มีรุ่นน้องในบอร์ดทักมาถามผมเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า "พี่ครับ ตัวเลขเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาดชัดๆ ทำไมทองไม่ขึ้นเลย กลับร่วงซะงั้น" แล้วอีกรอบนึงเฟดส่งสัญญาณว่าจะเริ่มลดดอกเบี้ย ทุกคนในกลุ่มตื่นเต้นกันว่าทองต้องพุ่งแน่ สุดท้ายทองขึ้นแป๊บเดียวแล้วก็แผ่วลงมาเฉยๆ คำถามแบบนี้ผมเจอบ่อยมากจนรู้สึกว่าต้องเอามาคุยกันจริงจังสักที เพราะมันมีตัวแปรตัวหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้าม นั่นคือ Real Yield ครับ
Real Yield คืออะไร พูดง่ายๆ มันคือผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (ที่ตลาดจับตาคือพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี) หักลบด้วยอัตราเงินเฟ้อที่ตลาดคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ถ้าพันธบัตรให้ผลตอบแทน 4% แต่เงินเฟ้อที่คาดกันอยู่ที่ 2% real yield ก็จะอยู่แถวๆ 2% แต่ถ้าเงินเฟ้อพุ่งไป 5% ทั้งที่ผลตอบแทนพันธบัตรยังอยู่ 4% real yield ก็จะกลายเป็นติดลบทันที
ตรงนี้แหละครับที่เป็นหัวใจ เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ ไม่มีดอกเบี้ยให้ ถือทองไว้เฉยๆ ไม่ได้ปันผล ไม่ได้ดอกเบี้ย ดังนั้นเวลา real yield ติดลบหรือต่ำมากๆ การถือเงินสดหรือพันธบัตรมันแพ้เงินเฟ้ออยู่ดี ทองคำเลยดูน่าสนใจขึ้นมาโดยเปรียบเทียบ คนเลยหันมาถือทองกันเยอะ แต่พอ real yield กลับเป็นบวกและเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ การถือพันธบัตรกลับคุ้มกว่า เพราะได้ทั้งดอกเบี้ยและความปลอดภัย ทองคำเลยมักโดนขายออกมา
ทีนี้กลับมาที่เคสที่รุ่นน้องถามผม สมมติสถานการณ์แบบนี้ (เป็นตัวอย่างสมมตินะครับ ไม่ใช่ตัวเลขจริง) เงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาดจริง แต่ตลาดกลับตีความว่าเฟดจะต้องขึ้นดอกเบี้ยแรงและเร็วกว่าที่คิดไว้เดิมเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ผลคือผลตอบแทนพันธบัตรวิ่งขึ้นเร็วกว่าตัวเลขเงินเฟ้อเสียอีก real yield เลยพลิกเป็นบวกมากขึ้น ทองที่ควรจะได้อานิสงส์จากเงินเฟ้อสูง กลับโดนกดดันจาก real yield ที่บวกขึ้นแทน นี่คือเหตุผลที่บางทีข่าวเงินเฟ้อสูงแล้วทองไม่ขึ้นตามที่คิด เพราะตลาดไม่ได้มองแค่ตัวเลขเงินเฟ้อโดดๆ แต่มองไปถึงปฏิกิริยาของธนาคารกลางด้วย
แล้วดอลลาร์เข้ามาเกี่ยวตรงไหน เวลา real yield สูงขึ้น มันมักจะดึงเงินทุนจากทั่วโลกไหลเข้าไปซื้อพันธบัตรสหรัฐฯ เพื่อกินผลตอบแทนที่สูงขึ้น ความต้องการดอลลาร์ก็เพิ่มตาม ดอลลาร์แข็งค่า และเพราะทองคำถูกตั้งราคาเป็นดอลลาร์เป็นหลัก เวลาดอลลาร์แข็ง ทองก็จะดูแพงขึ้นสำหรับคนที่ถือสกุลเงินอื่น ความต้องการซื้อก็ลดลงไปอีกชั้นหนึ่ง เลยกลายเป็นแรงกดดันซ้อนแรงกดดัน ทองเลยโดนกดทั้งจาก real yield ที่บวกขึ้นและดอลลาร์ที่แข็งขึ้นพร้อมกัน
อีกเรื่องที่น่าสนใจและหลายคนมองข้ามคือเรื่องธนาคารกลางต่างประเทศ (ไม่ใช่แค่เฟด) ที่ทยอยสะสมทองคำเป็นทุนสำรองในช่วงหลายปีหลัง แรงซื้อแบบนี้เป็นปัจจัยระยะยาวที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง บางทีทองไม่ร่วงลึกเท่าที่ real yield บอกไว้ ก็เพราะมีแรงซื้อสะสมจากฝั่งนี้มาช่วยพยุงอยู่ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมบางทีการวิเคราะห์ด้วยปัจจัยเดียวถึงไม่พอ ต้องมองหลายชั้นประกอบกัน
สรุปสั้นๆ คือถ้าจะดูปัจจัยพื้นฐานของทองให้แม่นขึ้น อย่ามองแค่ตัวเลขเงินเฟ้อหรือดอกเบี้ยแยกกันโดดๆ ลองดูผลต่างระหว่างสองตัวนี้ (real yield) ประกอบกับทิศทางดอลลาร์ จะช่วยให้เข้าใจว่าทำไมบางทีข่าวออกมาดูดีกับทอง แต่ราคากลับสวนทาง เพราะตลาดกำลังตีความปฏิกิริยาของธนาคารกลางไปไกลกว่าตัวเลขที่เราเห็นหน้าจอ
อยากชวนคุยครับ ใครเคยลองติดตาม real yield หรือ US 10Y ควบคู่กับกราฟทองบ้างไหม เจอจังหวะที่มันสวนทางกับสิ่งที่คาดไว้แบบในกระทู้นี้หรือเปล่า มาแชร์ประสบการณ์กันครับ
