสียก่อนเป็นต้น
หลังจากที่คุณฝึกตนอยู่กับการล็อคจุดทำกำไรและขาดทุนจนชำนาญแล้ว คุณจึงเริ่มฝึกในขั้นตอนต่อไป นั่นก็คือการยืดหยุ่นที่ไม่ได้ผิดไปจากวินัยของตัวเอง เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น เราจะรู้ว่าจังหวะไหนที่ถือต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ ตัดขาดทุนตั้งแต่ก่อนถึงจุดตัดขาดทุนเพื่อลดความเสียหายถือเป็นวิธีหนึ่งที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้ ซึ่งพวกเรารู้ดีว่าวินัยการลงทุนของกลยุทธ์ของตัวเองคืออะไร ดังนั้นแม้ว่าจะยืดหยุ่นได้แล้วแต่ห้ามที่จะละเลยการมีวินัยในตัวเองโดยเด็ดขาด
7. จิตวิทยาในการลงทุนถือเป็นเรื่องสำคัญ
หนึ่งในคุณสมบัติของเทรดเดอร์ที่สามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องคือต้องเป็นคนที่รู้จักจิตวิทยาในการลงทุน เพราะการควบคุมจิตใจไม่ให้ตกเป็นทาสของอารมณ์คือด่านที่ยากที่สุดสำหรับการเป็นเทรดเดอร์ โดยธรรมชาติของมนุษย์ เรามักจะทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกหนีความเจ็บปวด และใฝ่หาความสุขสำราญ
นี่จึงเป็นเหตุผลข้อหนึ่งที่อธิบายได้ว่าทำไมนักลงทุนถึงกล้าที่จะถือออเดอร์ติดลบได้เป็นเวลานานๆ มากกว่าการถือออเดอร์ที่กำลังทำกำไรอยู่ นั้นเป็นเพราะว่าเราไม่ต้องการรับรู้ถึงความเจ็บปวดเมื่อจำเป็นที่ต้องตัดขาดทุนจริงๆ ในขณะเดียวกันเราก็กลัวที่จะเสียกำไรจากการถือออเดอร์ที่มีกำไรอยู่ เราจึงตัดสินใจปิดออเดอร์เพื่อทำกำไรก่อนหน้าที่ราคาจะสามารถวิ่งไปถึงจุดที่คิดไว้หลายต่อหลายครั้ง
8. ติดตามผลการเทรดทุกครั้ง
การที่จะเป็นเทรดเดอร์ที่ดีได้นั้นคุณจำเป็นที่จะต้องรู้จักและยอมรับจุดแข็งจุดด้อยของตัวเองให้ได้เสียก่อน วิธีหนึ่งที่จะทำให้คุณเห็นข้อดีข้อเสียของตัวเองคือการจดบันทึกผลการเทรดของคุณในทุกๆ ครั้งรวมถึงการให้เหตุผลและบรรยายความรู้สึกอย่างซื่อสัตย์ต่อตัวเองทั้งก่อนและหลังจากวางคำสั่งซื้อขาย เมื่อนำข้อมูลที่ได้มาพิจารณารวมกัน คุณจะเริ่มเห็นจุดแข็งและจุดด้อยที่เหมือนๆ กัน คุณจะสามารถแยกได้ว่าการวางกลยุทธ์การเทรดแบบหนึ่งในสภาวะตลาดแบบหนึ่งสามารถทำกำไรให้กับคุณได้มากน้อยเพียงใด เมื่อเจอจุดอ่อนแล้วคุณก็จะสามารถแก้ไขจุดอ่อนดังกล่าวได้
ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ 100% และเราก็ไม่ใช่หุ่นยนต์ ดังนั้นสิ่งที่มนุษย์คนหนึ่งจะสามารถทำได้เพื่อให้ตัวเองกลายเป็นคนที่ดีขึ้นคือการหมั่นตรวจสอบตัวเองและพยายามพัฒนาตัวเองขึ้นจากข้อผิดพลาดที่เห็นอยู่เสมอ การจดบันทึกผลการเทรดมีความคล้ายกันกับการจดไดอารี่ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คุณจะสามารถสนทนากับตัวเองได้อย่างตรงไปตรงมาที่สุด
9. เตรียมแผนการเทรดในทุกๆ สัปดาห์
เทรดเดอร์ที่ดีคือผู้ที่ไม่หยุดทำการบ้านแม้จะเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ตาม ในช่วงเวลาที่ตลาดปิดทำการซื้อขายอยู่นั้นพวกเขาจะเฝ้าดูตลาดและหาโอกาสรวมถึงหาความเป็นไปได้ในการทำกำไรใหม่ในสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึง ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์คือช่วงเวลาที่ดีที่จะได้ตรวจสอบสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในการลงทุนเมื่อสัปดาห์ก่อนและสิ่งที่จะนำมาปรับใช้ใหม่ในสัปดาห์ถัดไป การพิจารณากราฟระยะยาวจะช่วยให้คุณเห็นภาพกว้างๆ ก่อนที่จะลดระดับลงมาอยู่ในสเกลที่คุณเทรดอยู่เป็นประจำ อย่าลืมว่าแนวต้านที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนในกรอบเวลาสูงๆ มักจะเป็นแนวต้านสำคัญเสมอ
ก่อนที่จะเริ่มลงมือเทรดทุกครั้ง ต้องหมั่นตรวจสอบแนวรับแนวต้านสำคัญให้ดี จากกรอบเวลารายวันไล่ลงมาจนถึงหนึ่งชั่วโมง เพื่อให้แน่ใจว่าจะเห็นแนวรับแนวต้านที่สอดคล้องไปด้วยกันกับแนวรับแนวต้านใหญ่ นี่คือกิจวัตรที่เทรดเดอร์ควรทำทุกวันเป็นประจำ
10. อย่าหยุดที่จะเรียนรู้
มีคำที่เคยกล่าวเอาไว้ว่า “การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด” การลงทุนก็เช่นกัน นักลงทุนหรือเทรดเดอร์มืออาชีพไม่เคยหยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รวมถึงตรวจสอบกลยุทธ์การเทรดของตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือมืออาชีพก็ควรที่จะทำเช่นนั้นด้วยเช่นกัน อย่าลืมว่าตลาดลงทุนเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หากเราไม่อัปเดตกลยุทธ์การลงทุนของเรานั่นถือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงอย่างหนึ่ง วันหนึ่งกลยุทธ์นั้นอาจไม่สามารถใช้ได้กับตลาดอีกต่อไป
ยกตัวอย่างเช่นคุณอาจจะลองสร้างระบบขึ้นมาแล้วเอาไปจำลองการเทรดในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนที่ไม่ปกติเกิดขึ้น (อย่างเช่นช่วงจุดต่ำสุดของทุกตลาดในเดือนมีนาคมปี 2020) แล้วลองนำมาดูว่าสามารถปรับใช้กับตลาดปัจจุบันได้ดีเพียงใด เทรดเดอร์ที่สามารถทำกำไรได้ในช่วงตกต่ำที่สุด ก็มักจะเป็นคนที่สามารถเอาตัวรอดได้ในช่วงเวลาที่เป็นปกติด้วยเช่นกัน
เข้าสู่ระบบได้ที่ http://bit.ly/317R2Ge เปิดบัญชีเทรดโบรกเกอร์ ATFX เปิดบัญชีได้ตามลิ้งนี้
https://apply-gm.atfx.com/ อ่านรีวิวโบรกเกอร์ได้ที่นี่ https://www.fxhanuman.com/web/index.php/2015-06-06-07-40-52/ atfx-review
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม
